bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai Bible (THS) 2011 (ฉบับมาตรฐาน)
/
2 Kings 17
2 Kings 17
Thai Bible (THS) 2011 (ฉบับมาตรฐาน)
← Chapter 16
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 18 →
1
ในปีที่ 12 แห่งรัชกาลอาหัสพระราชาแห่งยูดาห์ โฮเชยาบุตรเอลาห์ได้ขึ้นครองราชย์ในกรุงสะมาเรีย และทรงครองอิสราเอลอยู่ 9 ปี
2
และพระองค์ทรงทำสิ่งชั่วร้ายในสายพระเนตรของพระยาห์เวห์ แต่ก็ไม่เหมือนกับบรรดาพระราชาแห่งอิสราเอลที่อยู่ก่อนพระองค์
3
แชลมาเนเสอร์พระราชาแห่งอัสซีเรียได้ทรงยกทัพมารบกับพระองค์ และโฮเชยาทรงยอมเป็นเมืองขึ้นและถวายเครื่องบรรณาการ
4
แต่พระราชาแห่งอัสซีเรียทรงพบว่าโฮเชยาเป็นกบฏ เพราะโฮเชยาทรงใช้ผู้สื่อสารไปยังโสพระราชาแห่งอียิปต์ และไม่ยอมถวายเครื่องบรรณาการแก่พระราชาแห่งอัสซีเรีย อย่างที่ทรงเคยทำมาทุกปี เพราะฉะนั้นพระราชาแห่งอัสซีเรียจึงขังพระองค์ไว้ และจำพระองค์ไว้ในคุก
5
แล้วพระราชาแห่งอัสซีเรียก็ทรงบุกเข้าทั่วแผ่นดิน และขึ้นมายังกรุงสะมาเรียและทรงล้อมเมืองไว้ 3 ปี
6
ในปีที่ 9 แห่งรัชกาลโฮเชยา พระราชาแห่งอัสซีเรียยึดกรุงสะมาเรียได้ พระองค์ทรงกวาดต้อนคนอิสราเอลไปยังอัสซีเรีย และให้พวกเขาอยู่ที่ฮาลาห์ และข้างแม่น้ำฮาโบร์แห่งเมืองโกซาน และในเมืองต่างๆ ของคนมีเดีย
7
ที่เป็นอย่างนั้น ก็เพราะคนอิสราเอลได้ทำบาปต่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของตน ผู้ทรงนำพวกเขาออกจากแผ่นดินอียิปต์ จากพระหัตถ์ของฟาโรห์กษัตริย์แห่งอียิปต์ และเพราะพวกเขาได้นมัสการพระอื่นๆ
8
และได้ดำเนินตามธรรมเนียมปฏิบัติของประชาชาติ ซึ่งพระยาห์เวห์ทรงขับไล่ไปเสียให้พ้นหน้าคนอิสราเอล และตามกฎเกณฑ์ที่บรรดาพระราชาแห่งอิสราเอลทรงนำเข้ามา
9
และคนอิสราเอลได้ทำสิ่งที่ไม่ชอบต่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของตนอย่างลับๆ เขาทั้งหลายได้สร้างปูชนียสถานสูงสำหรับตนทั่วบ้านทั่วเมือง ตั้งแต่ที่ที่มีหอสังเกตการณ์ จนถึงเมืองที่มีป้อม
10
พวกเขาได้ตั้งเสาศักดิ์สิทธิ์และเสาอาเช-ราห์บนเนินเขาสูงทุกแห่ง และใต้ต้นไม้เขียวสดทุกต้น
11
ณ ที่นั่น พวกเขาได้เผาเครื่องหอมบนปูชนียสถานสูงทุกที่ ตามอย่างประชาชาติซึ่งพระยาห์เวห์ทรงกวาดไปเสียต่อหน้าพวกเขา และเขาทั้งหลายได้ทำสิ่งชั่ว ทำให้พระยาห์เวห์ทรงพระพิโรธ
12
เขาทั้งหลายปรนนิบัติรูปเคารพ ซึ่งพระยาห์เวห์ได้ตรัสแก่เขาแล้วว่า “เจ้าอย่าทำอย่างนี้”
13
พระยาห์เวห์ยังทรงตักเตือนอิสราเอลและยูดาห์ ทางผู้เผยพระวจนะทุกคนและผู้ทำนายทุกคนว่า “จงหันจากทางชั่วทั้งหลายของเจ้า และรักษาพระบัญญัติของเราและกฎเกณฑ์ของเรา ตามธรรมบัญญัติทั้งสิ้นซึ่งเราได้บัญชาแก่บรรพบุรุษของเจ้า และซึ่งเราได้ส่งมายังเจ้าทางผู้เผยพระวจนะผู้รับใช้ของเรา”
14
แต่พวกเขาไม่ฟังและดื้อดึงเหมือนอย่างบรรพบุรุษของพวกเขา ผู้ไม่เชื่อถือพระยาห์เวห์พระเจ้าของเขา
15
เขาได้ปฏิเสธกฎเกณฑ์และพันธสัญญาของพระองค์ ซึ่งทรงทำกับบรรพบุรุษของเขา รวมทั้งพระดำรัสเตือนซึ่งประทานแก่เขา เขาทั้งหลายติดตามสิ่งไร้ค่า และกลายเป็นสิ่งไร้ค่าไป และเขาทำตามประชาชาติที่อยู่รอบๆ ซึ่งพระยาห์เวห์ทรงห้ามเขาทำตาม
16
และเขาทั้งหลายได้ละทิ้งพระบัญญัติทั้งสิ้นของพระยาห์เวห์พระเจ้าของตน และได้หล่อรูปเคารพสำหรับตนเป็นลูกวัวสองตัว และเขาได้สร้างเสาอาเช-ราห์ และโน้มตัวลงกราบบรรดาบริวารของฟ้าสวรรค์ และปรนนิบัติพระบาอัล
17
เขาทั้งหลายได้ให้บุตรชายหญิงของเขาลุยไฟ และเขาได้ทำนายโชคชะตาและทำเวทมนตร์ ทั้งขายตัวเอง ไปทำสิ่งชั่วร้ายในสายพระเนตรของพระยาห์เวห์ ทำให้พระองค์ทรงพระพิโรธ
18
เพราะฉะนั้น พระยาห์เวห์ทรงพระพิโรธต่ออิสราเอลยิ่งนัก และทรงให้พวกเขาออกไปพ้นพระพักตร์ของพระองค์ ไม่มีใครเหลืออยู่นอกจากเผ่ายูดาห์เท่านั้น
19
ยูดาห์ไม่ได้รักษาพระบัญญัติของพระยาห์เวห์พระเจ้าของเขาด้วย แต่ดำเนินตามกฎเกณฑ์ของอิสราเอลที่ได้ทำกัน
20
และพระยาห์เวห์ทรงปฏิเสธเชื้อสายทั้งสิ้นของอิสราเอล และทรงให้เขาทั้งหลายทนทุกข์ และมอบเขาไว้ในมือของผู้ปล้น จนกว่าพระองค์ได้ทรงเหวี่ยงเขาไปพ้นพระพักตร์ของพระองค์
21
เพราะพระองค์ทรงฉีกอิสราเอลจากราชวงศ์ของดาวิด และพวกเขาได้ตั้งเยโรโบอัมบุตรเนบัทให้เป็นพระราชา และเยโรโบอัมทรงชักนำอิสราเอลไปจากการติดตามพระยาห์เวห์ และนำให้พวกเขาทำบาปอย่างใหญ่หลวง
22
คนอิสราเอลได้ดำเนินในบาปทั้งสิ้น ซึ่งเยโรโบอัมได้ทรงกระทำ เขาทั้งหลายไม่ได้หันจากบาปเหล่านั้นเลย
23
จนพระยาห์เวห์ทรงให้อิสราเอลออกไปพ้นพระพักตร์ของพระองค์ ตามที่ตรัสทางบรรดาผู้เผยพระวจนะผู้รับใช้ของพระองค์ อิสราเอลจึงถูกกวาดจากแผ่นดินของตนไปเป็นเชลยในอัสซีเรียจนทุกวันนี้
24
พระราชาแห่งอัสซีเรียทรงนำประชาชนมาจากบาบิโลน คูธาห์ อัฟวา ฮามัท เสฟารวาอิม และให้พวกเขาอาศัยอยู่ในเมืองต่างๆ ของสะมาเรียแทนประชาชนอิสราเอล พวกเขาก็เข้าถือกรรมสิทธิ์สะมาเรีย และอาศัยอยู่ในเมืองเหล่านั้น
25
และตั้งแต่แรกที่พวกเขามาอาศัยอยู่ที่นั่น เขาก็ไม่ได้ยำเกรงพระยาห์เวห์ ฉะนั้นพระยาห์เวห์จึงทรงให้สิงโตมาท่ามกลางเขา พวกมันฆ่าบางคนในพวกเขา
26
เพราะฉะนั้นมีผู้ไปทูลพระราชาแห่งอัสซีเรียว่า “ประชาชาติซึ่งฝ่าพระบาททรงพาไปอยู่ในเมืองต่างๆ ของสะมาเรียนั้น ไม่รู้ธรรมเนียมของพระของแผ่นดินนั้น ฉะนั้นพระจึงให้สิงโตมาท่ามกลางเขา และดูสิ พวกมันได้ฆ่าพวกเขาเสีย เพราะเขาไม่รู้ธรรมเนียมของพระของแผ่นดินนั้น”
27
แล้วพระราชาแห่งอัสซีเรียจึงบัญชาว่า “จงนำคนหนึ่งในพวกปุโรหิตที่พวกเจ้ากวาดต้อนมาจากที่นั่นไปที่นั่น จงให้เขาไปอยู่ที่นั่น และให้สั่งสอนธรรมเนียมของพระของแผ่นดินนั้น”
28
ฉะนั้นคนหนึ่งในพวกปุโรหิตที่พวกเขากวาดมาจากสะมาเรีย จึงไปอาศัยอยู่ที่เมืองเบธเอลและสั่งสอนเขาทั้งหลายว่า เขาจะต้องยำเกรงพระยาห์เวห์อย่างไร
29
แต่ว่าประชาชาติทั้งสิ้นยังสร้างรูปพระของตนเอง และตั้งไว้ในนิเวศแห่งปูชนียสถานสูงซึ่งชาวสะมาเรียได้สร้างไว้ในเมืองต่างๆ ที่ประชาชาติทั้งสิ้นอาศัยอยู่
30
ชาวบาบิโลนสร้างพระสุคคทเบโนท ชาวคูทสร้างพระเนอร์กัล ชาวฮามัทสร้างพระอาชิมา
31
ชาวอัฟวาสร้างพระนิบหัสและพระทารทัก ชาวเสฟารวาอิมเผาเด็กของตนในไฟถวายพระอัดรัมเมเลคและพระอานัมเมเลค ซึ่งเป็นพระของเมืองเสฟารวาอิม
32
ประชาชาติเหล่านี้นมัสการพระยาห์เวห์ด้วย แต่ได้ตั้งปุโรหิตแห่งปูชนียสถานสูงจากท่ามกลางพวกเขา ให้ทำหน้าที่เพื่อพวกเขาในนิเวศแห่งปูชนียสถานสูง
33
เขาจึงยำเกรงพระยาห์เวห์ แต่ก็ปรนนิบัติบรรดาพระของเขาเองด้วย ตามธรรมเนียมของบรรดาประชาชาติที่พวกอัสซีเรียกวาดเขามาจากที่นั้น
34
ทุกวันนี้เขาก็ทำตามธรรมเนียมเดิม เขาทั้งหลายไม่ยำเกรงพระยาห์เวห์ ไม่ทำตามกฎเกณฑ์ หรือกฎหมาย หรือธรรมบัญญัติ หรือพระบัญญัติ ซึ่งพระยาห์เวห์ทรงบัญชาแก่ลูกหลานของยาโคบ ผู้ที่พระองค์ประทานนามให้ว่าอิสราเอล
35
พระยาห์เวห์ทรงทำพันธสัญญากับเขาทั้งหลายและบัญชาเขาว่า “อย่ายำเกรงพระอื่นๆ หรือกราบนมัสการพระนั้น หรือปรนนิบัติ หรือถวายสัตวบูชาแก่พระนั้น
36
แต่เจ้าจงยำเกรงพระยาห์เวห์ ผู้นำเจ้าออกจากแผ่นดินอียิปต์ด้วยฤทธานุภาพยิ่งใหญ่ และด้วยพระกร ที่เหยียดออก เจ้าจงนมัสการพระองค์ และจงถวายสัตวบูชาแด่พระองค์
37
และกฎเกณฑ์ กฎหมาย และธรรมบัญญัติ และพระบัญญัติซึ่งพระองค์ทรงจารึกสำหรับพวกเจ้า เจ้าจงระวังที่จะทำตามเสมอ เจ้าอย่ายำเกรงพระอื่นเลย
38
เจ้าอย่าลืมพันธสัญญาที่เราได้ทำไว้กับเจ้า และอย่ายำเกรงพระอื่นเลย
39
แต่เจ้าทั้งหลายจงยำเกรงพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า และพระองค์จะทรงช่วยกู้เจ้าให้พ้นมือศัตรูทั้งสิ้นของเจ้า”
40
พวกเขาไม่ได้ฟัง แต่ยังทำตามธรรมเนียมเดิมของตน
41
ดังนั้นประชาชาติเหล่านี้จึงยำเกรงพระยาห์เวห์ และปรนนิบัติรูปเคารพสลักของพวกเขาด้วย ลูกของพวกเขาก็เช่นเดียวกัน หลานของพวกเขาก็เช่นเดียวกัน บรรพบุรุษของพวกเขาทำอย่างไร พวกเขาก็ทำอย่างนั้นจนทุกวันนี้
← Chapter 16
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 18 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25