1 Kings 22:3 — Compare Translations
10 translations compared side by side
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
กษัตริย์ยิศราเอลตรัสแก่ข้าราชการว่า, ท่านทั้งหลายรู้แล้วหรือราโมธในฆีละอาดเป็นเมืองของเรา, และเราจะนิ่งอยู่ไม่ตีเอาคืนมาจากเงื้อมมือกษัตริย์ประเทศซุเรียหรือ?
Thai Bible (ERV) 2001 (พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย)
กษัตริย์อาหับของอิสราเอลพูดกับพวกข้าราชการของเขาว่า “พวกท่านไม่รู้หรือว่าเมืองราโมท-กิเลอาดเป็นของพวกเรา แต่พวกเราไม่ได้ทำอะไรเลยที่จะยึดมันคืนมาจากกษัตริย์ของชาวอารัม”
Thai Bible (THS) 2011 (ฉบับมาตรฐาน)
และพระราชาแห่งอิสราเอลตรัสถามพวกข้าราชการของพระองค์ว่า “ท่านทราบหรือไม่ว่า ราโมทกิเลอาดเป็นของพวกเรา และพวกเรายังจะนิ่งอยู่ ไม่ยึดคืนจากมือของกษัตริย์แห่งซีเรียหรือ?”
Thai Bible (TNCV) 2007 - New Contemporary Version (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)
กษัตริย์อิสราเอลตรัสกับข้าราชบริพารว่า “พวกเจ้าก็รู้ไม่ใช่หรือว่าราโมทกิเลอาดเป็นของเรา แต่เราก็ไม่ทำอะไรเพื่อชิงคืนจากกษัตริย์อารัมเลย?”
Thai Bible 1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)
และพระราชาแห่งอิสราเอลตรัสถาม บรรดาข้าราชการของพระองค์ว่า “ท่านทราบกันหรือไม่ว่า ราโมทกิเลอาดเป็นของเรา และเราได้นิ่งอยู่มิได้เอาออกมาจากมือของกษัตริย์แห่งซีเรีย”
Thai KJV 2003
และกษัตริย์แห่งอิสราเอลตรัสถามบรรดาข้าราชการของพระองค์ว่า “ท่านทราบกันหรือไม่ว่าราโมทกิเลอาดเป็นของเราและเรา ได้นิ่งอยู่มิได้เอาออกมาจากมือของกษัตริย์แห่งซีเรีย”
Thai NTV (พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV))
กษัตริย์แห่งอิสราเอลบอกบรรดาเจ้าหน้าที่ว่า “พวกท่านทราบไหมว่า ราโมทกิเลอาดเป็นของเรา และเราก็นิ่งเงียบไว้ และไม่ได้เอามาจากมือของกษัตริย์แห่งอารัม”
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
กษัตริย์แห่งอิสราเอลพูดกับข้าราชการว่า “พวกเจ้าก็รู้ไม่ใช่หรือว่าราโมทกิเลอาดเป็นของพวกเรา แต่เราก็ไม่ทำอะไรเพื่อชิงคืนจากกษัตริย์อารัมเลย”
Thai Tok
และ กษัตริย์ แห่ง อิส รา เอลตรัสถามบร ร ดา ข้าราชการ ของ พระองค์ ว่า " ท่าน ทราบ กัน หรือ ไม่ ว่า รา โม ท กิเลอาด เป็น ของ เรา และ เรา ได้ นิ่ง อยู่ มิได้ เอา ออก มา จาก มือ ของ กษัตริย์ แห่งซีเรีย "
Thia KJV (พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV)
และกษัตริย์แห่งอิสราเอลตรัสถามบรรดาข้าราชการของพระองค์ว่า "ท่านทราบกันหรือไม่ว่าราโมทกิเลอาดเป็นของเรา และเราได้นิ่งอยู่มิได้เอาออกมาจากมือของกษัตริย์แห่งซีเรีย"