bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai Bible (THS) 2011 (ฉบับมาตรฐาน)
/
Ezekiel 3
Ezekiel 3
Thai Bible (THS) 2011 (ฉบับมาตรฐาน)
← Chapter 2
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 41
Chapter 42
Chapter 43
Chapter 44
Chapter 45
Chapter 46
Chapter 47
Chapter 48
Chapter 4 →
1
และพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “บุตรมนุษย์เอ๋ย จงกินสิ่งที่เจ้าได้พบ จงกินหนังสือม้วนนี้ แล้วจงไปพูดกับพงศ์พันธุ์อิสราเอล”
2
ข้าพเจ้าจึงอ้าปาก และพระองค์ทรงให้ข้าพเจ้ารับประทานหนังสือม้วนนั้น
3
และพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “บุตรมนุษย์เอ๋ย จงกินหนังสือม้วนนี้ซึ่งเราให้แก่เจ้า และบรรจุให้เต็มท้องของเจ้า” แล้วข้าพเจ้าก็รับประทาน และเมื่อหนังสือม้วนนั้นอยู่ในปากข้าพเจ้ามันก็หวานเหมือนน้ำผึ้ง
4
แล้วพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “บุตรมนุษย์เอ๋ย เจ้าจงไปยังพงศ์พันธุ์อิสราเอล และกล่าวถ้อยคำของเราแก่พวกเขา
5
เพราะเราไม่ได้ใช้เจ้าไปหาชนชาติที่พูดภาษาต่างด้าวหรือภาษาที่เข้าใจยาก แต่ไปหาพงศ์พันธุ์อิสราเอล
6
ไม่ใช่ให้ไปหาชนชาติจำนวนมากที่พูดภาษาต่างด้าวและเข้าใจยาก ซึ่งเป็นภาษาที่เจ้าไม่เข้าใจ ที่จริงถ้าเราใช้เจ้าไปหาคนพวกนั้น พวกเขาก็จะฟังเจ้า
7
แต่พงศ์พันธุ์อิสราเอลจะไม่ยอมฟังเจ้า เพราะเขาไม่ยอมฟังเรา เพราะว่าพงศ์พันธุ์อิสราเอลทั้งหมดเป็นคนหัว แข็งและใจดื้อด้าน
8
ดูสิ เราได้ทำให้หน้าของเจ้าด้านเหมือนพวกเขา และทำให้หัวของเจ้าแข็งเช่นพวกเขา
9
เราได้ทำให้หัวของเจ้าแข็งแกร่งเหมือนเพชร แข็งยิ่งกว่าหินเหล็กไฟ อย่ากลัวพวกเขาเลย อย่าท้อถอยด้วยสีหน้าของเขา เพราะเขาเป็นพงศ์พันธุ์ที่มักกบฏ”
10
พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าอีกว่า “บุตรมนุษย์เอ๋ย จงรับถ้อยคำทั้งหมดของเราที่พูดกับเจ้าไว้ในใจของเจ้า และจงฟังด้วยหูของเจ้า
11
จงไปเถอะ เจ้าจงไปหาพวกที่เป็นเชลยคือชนชาติของเจ้านั้น จงพูดกับเขาทั้งหลาย และกล่าวกับพวกเขาว่า ‘พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้’ ไม่ว่าพวกเขาจะฟังหรือปฏิเสธก็ตาม”
12
พระวิญญาณทรงยกข้าพเจ้าขึ้น ข้าพเจ้าได้ยินเสียงกระหึ่มอยู่ข้างหลังข้าพเจ้า (สาธุการแด่พระสิริของพระยาห์เวห์ในที่ประทับของพระองค์)
13
และมีเสียงปีกของสิ่งมีชีวิตที่สัมผัสกัน และเสียงวงล้อข้างๆ ของสิ่งมีชีวิตนั้น เป็นเสียงกระหึ่ม
14
แล้วพระวิญญาณทรงยกข้าพเจ้าขึ้นและนำข้าพเจ้าไป ข้าพเจ้าก็ไปด้วยความขมขื่น วิญญาณจิตของข้าพเจ้าเดือดดาล และพระหัตถ์ของพระยาห์เวห์ก็ทรงพลังอยู่บนข้าพเจ้า
15
ข้าพเจ้าจึงมาถึงพวกเชลยที่เทลอาบิบ ผู้ซึ่งอาศัยอยู่ริมแม่น้ำเคบาร์ และในที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่นั้นข้าพเจ้าก็นั่งด้วยความตะลึงงันอยู่ท่ามกลางพวกเขาเจ็ดวัน
16
พอสิ้นวันที่เจ็ด พระวจนะของพระยาห์เวห์ก็มาถึงข้าพเจ้าว่า
17
“บุตรมนุษย์เอ๋ย เราได้ตั้งเจ้าให้เป็นยามของพงศ์พันธุ์อิสราเอล เมื่อเจ้าได้ยินถ้อยคำจากปากของเรา เจ้าจงกล่าวคำตักเตือนจากเราแก่พวกเขา
18
ถ้าเราจะบอกกับคนอธรรมว่า ‘เจ้าจะต้องตายแน่’ และเจ้าไม่ได้ตักเตือนเขาหรือไม่ได้กล่าวตักเตือนคนอธรรมให้ละจากทางอธรรมของเขา เพื่อจะช่วยชีวิตเขาไว้ คนอธรรมนั้นจะตายเพราะความผิดบาปของเขา แต่โลหิตของเขา เราจะเรียกร้องเอาจากมือเจ้า
19
แต่ถ้าเจ้าได้ตักเตือนคนอธรรม และเขาไม่ได้หันกลับจากการอธรรมของเขา หรือจากทางอธรรมของเขา เขาจะตายเพราะความผิดบาปของเขา แต่เจ้าจะช่วยชีวิตของเจ้าให้รอด
20
อีกประการหนึ่ง ถ้าคนชอบธรรมหันกลับจากความชอบธรรมของเขา และทำการอยุติธรรม แล้วเราวางสิ่งสะดุดไว้ตรงหน้าเขา เขาจะต้องตาย เขาตายเพราะบาปของเขา เนื่องจากเจ้าไม่ได้ตักเตือนเขา และจะไม่มีใครจดจำความชอบธรรมที่เขาเคยทำไว้ แต่โลหิตของเขา เราจะเรียกร้องเอาจากมือเจ้า
21
แต่ถ้าเจ้าได้ตักเตือนคนชอบธรรมไม่ให้ทำบาป และเขาไม่ทำบาป เขาจะมีชีวิตอยู่แน่นอน เพราะว่าเขารับคำตักเตือนและเจ้าก็จะช่วยชีวิตของเจ้าให้รอด”
22
ณ ที่นั่นพระหัตถ์ของพระยาห์เวห์มาอยู่บนข้าพเจ้า และพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “จงลุกขึ้นออกไปยังที่ราบ แล้วเราจะพูดกับเจ้าที่นั่น”
23
ดังนั้นข้าพเจ้าจึงลุกขึ้นออกไปยังที่ราบ และนี่แน่ะ พระสิริของพระยาห์เวห์ก็อยู่ที่นั่นเหมือนกับพระสิริซึ่งข้าพเจ้าได้เห็นที่ริมแม่น้ำเคบาร์ แล้วข้าพเจ้าก็ซบหน้าลงถึงดิน
24
แต่พระวิญญาณเสด็จเข้าในข้าพเจ้าและทำให้ข้าพเจ้ายืนขึ้น และพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าและทรงบอกข้าพเจ้าว่า “จงไป แล้วขังตัวเองไว้ภายในบ้านของเจ้า
25
เจ้า บุตรมนุษย์เอ๋ย ดูสิ พวกเขาจะเอาเชือกพันเจ้า และมัดเจ้าด้วยเชือกนั้น เจ้าจึงออกไปอยู่ท่ามกลางพวกเขาไม่ได้
26
และเราจะทำให้ลิ้นของเจ้าติดกับเพดานปากของเจ้า ดังนั้นเจ้าจะเป็นใบ้ เจ้าจะไม่สามารถว่ากล่าวพวกเขา เพราะว่าเขาทั้งหลายเป็นพงศ์พันธุ์ที่มักกบฏ
27
แต่เมื่อเราพูดกับเจ้า เราจะเปิดปากเจ้า แล้วเจ้าจะพูดกับเขาทั้งหลายว่า ‘พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า’ ผู้ที่จะฟังก็ให้เขาฟัง และผู้ที่จะปฏิเสธก็ให้เขาปฏิเสธ เพราะเขาทั้งหลายเป็นพงศ์พันธุ์มักกบฏ”
← Chapter 2
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 41
Chapter 42
Chapter 43
Chapter 44
Chapter 45
Chapter 46
Chapter 47
Chapter 48
Chapter 4 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
41
42
43
44
45
46
47
48