bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
Lamentations 1
Lamentations 1
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 2 →
1
กรุงที่แต่ก่อนคับคั่งด้วยพลเมือง, บัดนี้มาอ้างว้างอยู่ได้อย่างไรหนอ? กรุงที่แต่ก่อนรุ่งเรืองในท่ามกลางเมืองทั้งปวงนั้น, ครั้นมาบัดนี้กลายเป็นดุจดังหญิงม่ายอย่างไรกันหนอ? กรุงที่เคยเป็นดังเจ้าหญิงในท่ามกลางอาณานิคมทั้งหลายนั้น, มีอย่างไรจึงกลับมาเป็นเมืองต้องส่งส่วยเช่นนี้หนอ?
2
กรุงนั้นได้พิลาปร่ำไห้ในราตรีกาลอย่างสะอึกสะอื้น, และน้ำตาของนางนั้นอามแก้มทั้งสองข้าง; นางจะหาใครในท่ามกลางคนที่ได้รับนางนั้น, มาปลอบโยน, ก็หาพบไม่. บรรดาพวกเพื่อนของนางสิ้นทุกคนได้ทรยศนาง, เขาทั้งปวงกลับเป็นศัตรูแก่นาง.
3
ยะฮูดาได้ถูกกวาดไปเป็นชะเลย, ได้รับทุกข์ทรมาน, ต้องทำงานอย่างทาส, นางต้องพำนักอยู่ท่ามกลางคนต่างชาติ, นางไม่มีความสงบสุขเลย. บรรดาผู้ข่มเหงได้ไล่ทันนางเมื่อเวลานางคับใจ.
4
ถนนหนทางที่เข้ากรุงซีโอนก็โศกเศร้าอยู่, เพราะไม่มีผู้ใดเดินไปในงานสมโภช; บรรดาประตูเมืองของนางนั้นเริดร้างเสียแล้ว, พวกปุโรหิตทั้งปวงของนางได้พากันทอดถอนใจ: หญิงสาวทั้งปวงของนางก็พลอยเป็นทุกข์, และตัวนางเองได้รับความขื่นขม.
5
พวกปฏิปักษ์ของนางกลายเป็นใหญ่เป็นโต, พวกปัจจามิตรของนางได้จำเริญขึ้น, ด้วยว่าพระยะโฮวาได้ทำให้นางทุกข์เพราะความผิดอันมหันต์ของนาง, ลูกเต้าทั้งหลายของนางตกไปเป็นชะเลยต่อหน้าศัตรู.
6
และความงามของบุตรีแห่งกรุงซีโอนก็ปลาตไป: พวกเจ้านายของนางก็กลับเป็นดุจฝูงกวางที่หาทุ่งหญ้าเลี้ยงชีวิตไม่ได้, และได้วิ่งป้อแป้ไปข้างหน้านายพราน.
7
ยะรูซาเลมเมื่อตกอยู่ในยามแห่งความทุกข์และในความลำเค็ญก็ได้หวนระลึกถึงความสุขสำราญบานใจของตนที่ตนเคยมีในครั้งกระโน้น: ลเมืองของนางตกอยู่ในเงื้อมมือของพวกปัจจามิตร, และหามีผู้ใดจะสงเคราะห์นางไม่, พวกปัจจามิตรเห็นนางแล้วก็เยาะเย้ยดูหมิ่นความเริดร้างของนาง.
8
ยะรูซาเลมได้ทำผิดใหญ่หลวง; เหตุฉะนี้นางจึงต้องถูกถอดออกเสีย, บรรดาคนที่เคยได้ให้เกียรติยศแก่นาง, มาบัดนี้ก็ลบหลู่นาง, เพราะเหตุเขาทั้งหลายเห็นนางสิ้นเนื้อประดาตัว: เออ, นางได้ทอดถอนใจใหญ่และหันหลังให้.
9
ระดูของนางก็เกอะกรังอยู่ในกะโปรงของนาง; และนางหาได้ระลึกถึงอนาคตของนางไม่; เพราะดังนั้นนางจึงได้เสื่อมทรามลงเร็วอย่างน่าใจหาย; นางก็ไม่มีผู้ใดจะเล้าโลม: “โอ้พระยะโฮวา, ขอได้ทรงทอดพระเนตรดูความทุกข์ยากของข้าพเจ้า, เพราะพวกปัจจามิตรได้กางข้อกับข้าพเจ้า.”
10
พวกปัจจามิตรได้แบมือลูบคลำบรรดาของวิเศษของนาง, ด้วยนางได้เห็นพวกมิจฉาทิฏฐิเข้ามาในโบสถ์ของนาง, ด้วยว่าพระองค์ได้ทรงห้ามไม่ให้เข้ามาในที่ประชุมของพระองค์.
11
บรรดาพลเมืองของนางได้ทอดถอนใจใหญ่, เขาทั้งหลายเสาะหาอาหาร; และพวกเขาได้เอาของวิเศษของตัวออกแลกอาหารกิน, เพื่อจะได้ประทังชีวิต. “โอ้พระยะโฮวา, ขอได้ทรงทอดพระเนตรแลดูเถอะ, เพราะข้าพเจ้ากลับกลายเป็นที่เหยียดหยามไปเสียแล้ว.”
12
“ดูกรท่านทั้งหลายที่เดินผ่านไป, ท่านไม่เกิดความรู้สึกอะไรบ้างหรือ? นี่แน่ะ, จงดูซิว่า, มีความทุกข์ใดบ้างไหมอันเหมือนความทุกข์ที่เขาได้ทำกับข้าพเจ้า, เป็นความทุกข์ซึ่งพระยะโฮวาได้ทรงกระทำแก่ข้าพเจ้าในวันที่พระองค์ได้ทรงกริ้วข้าพเจ้าอย่างเกรี้ยวกราดนั้น.
13
เพราะพระองค์ได้ทรงส่งเพลิงลงมาแต่เบื้องบนให้เข้าไปในกะดูกทั้งหลายของข้าพเจ้า, เพลิงนั้นก็ลุกลามเผาผลาญกะดูกเสีย; พระองค์ได้กางเครื่องดักไว้ดักเท้าของข้าพเจ้า, พระองค์ได้ขัดขาให้ข้าพเจ้าลมหงายหลัง: พระองค์ได้กระทำข้าพเจ้าให้ว้าเหว่และวิงเวียนอยู่วันยังค่ำ.
14
ภาระแห่งความผิดทั้งมวลของข้าพเจ้าก็อยู่ในความควมคุมแห่งพระหัตถ์ของพระองค์; แอกนั้นสักกะชับรัดรึงรอบคอข้าพเจ้า, พระองค์ได้กระทำให้กำลังข้าพเจ้าตกไป. พระยะโฮวาได้มอบข้าพเจ้าไว้ในมือคนทั้งหลาย, ที่ข้าพเจ้าไม่สามารถต่อต้านเขาได้.
15
พระองค์ได้ทรงกระทำนักรบของข้าพเจ้าให้เป็นคนใช้การไม่ได้ในบ้านเมืองของข้าพเจ้า; พระองค์ได้เกณฑ์กองทัพให้มาต่อสู้ข้าพเจ้า, เพื่อจะให้พวกคนหนุ่มของข้าพเจ้าแหลกเป็นจุณณ์วิจุณณ์ไป: พระยะโฮวาได้เหยียบย่ำลูกสาวแห่งยะฮูดาดังเหยียบผลองุ่นลงในหีบบีบน้ำองุ่น.
16
เพราะเหตุเหล่านี้เองที่ข้าพเจ้าร้องไห้ร้องห่มมีน้ำตาไหลออกนองหน้า, และเพราะผู้ปลอบโยนที่จะเล้าโลมจิตต์ใจของข้าพเจ้าก็อยู่ไกลจากข้าพเจ้า: และเหล่าลูกของข้าพเจ้าก็ว้าเหว่, เพราะพวกศัตรูได้ชัยชะนะ.”
17
เมืองซีโอนได้แบมือทั้งสองออกวิงวอน, แต่ไม่มีใครจะประเล้าประโลมนาง. พระยะโฮวาได้มีรับสั่งอันเกี่ยวกับยาโคบว่า, ให้บรรดาประเทศใกล้เคียงของยาโคบตั้งตัวขึ้นเป็นศัตรู: ยะรูซาเลมเหมือนสตรีถึงผ้าอยู่ในท่ามกลางเขาทั้งหลาย.
18
“พระยะโฮวาทรงกระทำถูกแล้ว, เพราะว่าข้าพเจ้าได้ขัดขืนบัญญัติของพระองค์. ดูกรบรรดาพลเมืองทั้งปวง, ถึงกระนั้นข้าพเจ้าก็ขอท่านทั้งหลายได้ฟังและได้มามองดูความเจ็บปวดของข้าพเจ้าบ้างเถอะ: สาวๆ ของข้าพเจ้าและหนุ่มๆ ของข้าพเจ้าตกไปเป็นชะเลยแล้ว.
19
ข้าพเจ้าได้ร้องเสียงดังเรียกบรรดาคนที่เคยรักใคร่ข้าพเจ้า, แต่เขาได้หันหลังให้ข้าพ: พวกปุโรหิตและพวกผู้ปกครองของข้าพเจ้าก็ขาดใจตายที่กลางเมือง, ขณะเมื่อเขากำลังหาอาหารประทังชีวิต.
20
โอ้พระยะโฮวา, ขอทรงพิจารณาดูบ้าง, เพราะข้าพเจ้ามีความทุกข์นัก; จิตต์ใจของข้าพเจ้าทุรนทุรายอยู่, จิตต์ใจของข้าพเจ้าก็ยุ่งเหยิง, เพราะข้าพเจ้าได้ดื้อดึงอย่างร้ายกาจ: นอกเมืองมีคนต้องคมกะบี่ตาย, ในเมืองมีคนเกิดโรคตาย.
21
เขาทั้งหลายได้ยิน, ว่าข้าพเจ้าทอดถอนใจอยู่, ว่าหามีผู้ใดจะปลอบโยนข้าพเจ้าไม่. บรรดาพวกศัตรูของข้าพเจ้าได้ยินเรื่องความทุกข์ของข้าพเจ้า; เขาทั้งหลายพากันดีใจที่พระองค์ได้ทรงกระทำอย่างนี้: คือที่พระองค์ได้ทรงนำวารที่พระองค์ได้ทรงประกาศไว้นั้นมาถึงข้าพเจ้า, ขอให้เขาทั้งหลายได้เป็นเหมือนอย่างข้าพเจ้าบ้างเถอะ.
22
ขอให้บรรดาความชั่วของเขาทั้งหลายมาปรากฏต่อพระพักตรของพระองค์, และขอให้ทรงกระทำแก่เขาทั้งหลายเหมือนอย่างพระองค์ได้กระทำแก่ข้าพเจ้าเพราะความผิดของข้าพเจ้าเถิด; ด้วยความสะท้อนถอนใจของข้าพเจ้านั้นมากมายหลายครั้ง, และจิตต์ใจของข้าพเจ้าก็อ่อนเพลียเต็มที่แล้ว.”
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 2 →
All chapters:
1
2
3
4
5