Mark 9:35 — Compare Translations

10 translations compared side by side

Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
พระ​เยซู​ได้​ประทับ, แล้ว​ทรง​เรียก​สาวก​สิบ​สอง​คน​นั้น​มา​ตรัส​แก่​เขา​ว่า, “ถ้า​ผู้ใด​ใคร่​จะ​ได้​เป็น​คน​ต้น, ก็​ให้​ผู้​นั้น​เป็น​คน​ท้าย​สุด, และ​เป็น​ผู้รับ​ใช้​ของ​คน​ทั้ง​ปวง.”
Thai Bible (ERV) 2001 (พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย)
พระองค์​จึง​นั่ง​ลง​เรียก​ศิษย์​ทั้ง​สิบสอง​คน​เข้า​มา แล้ว​พูด​ว่า “ถ้า​ใคร​อยาก​จะ​เป็น​ใหญ่ เขา​จะ​ต้อง​เป็น​คน​ที่​ต่ำต้อย​ที่สุด​และ​ยอม​รับใช้​ทุก​คน”
Thai Bible (THS) 2011 (ฉบับมาตรฐาน)
เมื่อพระองค์ทรงนั่งลงแล้ว ทรงเรียกสาวกสิบสองคนนั้นมาและตรัสกับพวกเขาว่า “ถ้าใครต้องการจะเป็นคนแรก ก็ให้คนนั้นเป็นคนสุดท้าย และเป็นคนปรนนิบัติคนทั้งหลาย”
Thai Bible (TNCV) 2007 - New Contemporary Version (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)
พระเยซูประทับนั่งแล้วทรงเรียกสาวกทั้งสิบสองคนมาและตรัสว่า “หากผู้ใดอยากเป็นที่หนึ่งเขาต้องเป็นคนสุดท้ายและเป็นคนรับใช้ของคนทั้งปวง”
Thai Bible 1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)
พระเยซูได้ประทับนั่ง แล้วทรงเรียกสาวกสิบสองคนนั้นมาตรัสแก่เขาว่า “ถ้าผู้ใดใคร่จะได้เป็นคนต้น ก็ให้ผู้นั้นเป็นคนสุดท้าย และเป็นผู้รับใช้ของคนทั้งปวง”
Thai KJV 2003
พระองค์ได้ประทับนั่ง แล้วทรงเรียกสาวกสิบสองคนนั้นมาตรัสแก่เขาว่า “ถ้าผู้ใดใคร่จะได้เป็นคนต้น ก็ให้ผู้นั้นเป็นคนท้ายสุด และเป็นผู้รับใช้ของคนทั้งปวง”
Thai NTV (พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV))
พระ​องค์​นั่งลง​แล้ว​ก็​เรียก​สาวก​ทั้ง​สิบ​สอง​มา​กล่าว​ให้​ฟัง​ว่า “ถ้า​ใคร​ต้องการ​จะ​เป็น​คน​แรก​สุด เขา​ต้อง​เป็น​คน​ท้าย​สุด และ​เป็น​ผู้​รับใช้​ของ​คน​ทั้ง​ปวง”
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
พระเยซู​นั่ง​ลง แล้ว​เรียก​สาวก​สิบ​สอง​คน​มา​และ​พูด​ว่า “หาก​ใคร​ต้องการ​เป็น​คน​แรก​จะ​เป็น​คน​สุดท้าย และ​เป็น​ผู้​รับใช้​ทุก​คน”
Thai Tok
พระองค์ ได้ ประทับ นั่ง แล้ว ทรง เรียก สาวก สิบ สอง คน นั้น มา ตรัส แก่ เขา ว่า " ถ้า ผู้ ใด ใคร่ จะ ได้ เป็น คน ต้น ก็ ให้ ผู้ นั้น เป็น คน ท้าย สุด และ เป็น ผู้ รับ ใช้ ของ คน ทั้งปวง "
Thia KJV (พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV)
พระองค์ได้ประทับนั่ง แล้วทรงเรียกสาวกสิบสองคนนั้นมาตรัสแก่เขาว่า "ถ้าผู้ใดใคร่จะได้เป็นคนต้น ก็ให้ผู้นั้นเป็นคนท้ายสุด และเป็นผู้รับใช้ของคนทั้งปวง"