bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai Bible (THS) 2011 (ฉบับมาตรฐาน)
/
Deuteronomy 2
Deuteronomy 2
Thai Bible (THS) 2011 (ฉบับมาตรฐาน)
← Chapter 1
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 3 →
1
“ต่อมาพวกเราได้เดินกลับเข้าถิ่นทุรกันดารตามทางสู่ทะเลแดง ตามที่พระยาห์เวห์ตรัสกับข้าพเจ้า และพวกเราได้เดินวนภูเขาเสอีร์ หลายวัน
2
แล้วพระยาห์เวห์ตรัสสั่งข้าพเจ้าว่า
3
‘พวกเจ้าได้เดินวนเวียนในแดนเทือกเขานี้นานพอแล้ว จงหันไปทางทิศเหนือเถิด
4
และจงบัญชาประชาชนว่า พวกเจ้ากำลังจะเดินผ่านเขตแดนเมืองพี่น้องของเจ้า คือลูกหลานของเอซาวที่อยู่ในเสอีร์แล้ว และพวกเขาจะกลัวพวกเจ้า ฉะนั้นจงระวังตัวให้ดี
5
อย่าต่อสู้เขา เพราะเราจะไม่ให้ดินแดนของเขาแก่เจ้าเลย จะไม่ให้ที่ดินแม้เพียงฝ่าเท้าเหยียบ เพราะเราได้ให้ภูเขาเสอีร์แก่เอซาวเป็นกรรมสิทธิ์
6
พวกเจ้าจงเอาเงินซื้อเสบียงอาหารจากพวกเขาเพื่อจะได้กิน และจงเอาเงินซื้อน้ำจากเขาด้วยเพื่อจะได้ดื่ม
7
เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า ได้ทรงอวยพรเจ้าในงานทุกอย่างที่มือของเจ้าทำ พระองค์ทรงทราบทางที่เจ้าเดินในถิ่นทุรกันดารใหญ่นี้ พระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้าได้อยู่กับเจ้ามาสี่สิบปีแล้ว เจ้าไม่ขาดสิ่งใดเลย’
8
แล้วเราจึงเดินเลยไปจากพี่น้องของเราคือ พวกลูกหลานเอซาวผู้อาศัยอยู่ที่เสอีร์ ออกจากเส้นทางแห่งอาราบาห์จากเอลัทและจากเอซิโอนเกเบอร์ “และเราได้เลี้ยวไปเดินตามทางถิ่นทุรกันดารโมอับ
9
และพระยาห์เวห์ได้ตรัสกับข้าพเจ้าว่า ‘อย่าเป็นศัตรูกับพวกโมอับ และอย่ารบกับเขาเลย เพราะเราจะไม่ให้ดินแดนของเขาแก่เจ้าเป็นกรรมสิทธิ์ เพราะเราได้ให้เมืองอาร์แก่ลูกหลานของโลทเป็นกรรมสิทธิ์แล้ว’
10
(แต่ก่อนคนเอมิมอยู่ที่นั่น เป็นชนชาติใหญ่และมีจำนวนมาก และสูงอย่างคนอานาค
11
คนเหล่านี้ได้ชื่ออีกว่าเรฟาอิม เหมือนคนอานาค แต่คนโมอับเรียกพวกนี้ว่าเอมิม
12
เมื่อก่อนพวกโฮรีอยู่ที่เสอีร์ด้วย แต่ลูกหลานของเอซาวได้มาอยู่แทนพวกเขา และทำลายเขาเสีย และเข้าอาศัยแทนที่เขา เหมือนอิสราเอลทำต่อดินแดนที่พระยาห์เวห์ประทานให้เขาเป็นกรรมสิทธิ์นั้น)
13
‘บัดนี้พวกเจ้าจงยกเดินข้ามแม่น้ำเศเรด’ พวกเราจึงข้ามแม่น้ำเศเรด
14
และนับเป็นเวลาสามสิบแปดปีที่เรามาจากคาเดชบารเนีย จนเราได้ข้ามแม่น้ำเศเรด จนคนรุ่นนั้นหมดไป คือพวกผู้ชายในค่ายที่ออกรบได้นั้นตายหมด ตามที่พระยาห์เวห์ทรงปฏิญาณกับพวกเขา
15
แท้จริงพระหัตถ์พระยาห์เวห์ทรงต่อสู้พวกเขา ทรงทำลายพวกเขาจากท่ามกลางค่าย จนพวกเขาพินาศหมดสิ้น
16
“ต่อมาเมื่อคนที่ออกรบได้ตายไปหมดจากท่ามกลางประชาชนแล้ว
17
พระยาห์เวห์ได้ตรัสกับข้าพเจ้าว่า
18
‘วันนี้เจ้าจะเดินข้ามเมืองอาร์เขตแดนของคนโมอับ
19
และเมื่อเข้าใกล้ชายแดนของคนอัมโมน อย่าเป็นศัตรูและอย่ารบกับเขา เพราะเราจะไม่ให้ดินแดนของลูกหลานคนอัมโมนแก่เจ้าเป็นกรรมสิทธิ์เลย ด้วยเราได้ให้ที่นั่นแก่ลูกหลานของโลทเป็นกรรมสิทธิ์แล้ว’
20
(ทั้งที่นั่นก็นับว่าเป็นแผ่นดินของพวกเรฟาอิม แต่ก่อนคนเรฟาอิมเคยอยู่ที่นั่น แต่คนอัมโมนได้เรียกพวกเขาว่าศัมซุมมิม
21
คนเหล่านั้นสูงใหญ่และมีจำนวนมาก เหมือนคนอานาค แต่พระยาห์เวห์ทรงทำลายพวกเขาเสีย และพวกอัมโมนได้ยึดครองและเข้าอยู่แทนที่เขา
22
เหมือนพระองค์ได้ทรงทำต่อลูกหลานของเอซาวผู้อยู่ที่เสอีร์ เมื่อพระองค์ทรงทำลายพวกโฮรีเสีย และพวกเขาได้ยึดครองแล้วเข้าอาศัยแทนที่เขาจนทุกวันนี้
23
ส่วนพวกอัฟวิมที่อยู่ในหมู่บ้านต่างๆ จนถึงกาซา คนคัฟโทร์ซึ่งมาจากคัฟโทร์ ก็ได้ทำลายพวกเขาและเข้าอาศัยแทนที่เขา)
24
‘พวกเจ้าจงลุกขึ้นเดินทางข้ามลุ่มแม่น้ำอารโนน นี่แน่ะ เราได้มอบสิโหนชาวอาโมไรต์ผู้เป็นกษัตริย์แห่งเฮชโบน และดินแดนของเขาไว้ในมือของเจ้า เจ้าจงเริ่มเข้ายึดครองและสู้รบกับเขา
25
วันนี้เราจะให้ชนชาติทั้งหลายทั่วใต้ฟ้าครั่นคร้ามและกลัวเจ้า เมื่อพวกเขาได้ยินข่าวเรื่องเจ้าก็จะกลัวจนตัวสั่นและลนลานเพราะเจ้า’
26
“ข้าพเจ้าจึงใช้ผู้สื่อสารจากถิ่นทุรกันดารเคเดโมทไปเข้าเฝ้าสิโหนกษัตริย์แห่งเฮชโบน ทูลถ้อยคำอันสันติว่า
27
‘ขอให้ข้าพระบาทผ่านดินแดนของฝ่าพระบาท ข้าพระบาทจะเดินไปตามทางหลวงเท่านั้น จะไม่เลี้ยวไปทางขวาหรือทางซ้ายเลย
28
ขอฝ่าพระบาทขายเสบียงเอาเงิน เพื่อข้าพระบาทจะได้กิน และขอขายน้ำเอาเงิน เพื่อข้าพระบาทจะได้ดื่ม ขอเพียงให้ข้าพระบาทเดินผ่านไปเท่านั้น
29
เช่นเดียวกับลูกหลานของเอซาวซึ่งอยู่ที่เสอีร์ และคนโมอับที่อยู่เมืองอาร์ ได้ทำกับข้าพระบาทนั้น จนข้าพระบาทจะข้ามแม่น้ำจอร์แดนเข้าไปในแผ่นดินที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของข้าพระบาทได้ประทานให้พวกข้าพระบาท’
30
แต่สิโหนกษัตริย์แห่งเฮชโบน ไม่ยอมให้เราผ่านเขตแดนของเขา เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ทรงทำให้จิตใจของสิโหนกระด้าง และทรงทำให้ใจแข็ง เพื่อจะทรงมอบเขาไว้ในมือของท่านดังที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
31
และพระยาห์เวห์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า ‘นี่แน่ะ เราเริ่มมอบสิโหนและแผ่นดินของเขาไว้กับเจ้า จงเข้ายึดครองเพื่อเจ้าจะได้แผ่นดินของเขาเป็นกรรมสิทธิ์’
32
แล้วสิโหนยกออกมาต่อสู้กับเราที่ยาฮาส ทั้งเขาและประชาชนทั้งสิ้นของเขา
33
และพระยาห์เวห์พระเจ้าของเราได้ทรงมอบเขาไว้ต่อเรา และเราได้ตีทำลายเขากับบุตรและประชาชนทั้งสิ้นของเขาเสีย
34
เวลานั้นเราได้ยึดเมืองทั้งหมดของเขา และได้ทำลายผู้ชายผู้หญิงและเด็กในทุกเมืองไม่มีผู้เหลือรอดชีวิตเลย
35
เหลือแต่ฝูงสัตว์ เราก็ยึดมาเป็นของแย่งชิงของเรา ทั้งของริบในเมืองเหล่านั้นที่เราตีมา
36
ตั้งแต่อาโรเออร์ที่อยู่ริมลุ่มแม่น้ำอารโนน และตั้งแต่เมืองที่อยู่ในลุ่มแม่น้ำนั้นจนถึงเมืองกิเลอาด ไม่มีเมืองใดต่อต้านเราได้ พระยาห์เวห์พระเจ้าของเราทรงมอบทั้งหมดนั้นไว้กับเรา
37
ขอเพียงแต่ท่านไม่เข้าใกล้แผ่นดินคนอัมโมน คือฝั่งแม่น้ำยับบอกและเมืองที่อยู่บนภูเขา และที่ใดๆ ซึ่งพระยาห์เวห์พระเจ้าของเราตรัสห้ามเรานั้น
← Chapter 1
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 3 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34