bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
Colossians 3
Colossians 3
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 2
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 4 →
1
ถ้าเมื่อท่านทั้งหลายถูกชุบให้เป็นขึ้นมาด้วยกันกับพระคริสต์แล้ว, ก็จงแสวงหาสิ่งเหล่านั้นซึ่งอยู่เบื้องบน, ที่พระคริสต์สถิต, คือประทับอยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้า.
2
จงฝังความคิดของท่านไว้กับสิ่งทั้งหลายที่อยู่เบื้องบน, ไม่ใช่กับสิ่งทั้งหลายซึ่งอยู่ที่แผ่นดินโลก.
3
เพราะว่าท่านทั้งหลายได้ตายแล้ว, และชีวิตของท่านซ่อนไว้กับพระคริสต์ในพระเจ้า.
4
เมื่อพระคริสต์ผู้เป็นชีวิตของเราทั้งหลายจะทรงปรากฏ, ขณะนั้นท่านทั้งหลายก็จะปรากฏด้วยกันกับพระองค์ในสง่าราศีด้วย
5
เหตุฉะนั้นจงประหารอวัยวะของท่านซึ่งอยู่ฝ่ายโลกนี้ คือการล่วงประเวณี, การโสโครก, ราคะตัณหา, ความปรารถนาการชั่ว, และความโลภ ซึ่งเป็นการไหว้รูปเคารพ.
6
เพราะเหตุการณ์เหล่านี้พระอาชญาแห่งพระเจ้าก็ลงแก่คนทั้งปวงที่ไม่เชื่อฟัง.
7
ครั้งหนึ่งท่านทั้งหลายเคยได้ประพฤติในการเหล่านี้ด้วย, เมื่อท่านยังอยู่ปะปนในสิ่งเหล่านี้.
8
แต่บัดนี้ สารพัตรสิ่งเหล่านี้ท่านทั้งหลายจงเปลื้องทิ้งเสียอีกด้วย คือความโกรธ, ความขัดเคืองกัน, การคิดปองร้าย, การพูดเสียดสี, คำพูดโลนลามกที่ออกจากปากของท่าน
9
อย่าพูดมุสาต่อกันและกัน เพราะว่าท่านทั้งหลายได้ถอดทิ้งมนุษย์เก่า กับการทั้งหลายของมนุษย์นั้นเสียแล้ว,
10
และได้สวมมนุษย์ใหม่, ที่กำลังทรงสร้างขึ้นใหม่ในความรู้ตามแบบพระฉายของพระองค์ผู้ได้ทรงสร้างขึ้นนั้น.
11
ในการซึ่งทรงสร้างขึ้นใหม่นั้นพวกเฮเลนก็ไม่มี, พวกยูดายก็ไม่มี, ผู้ที่รับพิธีสุนัดหรือไม่ได้รับพิธีสุนัดก็ไม่มี, พวกคนต่างชาติหรือพวกคนสถุลชาติก็ไม่มี, ทาสหรือไทยก็ไม่มี แต่ว่าพระคริสต์เป็นสารพัตร, และดำรงอยู่ในสารพัตร
12
เหตุฉะนั้นจงสวมใจเมตตา, ใจปราณี, ใจถ่อม, ใจอ่อนสุภาพ, ใจอดทนไว้นาน, เหมือนดังพวกที่พระเจ้าทรงเลือกไว้, เป็นพวกที่บริสุทธิ์และเป็นพวกที่ทรงรัก.
13
จงผ่อนหนักผ่อนเบาซึ่งกันและกัน, และถ้าแม้ว่าผู้ใดมีเรื่องราวต่อกัน, ก็จงยกโทษให้กันและกัน. พระคริสต์ได้ทรงโปรดยกโทษของท่านทั้งหลายอย่างไร, ท่านจงกระทำอย่างนั้นเหมือนกัน.
14
แล้วจงสวมความรักทับสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด, เพราะความรักย่อมผูกพันสิ่งเหล่านี้ไว้ให้ถึงซึ่งความสำเร็จ.
15
และจงให้สันติสุขแห่งพระคริสต์ครอบครองอยู่ในใจของท่านทั้งหลาย ในสันติสุขนั้นทรงเรียกท่านทั้งหลายไว้ให้เป็นกายอันเดียวด้วย และท่านทั้งหลายจงขอบพระคุณ.
16
จงให้พระคำของพระคริสต์ดำรงอยู่ในท่านทั้งหลายบริบูรณ์ด้วยปัญญาทั้งปวง สั่งสอนและเตือนสติซึ่งกันและกันด้วยเพลงสดุดี, เพลงนมัสการ, และเพลงสรรเสริญ, คือร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าด้วยใจกรุณาคุณ.
17
และท่านจะประกอบกิจสิ่งหนึ่งสิ่งใดก็ดี, จะเป็นด้วยวาจาหรือการประพฤติต่างๆ ก็ดี, จงกระทำทุกสิ่งในพระนามพระเยซูเจ้า, คือขอบพระคุณพระเจ้าพระบิดาโดยพระองค์นั้น
18
ฝ่ายภรรยาจงยอมฟังสามีของตนในองค์พระผู้เป็นเจ้าซึ่งเป็นการสมควร.
19
ฝ่ายสามีก็จงรักภรรยาของตน, และอย่าพูดคำขมขื่นต่อนาง.
20
ฝ่ายบุตรจงนบนอบเชื่อฟังบิดามารดาของตนในทุกสิ่ง, เพราะการนี้เป็นที่ชอบพระทัยองค์พระผู้เป็นเจ้า.
21
ฝ่ายบิดาก็อย่ายั่วบุตรของตนให้ขัดเคืองใจ, เกรงว่าเขาจะท้อใจ.
22
ฝ่ายพวกทาสจงเชื่อฟังผู้ที่เป็นนายของตนตามเนื้อหนังทุกข้อ, ไม่ใช่อย่างคนที่ทำต่อหน้า, เช่นผู้ที่ทำให้ชอบใจคน แต่ทำด้วยน้ำใสใจจริงโดยเกรงกลัวองค์พระผู้เป็นเจ้า.
23
ท่านจะกระทำสิ่งใด, ก็จงกระทำด้วยเต็มใจ, เหมือนกระทำถวายพระเจ้า, ไม่ใช่เหมือนกระทำแก่มนุษย์
24
ด้วยรู้แล้วว่าท่านทั้งหลายคงจะรับบำเหน็จจากองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นมฤดก, เพราะว่าท่านทั้งหลายปรนนิบัติพระคริสต์เจ้า.
25
ด้วยว่าผู้ที่กระทำการผิดก็จะรับผลตามการผิดที่เขาได้กระทำนั้น และไม่มีการทรงเห็นแก่หน้าเลย.
← Chapter 2
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 4 →
All chapters:
1
2
3
4