bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai Bible 1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)
/
Proverbs 14
Proverbs 14
Thai Bible 1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)
← Chapter 13
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 15 →
1
ปัญญาสร้างเรือนของเธอขึ้น แต่ความโง่รื้อมันลงด้วยมือตนเอง
2
บุคคลผู้ดำเนินในความเที่ยงธรรมเกรงกลัวพระเจ้า แต่บุคคลที่คดเคี้ยวในทางของเขาก็ดูหมิ่นพระองค์
3
ในปากของคนโง่มีไม้เรียวสำหรับหลังของเขา แต่ริมฝีปากของปราชญ์จะสงวนเขาไว้
4
ที่ไหนที่ไม่มีวัวผู้ ที่นั่นไม่มีข้าว แต่พืชผลอุดมได้มาด้วยแรงวัว
5
พยานที่ซื่อสัตย์ไม่มุสา แต่พยานเท็จหายใจคำมุสาออกมา
6
คนมักเยาะเย้ยแสวงปัญญาเสียเปล่า แต่ความรู้นั้นก็ง่ายแก่คนที่มีความเข้าใจ
7
จงไปให้พ้นหน้าคนโง่ เพราะที่นั่นเจ้าไม่พบถ้อยคำแห่งความรู้
8
ปัญญาของคนหยั่งรู้คือการเข้าใจทางของเขา แต่ความโง่ของคนโง่เป็นที่หลอกลวง
9
พระเจ้าทรงเยาะเย้ยคนชั่วร้าย แต่คนเที่ยงธรรมชื่นบานในความโปรดปรานของพระองค์
10
จิตใจรู้ความขมขื่นของใจเอง และไม่มีใครอื่นมาเข้าส่วนความชื่นบานของมัน
11
เรือนของคนชั่วร้ายจะถูกทำลาย แต่เต็นท์ของคนเที่ยงธรรมจะรุ่งเรือง
12
มีทางหนึ่งซึ่งคนเราดูเหมือนถูก แต่มันสิ้นสุดลงที่ทางของความมรณา
13
แม้ใจของคนที่หัวเราะก็เศร้า และที่สุดของความชื่นบานคือความโศกสลด
14
คนตลบตะแลงจะได้ผลจากทางของเขาจนเต็ม และคนดีก็จะได้ผลดีแห่งการกระทำของเขา
15
คนเขลาเชื่อถือทุกอย่าง แต่คนหยั่งรู้มองดูว่าเขากำลังไปทางไหน
16
คนมีปัญญาก็ระวังตัวและหันเสียจากความชั่วร้าย แต่คนโง่ขาดความยับยั้งและสะเพร่า
17
คนโมโหร้ายประพฤติโง่เขลา แต่คนเฉลียวฉลาดนั้นอดทน
18
คนเขลาได้ความโง่ แต่คนหยั่งรู้ก็มีความรู้เป็นมงกุฎ
19
คนชั่วร้ายกราบคนดี คนชั่วร้ายกราบอยู่ที่ประตูเมืองของคนชอบธรรม
20
คนยากจนนั้นแม้เพื่อนบ้านของตนก็รังเกียจ แต่คนมั่งคั่งมีสหายมากมาย
21
บุคคลที่ดูหมิ่นเพื่อนบ้านของตนก็เป็นคนบาป แต่บุคคลที่เอ็นดูคนยากจนก็อยู่เป็นสุข
22
คนที่คิดการชั่วนั้นไม่ผิดหรือ บรรดาผู้ที่คิดการดีก็พบความจงรักภักดีและความซื่อสัตย์
23
มีกำไรอยู่ในงานทุกอย่าง การเพียงแต่พูดนั้นโน้มไปทางความขาดแคลน
24
มงกุฎของปราชญ์คือปัญญา แต่ความโง่เป็นพวงมาลัยของคนโง่
25
พยานซื่อตรงช่วยชีวิตให้รอด แต่ผู้ที่เปล่งคำมุสาเป็นคนขายคน
26
ความยำเกรงพระเจ้าทำให้คนอยู่อย่างอุ่นใจ ลูกหลานของเขาจะมีที่พึ่ง
27
ความยำเกรงพระเจ้าเป็นน้ำพุแห่งชีวิต เพื่อผู้หนึ่งผู้ใดจะหลีกจากบ่วงของความมรณาได้
28
ในมวลประชาชนก็มีศักดิ์ศรีของพระราชา แต่ไร้ประชาชนเจ้านายก็ไร้ค่า
29
บุคคลที่โกรธช้าก็มีความเข้าใจมาก แต่บุคคลที่โมโหเร็วก็ยกย่องความโง่
30
ใจที่สงบให้ชีวิตแก่เนื้อหนัง แต่กิเลสกระทำให้กระดูกผุ
31
บุคคลผู้บีบบังคับคนยากจน ดูถูกพระผู้สร้างของเขา แต่บุคคลที่เอ็นดูต่อคนขัดสนก็ถวายเกียรติแด่พระองค์
32
คนชั่วร้ายก็ถูกคว่ำลงตามการกระทำชั่วร้ายของเขา แต่คนชอบธรรมพบที่ลี้ภัยด้วยใจแน่วแน่ของเขา
33
ปัญญาอาศัยอยู่ในความคิดของคนที่มีความเข้าใจ แต่ปัญญานั้นไม่ประจักษ์ในใจของคนโง่
34
ความชอบธรรมเชิดชูประชาชาติหนึ่งๆ แต่บาปเป็นเหตุให้ชนชาติหนึ่งๆ ถูกตำหนิ
35
ข้าราชการผู้ประกอบกิจอย่างเฉลียวฉลาดก็ได้รับความ โปรดปรานจากพระราชา แต่พระพิโรธของพระองค์ก็ตกลงบนผู้ที่ประพฤติน่าละอาย
← Chapter 13
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 15 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31