bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
Lamentations 3
Lamentations 3
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 2
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 4 →
1
“ข้าพเจ้าเป็นคนที่ได้เห็นความทุกข์ยากเพราะแนวไม้เรียวแห่งครามกริ้วของพระองค์.
2
พระองค์ได้นำเอาตัวของข้าพเจ้ามาและได้พาเข้าไปในความมืด, หาได้พาเข้าไปในความสว่างไม่.
3
แท้จริงพระองค์ได้ทรงพลิกพระหัตถ์ของพระองค์อยู่ร่ำไปตลอดวัน.
4
เนื้อและหนังของข้าพเจ้าพระองค์ได้ทรงกระทำให้ซูบซีดไป; พระองค์ได้ทรงหักกะดูกของข้าพเจ้าเสียแล้ว.
5
พระองค์ได้สร้างค่ายขึ้นต่อสู้ข้าพเจ้า, ได้ตีวงล้อมข้าพเจ้าไว้ให้ได้รับความขมขื่นและเจ็บปวดรวดร้าว.
6
พระองค์ได้บังคับให้ข้าพเจ้าอยู่ในที่มืดดุจคนที่ตายมานานแล้ว.
7
พระองค์ได้กระทำรั้วล้อมข้าพเจ้าไว้, เพื่อจะกักข้าพเจ้าไว้ไม่ให้ออกไปได้; พระองค์ได้ตีตรวนล่ามข้าพเจ้าไว้.
8
เออ, พบข้าพเจ้าร้องขึ้นกราบทูลขอความช่วยเหลือ, พระองค์ได้ปัดคำอธิษฐานของข้าพเจ้าเสีย.
9
พระองค์ได้ปิดทางของข้าพเจ้าด้วยก้อนหินใหญ่, พระองค์ได้กระทำให้ถนนหนทางของข้าพเจ้าคดเคี้ยวไป.
10
ที่ข้าพเจ้าพระองค์ทำท่าดุจดังหมีหมอบคอยตะครุบ, และทำท่าดุจดังสิงห์โตแอบซุ่มตัวอยู่.
11
พระองค์ได้ทรงกระทำทางของข้าพเจ้าให้เลื่อนไป, และได้ข่วนฉีกตัวข้าพเจ้าเป็นรอยยับเยิน, พระองค์ได้กระทำให้ข้าพเจ้าว้าเหว่ไป.
12
พระองค์ได้โก่งคันธนูของพระองค์, และเอาข้าพเจ้าตั้งเป็นเป้าสำหรับลูกธนู.
13
พระองค์ได้เอาลูกธนูในแล่งของพระองค์ยิงเข้าไปในบั้นเอวของข้าพเจ้าแล้ว.
14
ข้าพเจ้าได้กลายเป็นคนสำหรับให้พลเมืองพูดล้อเล่นและร้องเพลงเยาะเย้ยวันยังค่ำ.
15
พระองค์ให้ข้าพเจ้าบริโภคความขมขื่นจนช่ำ, พระองค์ได้ให้ข้าพเจ้าเอือมด้วยผักขม.
16
ซ้ำพระองค์ได้เลาะฟันของข้าพเจ้าเสียด้วยก้อนกรวด, พระองค์ได้เอาขี้เท่าถมตัวข้าพเจ้า.
17
พระองค์ได้พรากจิตต์ใจของข้าพเจ้าออกไปเสียไกลจากความสงบสุข; จนข้าพเจ้าลืมไม่รู้ว่าความจำเริญนั้นเป็นอย่างไร.
18
ข้าพเจ้าได้กล่าวว่า, ‘กำลังวังชาของข้าพเจ้าศูนย์สิ้นไปเสียหมดแล้วและความหวังในพระยะโฮวาก็ดับศูนย์หมด.’
19
ยังคงจำได้แต่ความทุกข์ยากและการเที่ยวตุหรัดตุเหร่ว่าขมดั่งดีสัตว์, และขื่นดั่งลูกมะแว้ง.
20
ความขมขื่นนั้นยังคงติดอยู่ในใจของข้าพเจ้า, แล้วใจก็ต้องน้อมโน้มลงภายในร่างของข้าพเจ้า.
21
ข้าพเจ้าหวนคิดขึ้นมาได้: ข้าพเจ้าจึงได้เกิดมีหวังขึ้น.
22
เป็นเพราะพระกรุณาคุณของพระยะโฮวา, พวกข้าพเจ้าจึงยังไม่ได้ถูกเผาผลาญเสียให้ศูนย์ไปทีเดียว; เป็นเพราะความเมตตาแห่งพระยะโฮวาว่ามีไม่ขาดตอน.
23
ความเมตตากรุณานั้นมีมาใหม่ทุกๆ เช้า, ความสัตย์ธรรมของพระองค์ก็ยิ่งใหญ่ไพศาล.
24
จิตต์ใจของข้าพเจ้าได้กล่าวว่า, ‘พระยะโฮวาทรงถือหุ้นร่วมกับข้าพเจ้า, เหตุฉะนี้ข้าพเจ้าจะหวังพึ่งพระองค์’
25
พระยะโฮวาทรงดีต่อคนทั้งปวงที่ได้รอท่าพระองค์, ต่อจิตต์ใจที่ได้แสวงหาพระองค์.
26
เป็นการดีที่มนุษย์จะสงบใจรบคอยความรอดของพระยะโฮวา.
27
เป็นการดีที่มนุษย์จะรับเอาแอกมาแบกในปฐมวัย.
28
ให้เขานั่งเงียบๆ อยู่แต่ลำพัง, เพราะพระองค์ได้ทรงวางแอกนั้นเอง.
29
ให้เขาเอาปากจดไว้ในผงคลีดิน, ถ้าทำดังนั้นชะรอยจะมีหวัง.
30
ให้เขาเอียงแก้มให้แก่พระองค์ผู้ได้ทรงตบเขา; ให้เขารับเอาความดูหมิ่นอย่างเต็มเปี่ยมเถิด.
31
ด้วยว่าพระยะโฮวาจะไม่ละทิ้งเป็นนิตย์ดอก.
32
ถึงมาตรแม้นพระองค์ได้กระทำให้ใจเกิดเศร้าโศก. พระองค์ก็จะมีความกรุณา, ด้วยความเมตตากรุณาของพระองค์นั้นมีเหลือหลาย.
33
เพราะพระองค์จะได้กระทำให้ใครเกิดทุกข์หรือให้วงศ์วานแห่งมนุษย์มีโศกด้วยชอบพระทัยก็หามิได้.
34
การเหยียบย่ำบรรดาชะเลยแห่งแผ่นดินโลกไว้ใต้เท้าก็ดี.
35
การตัดสิทธิ์ของมนุษย์ผู้หนึ่งผู้ใดต่อพระพักตรผู้ใหญ่ยิ่งสูงสุดก็ดี,
36
การแกล้งตัดสินกลับสัตย์ให้ใครๆ ก็ดี, พระยะโฮวาไม่ทรงพอพระทัยเลย.
37
ใครคนไหนจะสั่งให้อะไรๆ ดำเนินไปได้, เมื่อพระยะโฮวา, มิได้บัญชาสั่งเล่า?
38
ไม่ใช่พระบัญชาของพระผู้สูงสุดดอกหรือ, ความดีความชั่วถึงได้มีมา?
39
มนุษย์จะไปบ่นเอากับใคร? ต่างก็จงบ่นเอากับความผิดบาปของตัวเองเถอะ.
40
ให้พวกเราพินิจและพิจารณาดูวิถีทางของเรา, และกลับมาหาพระยะโฮวาอีกเถิด.
41
ให้พวกเราสนับสนุนจิตต์ใจด้วยการยกมือของพวกเราขึ้นต่อพระเจ้าในฟ้าสวรรค์เถิด.
42
พวกข้าพเจ้าได้กระทำผิดและได้คิดคดแล้ว, แต่พระองค์ยังไม่ได้ยกโทษนั้นให้.
43
พระองค์ได้กริ้วพวกข้าพเจ้าจัด, และไล่กวดพวกข้าพเจ้า; พระองค์ได้ประหารโดยไม่ได้มีความเมตตา.
44
พระองค์ได้ทรงคลุมพระกายไว้เสียด้วยเมฆ, เพื่อว่าการอธิษฐานของพวกข้าพเจ้าจะได้ไม่บรรลุไปถึงพระองค์ได้.
45
พระองค์ได้กระทำให้พวกข้าพเจ้าเป็นเหมือนอยากเยื่อและขยะมูลฝอยอยู่ในท่ามกลางพลเมือง.
46
บรรดาศัตรูของพวกข้าพเจ้าได้อ้าปากกว้างร้องโห่เย้ยเยาะพวกของข้าพเจ้า.
47
ความสับสนอลหม่านและความพินาศเป็นของน่ากลัวและน่าอุบาทว์แก่พวกข้าพเจ้า.
48
น้ำตาของข้าพเจ้าไหลนองอาบแก้ม, เนื่องด้วยความพินาศแห่งบุตรีของพลเมืองข้าพเจ้า.
49
น้ำตาของข้าพเจ้าไหลหยดอยู่เรื่อย, ไม่หยุด, และไม่มีเวลาสร่างเลย,
50
กว่าพระยะโฮวาจะทอดพระเนตรจากสวรรค์ลงแลดู.
51
นัยน์ตาของข้าพเจ้าเจ็บปวดก็เพราะบรรดาบุตรีแห่งกรุงของข้าพเจ้า.
52
พวกที่ตั้งตนเป็นศัตรูกับข้าพเจ้าโดยไม่มีเหตุนั้นได้ขับไล่ข้าพเจ้าดั่งขับไล่นก.
53
เขาทั้งหลายจะบั่นรอนชีวิตของข้าพเจ้าให้ตายเสียในคุกมืด, และได้เอาก้อนหินทิ้งถมให้ทับข้าพเจ้า.
54
น้ำได้ไหลหลั่งลงมาท่วมศีรษะของข้าพเจ้า, ข้าพเจ้าได้ร้องว่า, ‘ข้าพเจ้าถูกบั่นรอนตัดตอนแล้ว.’
55
โอ้พระยะโฮวา, ข้าพเจ้าได้ร้องออกมาแต่คุกมืดเรียกพระนามของพระองค์.
56
พระองค์ได้ทรงสดับเสียงร้องของข้าพเจ้าแล้ว, ขออย่าได้ทรงอุดพระกรรณไม่ให้ยินคำวิงวอนของข้าพเจ้า, และการพิลาปร่ำไห้ของข้าพเจ้าเลย.
57
พระองค์ได้เคยเขยิบเข้ามาใกล้ในวันที่ข้าพเจ้าได้ร้องเรียกพระองค์. พระองค์ได้เคยตรัสว่า, ‘ไม่ต้องกลัว.’
58
โอ้พระยะโฮวา, พระองค์ได้เคยทรงรับเป็นธุระให้จิตต์ใจของข้าพเจ้า, พระองค์ได้เคยช่วยชีวิตของข้าพเจ้ามาแล้ว.
59
โอ้พระยะโฮวา, พระองค์ได้ทรงเห็นแล้วที่เขาตัดสินข้าพเจ้านั้น, ว่าไม่เป็นธรรม, ขอพระองค์ได้ทรงพิจารณาพิพากษาคดีของข้าพเจ้าเถอะ.
60
พระองค์ได้ทรงเห็นการแก้แค้นของเขาและแผนการณ์ทำร้ายข้าพเจ้าแล้ว.
61
โอ้พระยะโฮวา, พระองค์ได้ทรงยินคำประมาทหมิ่น, และคำอาฆาตมาตรร้ายของเขาต่อข้าพเจ้าแล้ว,
62
คือริมฝีปากของพวกที่ได้ลุกขึ้นต่อสู้ข้าพเจ้า, และการปองร้ายของเขาต่อข้าพเจ้านั้นมีอยู่วันยังค่ำ.
63
ขอพระองค์ได้ทรงทอดพระเนตรดูเถอะ, ไม่ว่าเขาจะลุกหรือเขาจะนั่ง, ตัวข้าพเจ้าก็เป็นเนื้อเพลงให้เขาร้องเยาะ.
64
โอ้พระยะโฮวา, พระองค์คงจะได้สนองผลตามกรรมแห่งน้ำมือของเขา,
65
พระองค์คงจะทำให้ตาใจของเขาทั้งปวงบอดไป, ความแช่งของพระองค์คงได้ตกต้องเขา.
66
พระองค์คงจะได้ไล่ส่งเขาไปด้วยความพิโรธ, และทำลายล้างเขาให้สิ้นศูนย์ไปไม่มีเหลืออยู่ภายใต้ท้องฟ้าของพระยะโฮวา.”
← Chapter 2
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 4 →
All chapters:
1
2
3
4
5