bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
Daniel 4
Daniel 4
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 3
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 5 →
1
ราชานะบูคัศเนซัรประกาศมายังพลเมืองทั้งปวง, ทุกชาติ, ทุกภาษา, ที่อาศัยอยู่ทั่วพิภพโลก: ให้ความสุขสำราญอย่างอุดมสมบูรณ์จงมีแก่ท่านทั้งหลายเถิด!
2
เราเห็นควรที่จะสำแดงนิมิตต์และการมหัศจรรย์, ซึ่งพระผู้สูงสุดได้ทรงมีต่อเรา.
3
นิมิตต์ของพระองค์ช่างยิ่งใหญ่ไพศาลสักเท่าไร, และการมหัศจรรย์ของพระองค์ช่างพิศดารสักปานใด! อาณาจักรของพระองค์เป็นถาวรอาณาจักร, และรัชชกาลของพระองค์ดำรงอยู่ทุกชั่วอายุ
4
เรา, นะบูคัศเนซัร, อยู่เป็นผาสุกในวังของเรา, และมีความจำเริญอยู่ในมณเฑียรของเรา.
5
เราได้เห็นนิมิตต์ซึ่งทำให้เราหวาด; และความคิดบนบรรจถรณ์และนิมิตต์ที่อยู่ในสมองก็ได้ทำให้เราไม่สบายใจ.
6
เหตุฉะนั้นเรามีหมายประกาศเรียกตัวพวกนักปราชญ์ทั้งหมดในประเทศบาบูโลนใหมาเฝ้าเรา, เพื่อให้เขาแก้สุบินนั้นให้เรา.
7
พวกโหร, พวกหมอดู, พวกเคเซ็ดและพวกเล่นกลก็เขามา, แล้วเราได้เล่าสุบินเรื่องนั้นให้เขาฟัง, แต่เขาแก้สุบินให้เราไม่ได้.
8
แต่ภายหลังดานิเอลผู้ถูกขนานนามว่าเบละตะซาซัรตามนามพระของเรา, เขามาเฝ้าเรา; ดานิเอลนั้นมีวิญญาณของเหล่าพระผู้บริสุทธิ์, แล้วเราก็ได้เล่าสุบินของเราให้ดานิเอลฟังว่า,
9
“เบละตะซาซัร, เจ้ากรมกองโหราศาสตร์เอ่ย, เพราะเรารู้อยู่ว่า, วิญญาณของเหล่าพระผู้บริสุทธิ์ก็สิงสถิตอยู่ภายในท่าน, จึงไม่มีความลับลึกฉันใดทำให้ท่านลำบากใจ; ท่านจงบอกลางของสุบินซึ่งเราได้เห็น, และแก้สุบินนั้นให้เราฟัง.
10
เรื่องต่อไปนี้เป็นเรื่องสุบิน, ซึ่งอยู่ในศีรษะของเราบนที่บรรทมของเรา, เราได้เห็น และนี่แน่ะ, มีต้นไม้อยู่ต้นหนึ่งขึ้นอยู่ ณ ท่ามกลางใจโลก, และมันสูงยิ่งนัก.
11
ต้นไม้นั้นได้จำเริญเติบโต, แข็งแรงและสูงยอดจดท้องฟ้า, มองเห็นได้จนกะทั่งจากปลายแผ่นดินโลก.
12
ต้นไม้นั้นมีใบบริบูรณ์และมีผลดกเป็นอาหารของเหล่าสัตว์โลก: สัตว์ในทุ่งก็ได้อาศัยร่ม, และนกทั้งหลายในอากาศก็ได้พึ่งกิ่ง, และบรรดาเนื้อหนังก็ได้กินผลเป็นอาหาร.
13
ในนิมิตต์ซึ่งอยู่ในศีรษะเราบนที่บรรทมนั้นว่า, เราได้เห็น, ดูเถอะ, มีผู้พิทักษ์, คือผู้บริสุทธิ์ผู้หนึ่งได้ลงมาจากสวรรค์.
14
ท่านนั้นได้ร้องเสียงดังว่าดั่งนี้; ‘จงโค่นต้นไม้นั้นลง, และตัดกิ่งออกเสียให้หมด, สบัดใบเสียให้ร่วง; และสาดผลเสียให้กระจัดกระจาย; ให้บรรดาสัตว์ไปเสียให้พ้นใต้ต้น, และให้นกหนีไปเสียจากกิ่ง.
15
ตัดให้เหลืออยู่แต่ต่อติดดิน, สวมปลอกเหล็กและปลอกทองเหลืองทิ้งไว้กลางหญ้าอ่อนในทุ่ง, ปล่อยให้มันเปียกน้ำค้างฟ้า; และปล่อยผู้นั้นให้อยู่ร่วมกับสัตว์ในทุ่งนา.
16
สาปใจของเขาให้ฝันแปรไปจากใจมนุษย์, แล้วให้เขามีใจเป็นใจสัตว์เดียรัจฉาน, และปล่อยเขาไว้เช่นนั้นจนครบเจ็ดปี.
17
คำพิพากษานี้เป็นคำตัดสินของผู้พิทักษ์, และได้ตัดสินไปตามคำแนะนำของเหล่าองค์บริสุทธิ์, ก็เพื่อจะให้คนเป็นรู้ว่า, พระผู้สูงสุดทรงบงการอาณาจักรของมนุษย์, พอพระทัยจะประทานแก่ผู้ใดก็ทรงประทานแก่ผู้นั้น, และทรงยกคนต่ำต้อยที่สุดขึ้นตั้งไว้ให้ครองแผ่นดินนั้น.’
18
เรา, ราชานะบูคัศเนซัร, ได้เห็นนิมิตต์นี้; เบละตะซาซัรเอ๋ย, เจ้าจงแก้สุบินนั้นให้เราฟัง, ด้วยว่าหามีปราชญ์คนใดในแผ่นดินของเราสามารถแก้สุบินนั้นให้เราได้ไม่, แต่เจ้านั้นสามารถ, เพราะว่าพระจิตต์ของเหล่าพระบริสุทธิ์สิงสถิตอยู่ภายในเจ้า.”
19
ขณะนั้นดานิเอล, ผู้ถูกขนานนามว่าเบละตะซาซัร, ก็อึ้งอยู่ครู่หนึ่ง, เพราะความคิดได้ทำให้เขาหัวยุ่ง, กษัตริย์จึงตรัสว่า, “เบละตะซาซัรเอ๋ย, อย่าให้เนื้อเรื่องของความฝัน, หรือคำแก้ฝันทำให้เจ้ายุ่งใจเลย!” เบละตะซาซัรจึงทูลตอบว่า, “ข้าแต่ราชา, ขอให้พระสุบินนั้นบังเกิดแก่ผู้ที่เกลียดชังฝ่าพระบาท, และคำแก้พระสุบินนั้นตกต้องกับศัตรูของฝ่าพระบาทเถิด!
20
ต้นไม้ที่ฝ่าพระบาทได้ทอดพระเนตรเห็นงอกงามเติมโตแข็งแรง, ยอดสูงจดท้องฟ้าจนตาคนทั้งโลกเห็นได้.
21
มีใบบริบูรณ์, และผลดกเป็นอาหารของเหล่าสัตว์โลก; สัตว์ในทุ่งก็ได้อาศัยร่มและนกทั้งหลายในอากาศก็ได้อาศัยทำรังตามกิ่งต้นไม้นั้น.
22
ข้าแต่ราชา, ต้นไม้ต้นนั้นได้แก่ฝ่าพระบาทเอง, เพราะฝ่าพระบาทได้ทรงพระเจริญมีพลานุภาพและศักดานุภาพใหญ่ยิ่งจริง, จนรัชชของฝ่าพระบาทจดท้องฟ้าและอาณาเขตต์ของฝ่าพระบาทจดกะทั่งปลายพิภพโลก.
23
และตามที่พระราชาได้เห็นผู้พิทักษ์และองค์บริสุทธิ์ลงมาจากสวรรค์แล้วมีเทวบัญชาว่า, ‘จงโคนต้นไม้นั้นลงและทำลายเสีย; แต่ก็โค่นให้เหลือตอติดดินไว้, และให้สวมปลอกเหล็กและทองเหลืองเสีย, ปล่อยให้อยู่กลางหญ้าสดในทุ่งนา, ให้ตากน้ำค้างฟ้าเปียกชุ่ม, ให้ผู้นั้นอยู่ร่วมกับสัตว์ในทุ่งนาจนครบเจ็ดปี.’
24
ข้าแต่ราชา, นี่คือคำแก้พระสุบิน, ด้วยว่ามีคำพิพากษาชี้ขาดมาจากพระผู้สูงสุด, ตัดสินลงโทษพระราชา, ผู้เป็นเจ้าเป็นนายของข้าพเจ้า.
25
ฝ่าพระบาทจะถูกไล่ไปเสียจากวงการมนุษย์, และให้ฝ่าพระบาทอาศัยอยู่กับสัตว์ในทุ่งนา, และถูกบังคับให้เสวยหญ้าเหมือนโค, และปล่อยให้เปียกน้ำค้างฟ้าจนครบกำหนดเจ็ดปี, กว่าฝ่าพระบาทจะได้เรียนรู้ว่าพระผู้สูงสุดได้ทรงบงการอาณาจักรของมนุษย์, และทรงพอพระทัยจะประทานแก่ผู้ใดก็ประทานให้แก่ผู้นั้น.
26
และที่มีเทวบัญชาสั่งให้โค่นเหลือตอติดดินไว้นั้น, ก็เป็นที่แน่ใจว่าฝ่าพระบาทจะได้แผ่นดินกลับคืนทันที, ในเมื่อฝ่าพระบาทได้เรียนรู้ว่าพระเจ้าเป็นผู้บงการอาณาจักรของมนุษย์.
27
เหตุฉะนี้, ข้าแต่ราชา, ขอได้พอพระทัยรับคำแนะนำข้าพเจ้า, ขอฝ่าพระบาทปลีกพระกรจากความบาปและประกอบการกุศล, ปลีกพระองค์จากการอสัตย์อธรรมและให้ท่านแก่คนยากคนจน. เมื่อได้ทำกระนั้นแล้ว, ชะรอยความรุ่งเรืองจะยืนยาวออกไปอีกกระมัง.”
28
บัดนี้เหตุการณ์เหล่านั้นทั้งหมดก็ได้บังเกิดขึ้นแก่ราชานะบูคัศเนซัร.
29
พอสิ้นสิบสองเดือนแล้ว กำลังที่กษัตริย์ดำเนินอยู่ที่พระราชมณเฑียรในกรุงบาบูโลน,
30
ก็ตรัสออกมาว่า, “กรุงบาบูโลนใหญ่ไพศาลนี้มิใช่หรือที่เราได้สร้างไว้ให้เป็นราชฐานด้วยอานุภาพอันใหญ่หลวงของเรา, ไว้เป็นที่ผดุงสง่าราศีแห่งรัชชของเรา? ”
31
ตรัสยังไม่ทันขาดคำ, ก็ได้ยินเสียงเทวบัญชามาจากสวรรค์ว่า, “ดูกรราชานะบูคัศเนซัร, มีคำตัดสินมาถึงท่านแล้ว, แผ่นดินก็หลุดมือไปจากท่านแล้ว!
32
เขาจะขับไล่ท่านไปเสียจากวงการมนุษย์, ให้อาศัยอยู่กับสัตว์ในทุ่งนา, และจะให้ท่านกินหญ้าเหมือนโค, ครบกำหนดเจ็ดปี, เพื่อท่านจะได้เรียนรู้ว่าพระผู้สูงสุดบงการอาณาจักรของมนุษย์, แล้วพระองค์พอพระทัยจะประทานอาณาจักรแก่ผู้ใดก็ทรงประทานให้แก่ผู้นั้น.”
33
ในโมงนั้นเองเหตุการณ์ก็บังเกิดขึ้นแก่ราชานะบูคัศเนซัร, ท่านถูกขับไล่ให้พ้นไปจากวงการมนุษย์, และต้องกินหญ้าเหมือนโค; พระกายตากน้ำค้างฟ้าเปียกชุ่มจนผมของท่านงอกยาวดุจขนนกอินทรีและเล็บของท่านก็โง้งดังเล็บนก
34
เมื่อสิ้นเวลาที่กำหนดได้แล้ว, เรานะบูคัศเนซัรได้แหงนตาดูท้องฟ้า, แล้วความทรงจำก็กลับมาสู่ตน; และเราจึงได้ถวายพรแก่พระองค์ผู้สูงสุด, และได้สรรเสริญถวายเกียรติยศแก่พระองค์ผู้ทรงพระชนม์อยู่เป็นนิตย์ว่า, “ด้วยรัชชกาลของพระองค์ดำรงอยู่เป็นนิตย์, และอาณาจักรของพระองค์ตั้งอยู่ตลอดทุกชั่วอายุ.
35
ชาวโลกทั้งสิ้นเป็นคนไม่มีค่าอะไรสำหรับพระองค์, พระองค์ได้ทรงกระทำกิจในหมู่ดาราแห่งนภาดล, และกระทำธุระในวงการของชาวโลกตามชอบพระทัยของพระองค์, ไม่มีใครอาจยึดหน่วงพระหัตถ์ของพระองค์ไว้ได้, หรืออาจทูลถามพระองค์ว่า, ‘พระองค์ทรงกระทำอะไรพระเจ้าคะ?’ ”
36
ในขณะนั้นเองทีเดียว, ความทรงจำของเราก็มาสู่ตัว, เรากลับคืนเข้าสู่เสวยราชย์, และเสวยราชัยสวรรย์, อันเป็นสง่าราศีแห่งอาณาจักรของเรา, พวกรัฐมนตรีและข้าราชการทั้งปวงของเราก็ได้กลับมาหาเรา, และก็ได้ถูกอัญเชิญขึ้นครองราชย์ในอาณาจักรของเรา, และเราได้รับมหาอำนาจราชศักดิ์เป็นการแถม.
37
เมื่อนั้นเรา, นะบูคัศเนซัร, ได้สรรเสริญ, ยกย่องและให้เกียรติยศแก่พระมหากษัตริย์แห่งสรวงสวรรค์เพราะว่ากิจการของพระองค์ก็ถูกต้องและพระมรรคาทั้งมวลของพระองค์ก็ยุตติธรรม; และผู้ใดดำเนินในความโอหัง, พระองค์ก็ทรงสามารถเหยียดผู้นั้นลงเสียได้
← Chapter 3
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 5 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12