bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai Bible 1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)
/
Genesis 47
Genesis 47
Thai Bible 1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)
← Chapter 46
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 41
Chapter 42
Chapter 43
Chapter 44
Chapter 45
Chapter 46
Chapter 47
Chapter 48
Chapter 49
Chapter 50
Chapter 48 →
1
โยเซฟเข้าไปทูลฟาโรห์ว่า “บิดาและพี่น้องของข้าพระบาท กับฝูงแพะแกะฝูงโคและทรัพย์สมบัติของเขาทั้งสิ้น มาจากแคว้นคานาอันแล้ว เวลานี้อยู่ในเมืองโกเชน”
2
โยเซฟเลือกคนจากหมู่พี่น้องพาไปเฝ้าฟาโรห์
3
ฟาโรห์ตรัสถามพี่น้องของโยเซฟว่า “พวกเจ้าเคยทำมาหาเลี้ยงชีพอย่างไร” เขาทูลฟาโรห์ว่า “ผู้รับใช้ของฝ่าพระบาทเป็นผู้เลี้ยงแพะแกะ ทั้งพวกข้าพระบาทและบรรพบุรุษของพวกข้าพระบาท”
4
เขาทูลฟาโรห์อีกว่า “พวกข้าพระบาทมาอาศัยอยู่ในแคว้นนี้ เพราะไม่มีทุ่งหญ้าจะเลี้ยงสัตว์ของข้าพระบาท ผู้รับใช้ของฝ่าพระบาท เพราะเหตุว่าในแคว้นคานาอันนั้นกันดารอาหารนัก เหตุฉะนี้ขอโปรดให้ข้าพระบาทผู้รับใช้ของ ฝ่าพระบาทอาศัยอยู่ในเมืองโกเชนเถิด”
5
ฟาโรห์จึงตรัสแก่โยเซฟว่า “บิดาและพี่น้องมาหาท่านแล้ว
6
ท่านมีประเทศอียิปต์อยู่ต่อหน้า ให้บิดาและพี่น้องของท่านตั้งหลักแหล่งอยู่ในดินแดนดีที่สุด คือให้เขาอยู่ในเมืองโกเชน แล้วในพวกพี่น้องนั้น ถ้าท่านเห็นผู้ใดเป็นคนสามารถ จงตั้งผู้นั้นให้เป็นหัวหน้ากองเลี้ยงสัตว์ของเรา”
7
โยเซฟก็พายาโคบบิดาของท่านเข้าเฝ้าฟาโรห์ ยาโคบก็ถวายพระพรแก่ฟาโรห์
8
ฟาโรห์จึงตรัสถามยาโคบว่า “อายุท่านได้เท่าไร”
9
ยาโคบทูลตอบฟาโรห์ว่า “ข้าพระบาทดำรงชีวิตร่อนเร่พเนจรนับได้ร้อยสามสิบปี ชีวิตของข้าพระบาทสั้นและร้าย ไม่เท่าอายุบรรพบุรุษของข้าพระบาทที่ดำรงชีวิตไปๆมาๆอยู่นั้น”
10
ยาโคบถวายพระพรแก่ฟาโรห์ แล้วทูลลาไปจากพระพักตร์ของฟาโรห์
11
ฝ่ายโยเซฟให้บิดาและบรรดาพี่น้องของตนอยู่ และถือกรรมสิทธิ์ที่ดินในประเทศอียิปต์ ในดินแดนที่ดีที่สุด คือในเมืองราเมเสส ตามรับสั่งของฟาโรห์
12
โยเซฟเลี้ยงดูบิดาและพวกพี่น้องรวมทั้งครอบครัวของบิดา ให้มีอาหารรับประทานตามจำนวนคนในครอบครัว
13
ครั้งนั้นทั่วแผ่นดินขาดอาหารเพราะการกันดารอาหารร้ายแรง จนราษฎรอียิปต์และราษฎรคานาอันหิวโหยเพราะ การกันดารอาหาร
14
โยเซฟรวบรวมเงินทั้งหมดที่ได้จากการขาย ข้าวในอียิปต์และแคว้นคานาอัน และนำเงินไปไว้ในราชวังฟาโรห์
15
เมื่อเงินในประเทศอียิปต์และแคว้นคานาอันหมดแล้ว ชาวอียิปต์ทั้งปวงมากราบเรียนโยเซฟว่า “ขออาหารให้พวกข้าพเจ้ารับประทานเถิด เหตุใดพวกข้าพเจ้าจะต้องอดตายต่อหน้าท่าน เพราะเงินหมดเล่า”
16
โยเซฟจึงบอกว่า “ถ้าเงินหมดแล้ว จงเอาสัตว์ของเจ้ามาให้เรา เราจะให้ข้าวแลกกับสัตว์”
17
เขาก็นำสัตว์มาให้โยเซฟ โยเซฟก็ให้อาหารแก่เขาแลกกับม้าแพะแกะโคและลา ในปีนั้นท่านจ่ายอาหารแลกกับสัตว์ต่างๆของเขา
18
เมื่อปีนั้นล่วงไปแล้ว เขาก็มาหาท่านในปีต่อไปกราบเรียนว่า “พวกข้าพเจ้าขอบอกนายตามตรงว่า เงินของข้าพเจ้าหมดแล้ว และฝูงสัตว์ของข้าพเจ้าก็เป็นของนายด้วย ข้าพเจ้าไม่มีสิ่งใดเหลือต่อหน้าท่านเลย เว้นแต่ตัวข้าพเจ้ากับที่ดินไร่นาเท่านั้น
19
เหตุใดข้าพเจ้าทั้งหลายจะต้องอดตายต่อหน้าท่านเล่า ทั้งตัวข้าพเจ้ากับที่ดินของข้าพเจ้าด้วย ขอท่านโปรดซื้อตัวข้าพเจ้ากับที่ดินไร่นาแลกกับอาหาร ข้าพเจ้ากับที่ดินไร่นาจะเป็นทาสของฟาโรห์ ขอท่านโปรดให้พันธุ์ข้าวแก่ข้าพเจ้า เพื่อข้าพเจ้าจะได้มีชีวิตต่อไปและไม่ตาย และที่ดินก็จะไม่ร้างเปล่า”
20
โยเซฟก็ซื้อที่ดินทั้งหมดในอียิปต์ให้แก่ฟาโรห์ เพราะคนอียิปต์ทุกคนต้องขายไร่นาของตน เนื่องจากการกันดารอาหารรุนแรงยิ่งนัก เพราะฉะนั้นแผ่นดินจึงตกเป็นของฟาโรห์
21
ส่วนประชาชนอียิปต์นั้นโยเซฟให้เป็นทาสทั่วบ้านทั่วเมือง
22
เว้นแต่ที่ดินของพวกปุโรหิตเท่านั้นโยเซฟไม่ได้ซื้อ เพราะปุโรหิตได้รับปันส่วนจากฟาโรห์ และดำรงชีวิตอาศัยตามส่วนที่ฟาโรห์พระราชทาน เหตุฉะนี้เขาจึงไม่ได้ขายที่ดินของเขา
23
โยเซฟชี้แจงแก่ประชาชนทั้งปวงว่า “ดูเถิด วันนี้เราซื้อตัวพวกเจ้ากับที่ดินของเจ้าให้เป็นของหลวงแล้ว นี่เราจะให้พันธุ์ข้าวแก่พวกเจ้า เอาไปหว่านเถิด
24
เมื่อได้ผลแล้วจงถวายส่วนหนึ่งในห้าส่วนแก่ฟาโรห์ เก็บสี่ส่วนไว้เป็นของตน สำหรับใช้เป็นพันธุ์ข้าวบ้าง เป็นอาหารสำหรับเจ้าและครอบครัวกับเด็กเล็กบ้าง”
25
คนทั้งหลายก็ตอบว่า “ท่านช่วยชีวิตข้าพเจ้าไว้ ขอให้ข้าพเจ้าทั้งหลายได้รับความเมตตาจากนายเถิด ข้าพเจ้าทั้งหลายยอมเป็นทาสของฟาโรห์”
26
โยเซฟตั้งเป็นกฎหมายในประเทศอียิปต์ตราบเท่าทุกวันนี้ว่า ให้ฟาโรห์ได้ส่วนหนึ่งในห้าส่วน เว้นแต่ที่ดินของปุโรหิตเท่านั้นไม่ตกเป็นของฟาโรห์
27
พวกอิสราเอลอาศัยอยู่ในประเทศอียิปต์ ณ เมืองโกเชน เขายึดที่ดินเป็นของเขา และมีลูกหลานทวีขึ้นมากมาย
28
ยาโคบมีชีวิตอยู่ในแผ่นดินอียิปต์สิบเจ็ดปี รวมอายุยาโคบได้ร้อยสี่สิบเจ็ดปี
29
อิสราเอลเมื่อใกล้จะสิ้นชีพจึงเรียกโยเซฟบุตรชายมาสั่งว่า “ถ้าเจ้ายังนับถือเรา ขอให้เอามือเจ้าวางไว้ใต้ขาอ่อนของเรา และสัญญาว่าจะประพฤติด้วยความภักดีและสัตย์ซื่อต่อเรา คืออย่าฝังศพเราไว้ในอียิปต์
30
เมื่อเราล่วงหลับไปอยู่กับบรรพบุรุษของเราแล้ว จงนำเราออกจากอียิปต์ไปฝังไว้ ณ ที่ฝังศพบิดาเราเถิด’ โยเซฟก็สัญญาว่า “ข้าพเจ้าจะกระทำตามที่ท่านสั่ง”
31
อิสราเอลจึงบอกว่า “จงสาบานตัวให้เราด้วย” โยเซฟก็สาบานให้บิดา แล้วอิสราเอลก็กราบลงที่บนหัวนอน
← Chapter 46
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 41
Chapter 42
Chapter 43
Chapter 44
Chapter 45
Chapter 46
Chapter 47
Chapter 48
Chapter 49
Chapter 50
Chapter 48 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
41
42
43
44
45
46
47
48
49
50