bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
Joel 2
Joel 2
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 1
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 3 →
1
จงเป่าแตรที่ภูเขาซีโอน, และส่งอาญัติสัญญาบอกอันตรายที่ภูเขาอันบริสุทธิ์ของเรา; ให้บรรดาชนประเทศตื่นเต้นสะทกสะท้าน;
2
ด้วยว่าวันแห่งพระยะโฮวากำลังมาและจวนจะถึงอยู่แล้ว; คือเป็นวันซึ่งมีความมืดมัว, เป็นวันซึ่งมีเมฆและความมืดทบแผ่กว้างออกไป มีอาการคล้ายแสงสว่างในเวลารุ่งเช้าแผ่ทั่วภูเขา; จะมีพลโยธาอันมีจำนวนเหลือที่จะนับประมาณได้และเข้มแข็ง, ซึ่งไม่เคยมีเช่นนี้แต่โบราณมา, และต่อไปภายหน้าก็จะไม่มีเช่นนี้อีกตลอดหลายชั่วอายุคน.
3
จะเป็นเหมือนเปลวไฟลุกลามไปข้างหน้าพวกมัน, ส่วนข้างหลังพวกมันนั้น จะเป็นเหมือนเปลวไฟไหม้คุอยู่; ข้างหน้าพวกมันแผ่นดินเป็นเหมือนสวนเอเดน, แต่ข้างหลังพวกมันเป็นดุจป่าเปลี่ยวอันร้างเปล่า; และไม่มีอะไรจะรอดพันจากพวกมันไปได้
4
รูปร่างของพวกมันเหมือนม้า, และพวกมันวิ่งห้อเหมือนม้าสงคราม.
5
เสียงกะโจนของพวกมันเหมือนรถรบอันกะโจนอยู่บนยอดภูเขา, เหมือนเสียงเปลวไฟที่กำลังไหม้ซังข้าว, และเหมือนเสียงกองทัพใหญ่กำลังเข้าประจันบานกัน.
6
ขณะพวกมันออกมาประเชิญหน้า, ประชาชนต่างก็กระสับกระส่ายเป็นทุกข์, ต่างก็มีหน้าตาซีดสลดไป.
7
พวกมันวิ่งเหมือนชายฉกรรจ์; พวกมันปีนป่ายกำแพงเหมือนพลชำนาญศึก: พวกมันเดินกระบวนเป็นระเบียบไม่เสียแถว.
8
ไม่มีใครในพวกมันรุนกันและกัน, ต่างก็เดินตามช่องทางของมันเอง; พวกมันฝ่าอาวุธต่างๆ, และมิได้ย่อท้อถอยหลัง.
9
มันตรูกันเข้าไปในเมือง; มันวิ่งไปบนกำแพง; มันปีนขึ้นไปบนเรือน; มันเข้าไปทางหน้าต่างเยี่ยงขะโมย.
10
เนื่องด้วยพวกมันแผ่นดินก็หวั่นไหวและท้องฟ้ากสะเทือนสะท้าน; ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ก็มืดไป, และดวงดาวก็อับแสง.
11
พระยะโฮวาได้ทรงเปล่งพระสุรเสียงไปข้างหน้ากองทัพของพระองค์; ค่ายของพระองค์นั้นใหญ่โต; เพราะพระองค์ผู้บัญชานั้นทรงเดชานุภาพ; และวันแห่งพระยะโฮวานั้นเป็นวันใหญ่ยิ่งและน่าเกรงขามนัก; ใครเล่าอาจทนได้?
12
พระยะโฮวาตรัสว่า, “ถึงกระนั้นก็ดี, ท่านทั้งหลายจงหันกลับมาหาเราเดี๋ยวนี้ด้วยความสมัครเต็มใจ, และด้วยการถือพิธีอดอาหารด้วยการคร่ำครวญ และและด้วยการเศร้าโศก,” จงฉีกใจมิใช่ฉีกเสื้อผ้า, แล้วจงหันกลับมาหาพระยะโฮวาพระเจ้าของท่าน;
13
ด้วยว่าพระองค์ทรงพระกรุณาและเมตตา, ทรงอดกลั้นพระพิโรธไว้ได้ช้านาน, ทรงพระกรุณาธิคุณเหลือล้นและทรงเปลี่ยนพระทัยไม่ลงโทษใคร.
14
ใครจะทราบได้เล่าว่า, ชะรอยพระองค์จะกลับเปลี่ยนพระทัย, แล้วจะอำนวยพรให้สมบูรณ์, จนจะกลับมีเครื่องบูชาธัญญาหารและเครื่องบูชาดื่มสำหรับถวายพระยะโฮวาพระเจ้าของท่านได้อีก
15
จงเป่าแตรที่ภูเขาซีโอน, จงถือพิธีอดอาหาร, จงกำหนดเวลาประชุมสงบใจนมัสการ.
16
จงรวบรวมประชาชนและกำหนดเวลาให้เขาประชุมกันทั้งคนแก่เฒ่ากับเด็กและทารกที่ยังไม่ได้หย่านม, ให้เจ้าบ่าวออกมาจากที่อาศัยของตน, และให้เจ้าสาวออกมาจากที่พักพิเศษของเขา.
17
ให้เหล่าปุโรหิตคือผู้ปรนนิบัติพระยะโฮวาคร่ำครวญระหว่างเฉลียงกับแท่น, และให้เขาทูลว่า, “โอพระยะโฮวา, ขอพระองค์ทรงกรุณาอย่าให้พลไพร่ซึ่งเป็นมฤดกของพระองค์ได้รับความอับอายโดยถูกชนต่างชาติเหยียดหยามด้วยถามเป็นคำกล่าวว่า ‘พระเจ้าของเขาอยู่ที่ไหน’ ”
18
แล้วพระยะโฮวาก็ได้ทรงฝักใฝ่ต่อแผ่นดินของพระองค์, และทรงเมตตาแก่พลไพร่ของพระองค์.
19
พระยะโฮวาตรัสตอบพลไพร่ของพระองค์ว่า; “นี่แน่ะเราจะประทานธัญญาหารและน้ำองุ่นใหม่และน้ำมันให้แก่เจ้าทั้งหลายจนจะเป็นที่พอใจแก่เจ้า; และเราจะไม่ให้เจ้ารับความอับอายต่อนานาชาติ.
20
เราจะกำจัดศัตรูซึ่งมาจากทิศเหนือให้ไกลไปจากพวกเจ้า, และจะไล่ศัตรูนั้นไปยังแผ่นดินซึ่งกันดารและเปล่าเปลี่ยว; ทัพหน้านั้นจะไล่ให้ไปตกในทะเลฝ่ายตะวันออก, และทัพหลังนั้นจะไล่ให้ไปตกในทะเลตะวันตก; และถึงแม้ว่าศัตรูได้ทำอันตรายใหญ่โตมาแล้ว, บัดนี้ก็เป็นแต่กลิ่นเหม็นพลุ่งขึ้นมา, และส่งกลิ่นเหม็นคลื่นเหียนตามขึ้นมาด้วย
21
“โอประเทศ, อย่าวิตกเลย; จงมีความยินดีและชื่นบาน; เพราะพระยะโฮวาได้ทรงกระทำการใหญ่ยิ่งแล้ว.
22
โอสัตว์เดียรัจฉานในทุ่งนา, อย่ากลัวเลย; ด้วยว่าทุ่งหญ้าในป่าดงกลับเขียวชะอุ่มขึ้นแล้ว, และต้นไม้ทั้งหลายต่างก็ออกผล, คือต้นมะเดื่อเทศ และเถาองุ่นต่างก็กำลังออกผล.
23
โอชาวซีโอน, ฉะนั้นจงชื่นชมยินดีในพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้า; เพราะว่าพระองค์ได้ประทานฝนต้นฤดูอย่างเต็มขนาด, พระองค์บันดาลให้ฝนตกลงมาสำหรับเจ้า,
24
คือฝนต้นฤดูและปลายฤดูดุจกาลก่อน. ลานนวดข้าวจะเต็มไปด้วยข้าวสาลี, และถังทั้งหลายก็จะเต็มล้นไปด้วยน้ำองุ่นใหม่และน้ำมัน.
25
เราจะยังให้เกิดผลทดแทนสำหรับปีเหล่านั้นที่ตั๊กแตนชะนิดต่างๆ ซึ่งเป็นทัพใหญ่ของเราที่เราได้ใช้มายังพวกเจ้าให้กินเสีย.
26
ฝ่ายเจ้าทั้งหลายจะได้รับประทานบริบูรณ์และอิ่มหนำ, และจะสรรเสริญพระนามพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าผู้ได้ทรงกระทำการอัศจรรย์ต่อเจ้าทั้งหลาย; และพลไพร่ของเราจะไม่ได้รับความอับอายต่อไปอีกเลย.
27
เจ้าก็จะรู้ว่าเราสถิตอยู่ท่ามกลางชาวยิศราเอล, และเราคือพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้า, และไม่มีพระเจ้าอื่น; และพลไพร่ของเราจะไม่ได้รับความอับอายต่อไปอีกเลย”
28
“และภายหลังเราจะหลั่งพระวิญญาณของเราลงมาบนมนุษย์ทั้งปวง; และบุตราบุตรีของเจ้าทั้งหลายจะกล่าวคำพยากรณ์, และคนแก่ของพวกเจ้าฝันเห็น, และคนหนุ่มของพวกเจ้าจะเห็นนิมิตต์:
29
ในคราวนั้นเราจะหลั่งพระวิญญาณของเรามาบนทาสาทาสี.
30
เราจะสำแดงการอัศจรรย์ในท้องฟ้าและบนพื้นโลก, คือเป็นเลือด, ไฟ, และควันพลุ่งขึ้นเป็นลำ.
31
ดวงอาทิตย์จะกลับมืดไป, และดวงจันทร์ก็จะกลับเป็นเลือดก่อนที่วันใหญ่ยิ่งอันน่ากลัวของพระยะโฮวาจะมาถึง.
32
และจะเป็นเช่นนี้, คือทุกคนที่ออกพระนามพระยะโฮวาจะรอด; เหตุว่าในภูเขาซีโอนและในกรุงยะรูซาเลมจะมีผู้หนีพ้นภัยได้.” ตามที่พระยะโฮวาได้ตรัสไว้แล้ว, และในพวกคนที่เหลืออยู่นั้นก็จะมีผู้เหล่านั้นซึ่งพระยะโฮวาได้ทรงเรียกไว้แล้ว
← Chapter 1
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 3 →
All chapters:
1
2
3