Romans 4:5 — Compare Translations
10 translations compared side by side
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
ฝ่ายคนที่มิได้อาศัยการประพฤติ, แต่ได้เชื่อในพระองค์ผู้ทรงโปรดคนผิดให้เป็นคนชอบธรรม, ความเชื่อของคนนั้นต้องนับว่าเป็นความชอบธรรม.
Thai Bible (ERV) 2001 (พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย)
ส่วนคนที่ไม่ทำงาน แต่กลับไว้วางใจในพระเจ้า พระเจ้าก็ยอมรับเขาถึงแม้เขาทำบาป พระองค์ก็นับความไว้วางใจนี้เป็นเหตุเพียงพอที่จะยอมรับเขา
Thai Bible (THS) 2011 (ฉบับมาตรฐาน)
ส่วนคนที่ไม่ได้อาศัยการประพฤติ แต่ได้เชื่อในพระองค์ผู้ทรงให้คนอธรรมเป็นคนชอบธรรมได้ เพราะความเชื่อของคนนั้นพระเจ้าทรงถือว่าเป็นความชอบธรรม
Thai Bible (TNCV) 2007 - New Contemporary Version (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)
ส่วนคนที่ไม่ได้อาศัยการประพฤติ แต่วางใจพระเจ้าผู้ทรงทำให้คนชั่วเป็นผู้ชอบธรรม พระองค์ทรงถือว่าความเชื่อของเขาเป็นความชอบธรรม
Thai Bible 1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)
ส่วนคนที่มิได้อาศัยการประพฤติ แต่ได้เชื่อในพระองค์ผู้ทรงโปรดให้คนผิดเป็นคนชอบธรรมได้ เพราะความเชื่อของคนนั้น พระเจ้าทรงถือว่าเป็นความชอบธรรม
Thai KJV 2003
ส่วนคนที่มิได้อาศัยการกระทำ แต่ได้เชื่อในพระองค์ ผู้ทรงโปรดให้คนอธรรมเป็นคนชอบธรรมได้ ความเชื่อของคนนั้นต้องนับว่าเป็นความชอบธรรม
Thai NTV (พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV))
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ไม่ได้อาศัยการปฏิบัติตน แต่ได้วางใจพระเจ้าผู้โปรดให้คนชั่วร้ายพ้นผิด จึงนับได้ว่าความเชื่อของเขาเป็นความชอบธรรม
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
อย่างไรก็ตาม คนที่ไม่ได้อาศัยการประพฤติ แต่วางใจในพระเจ้าผู้ทำให้คนอธรรมเป็นคนชอบธรรมได้โดยถือว่าความเชื่อของเขาเป็นความชอบธรรม
Thai Tok
ส่วน คน ที่ มิได้ อาศัย การก ระ ทำ แต่ ได้ เชื่อ ใน พระองค์ ผู้ทรง โปรด ให้ คน อธรรม เป็น คน ชอบธรรม ได้ ความ เชื่อ ของ คน นั้น ต้อง นับ ว่าเป็น ความชอบ ธรรม
Thia KJV (พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV)
ส่วนคนที่มิได้อาศัยการประพฤติ แต่ได้เชื่อในพระองค์ ผู้ทรงโปรดให้คนอธรรมเป็นคนชอบธรรมได้ ความเชื่อของคนนั้นต้องนับว่าเป็นความชอบธรรม