bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
Mark 13
Mark 13
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 12
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 14 →
1
เมื่อพระเยชูกำลังเสด็จออกจากโบสถ์, มีสาวกของพระองค์คนหนึ่งทูลว่า, “อาจารย์เจ้าข้า, ขอพระองค์ทอดพระเนตรดูศิลาและตึกใหญ่เหล่านี้”
2
พระเยซูจึงตรัสแก่สาวกนั้นว่า, “ท่านเห็นตึกใหญ่เหล่านี้หรือ ศิลาที่ซ้อนทับกันอยู่ที่นี่ ซึ่งจะไม่ถูกทำลายลงก็หามิได้.”
3
เมื่อพระองค์ประทับอยู่บนภูเขามะกอกเทศตรึงหน้าโบสถ์, เปโตร ยาโกโบ โยฮัน และอันดะเรอามากราบทูลถามพระองค์ส่วนตัวว่า.
4
“ขอโปรดให้ข้าพเจ้าทั้งหลายทราบว่า เหตุการณ์เหล่านี้จะบังเกิดขึ้นเมื่อไร. และสิ่งไรจะเป็นหมายสำคัญว่า การณ์ทั้งปวงนั้นจวนจะสำเร็จ?”
5
พระเยซูจึงตรัสตอบเขาว่า. “ระวังให้ดี. อย่าให้ผู้ใดล่อลวงท่านให้หลง,
6
ด้วยว่าจะมีหลายคนมาอ้างนามของเราว่า ตัวเขาเป็นพระคริสต์, และจะพาคนเป็นอันมากให้หลงไป.
7
เมื่อท่านทั้งหลายจะได้ยินถึงการสงครามและข่าวเล่าลือถึงการสงครามนั้น. อย่าวิตกเลย บรรดาสิ่งเหล่านี้จำต้องบังเกิดขึ้น. แต่ที่สุดปลายยังไม่มาถึง.
8
ด้วยว่าจะเกิดการโกลาหลในระหว่างประเทศต่อประเทศ, อาณาจักรต่ออาณาจักร. ทั้งจะเกิดแผ่นดินไหวหลายแห่ง, และจะเกิดกันดารอาหาร เหตุการณ์ทั้งปวงนี้เป็นขั้นแรกแห่งความทุกข์
9
“แต่จงระวังตัวให้ดี. เพราะเขาจะอายัดท่านไว้แก่ศาล. และจะเฆี่ยนท่านในธรรมศาลาของเขา, และท่านจะต้องยืนต่อหน้าเจ้าเมืองและกษัตริย์เพราะเห็นแก่เรา, เพื่อจะได้เป็นพะยานแก่เขา.
10
กิตติคุณจะต้องประกาศทั่วประเทศทั้งปวงก่อน.
11
แต่ว่าเมื่อเขาจะอายัดท่านไว้นั้น, อย่าคิดกะวนกะวายว่าจะพูดอย่างไรดี, แต่จงพูดตามซึ่งได้ทรงโปรดให้ท่านพูดในเวลานั้น เพราะว่าผู้ที่พูดนั้นมิใช่ท่านเอง แต่เป็นพระวิญญาณบริสุทธิ์.
12
แม้ว่าพี่ก็จะมอบน้อง, พ่อก็จะมอบลูก, และลูกก็จะทรยศต่อพ่อแม่ให้ถึงแก่ความตาย.
13
คนทั้งปวงจะเกลียดชังท่านเพราะนามของเรา แต่ผู้ใดทนได้จนถึงที่สุดผู้นั้นจะรอด
14
“แต่เมื่อท่านทั้งหลายจะเห็นสิ่งอันน่าเกลียด ซึ่งจะทำให้เกิดวิบัติตั้งอยู่ในที่ซึ่งไม่สมควรจะตั้ง, (ให้ผู้อ่านเข้าใจเอาเถิด) เวลานั้นให้ผู้ที่อยู่ในแขวงยูดายหนีไปยังภูเขา
15
ผู้ที่อยู่บนดาดฟ้าหลังคาตึก อย่าให้ลงไปเก็บเอาสิ่งของในตึกของตนเลย
16
ผู้ที่อยู่ตามทุ่งนา อย่าให้กลับไปเอาเสื้อผ้าของตน.
17
แต่ในวันเหล่านั้น วิบัติแก่หญิงที่มีครรภ์หรือมีลูกอ่อนกินนมอยู่.
18
ท่านทั้งหลายจงอธิษฐานขอเพื่อท่านจะไม่ต้องหนีเมื่อฤดูหนาว.
19
ด้วยว่าในคราวนั้น จะเกิดความทุกข์ลำบากอย่างที่ไม่เคยมี ตั้งแต่เดิมพระเจ้าสร้างโลกมาจนถึงทุกวันนี้. และในเบื้องหน้าจะไม่มีต่อไปอีก.
20
ถ้าพระเจ้ามิได้บันดาลให้วันเหล่านั้นย่นสั้นเข้า, จะไม่มีมนุษย์รอดได้เลย แต่เพราะทรงเห็นแก่ผู้ถูกเลือกสรร, ซึ่งพระองค์ได้ทรงเลือกไว้, พระองค์จึงบันดาลให้เวลานั้นสั้นเข้า.
21
ในเวลานั้น ถ้าผู้ใดจะบอกพวกท่านว่า. ‘แน่ะ, พระคริสต์อยู่ที่นี่,’ หรือ ‘อยู่ที่โน่น.’ อย่าได้เชื่อเลย.
22
ด้วยว่าจะมีพระคริสต์และผู้ทำนายเทียมเท็จหลายคนเกิดขึ้น เขาจะทำหมายสำคัญและการอัศจรรย์ ล่อลวงให้หลง. ถ้าเป็นได้ ถึงแม้ผู้ที่เลือกสรรแล้วก็จะให้หลงด้วย.
23
แต่ท่านทั้งหลายจงระวังให้ดี, ดูเถิด, เราได้บอกท่านทั้งหลายไว้ก่อนแล้ว
24
“เมื่อคราวลำบากนั้นพ้นไปแล้ว. ดวงอาทิตย์จะมืดไป. และดวงจันทร์จะไม่ส่องสว่าง.
25
ดวงดาวทั้งปวงจะตกจากฟ้า. และบรรดาสิ่งซึ่งมีอำนาจในท้องฟ้าจะสะเทือนสะท้านหวั่นไหว.
26
เมื่อนั้นเขาจะเห็นบุตรมนุษย์เสด็จมาในเมฆ ทรงฤทธานุภาพและสง่าราศีเป็นอันมาก.
27
เมื่อนั้นพระองค์จะใช้เหล่าทูตของพระองค์ ให้เก็บประมวญคนทั้งปวงที่พระองค์ทรงเลือกสรรไว้แล้วทั้งสี่ทิศนั้น, ตั้งแต่ที่สุดแผ่นดินโลกและที่สุดท้องฟ้า,
28
“จงเรียนคำเปรียบเรื่องต้นมะเดื่อเทศเมื่อกิ่งของมันยังอ่อนผลิใบออก, ท่านก็รู้ว่าฤดูร้อนใกล้จะถึงแล้ว.
29
เช่นนั้นแหละ เมื่อท่านทั้งหลายเห็นบรรดาสิ่งเหล่านั้น, ก็ให้รู้ว่าพระองค์เสด็จมาใกล้จะถึงประตูแล้ว.
30
เราบอกท่านทั้งหลายตามจริงว่า. คนชั่วอายุนี้จะไม่ล่วงลับไปก่อนสิ่งทั้งปวงนั้นจะบังเกิดขึ้น.
31
ฟ้าและดินจะล่วงไป, แต่ถ้อยคำของเราจะศูนย์หายไปหามิได้เลย.
32
แต่วันนั้นโมงนั้นไม่มีผู้ใดรู้, ถึงทูตสวรรค์หรือพระบุตรก็ไม่รู้, รู้แต่พระบิดาองค์เดียว
33
“จงเฝ้าระวังและอธิษฐานอยู่, เพราะท่านไม่รู้ว่าเวลาวันนั้นจะมาถึงเมื่อไร.
34
เปรียบเหมือนเจ้าของบ้านคนหนึ่งที่ได้ออกจากบ้านไปเที่ยวทางไกล, และมอบอำนาจให้แก่บ่าวทุกคน, ให้รู้การงานของตนทุกคนว่ามีหน้าที่อะไร. และได้สั่งนายประตูให้เฝ้าบ้านอยู่.
35
เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงเฝ้าระวังอยู่, เพราะท่านไม่รู้ว่าเจ้าของบ้านจะมาเมื่อไร, จะมาหัวค่ำ, หรือเที่ยงคืน, หรือเวลาไก่ขัน, หรือรุ่งเช้า
36
กลัวว่าจะมาฉับพลัน, และจะพบท่านนอนหลับอยู่.
37
ซึ่งเราบอกพวกท่าน, เราก็บอกคนทั้งปวงด้วยว่า, จงเฝ้าระวังอยู่เถิด.”
← Chapter 12
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 14 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16