bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
/
Romans 11
Romans 11
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
← Chapter 10
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 12 →
1
ถ้าเช่นนั้นข้าพเจ้าขอถามว่า พระเจ้าได้ปฏิเสธคนของพระองค์แล้วหรือ เปล่าเลย! ข้าพเจ้าก็เป็นคนอิสราเอล เป็นเชื้อสายของอับราฮัมจากเผ่าเบนยามิน
2
พระเจ้าไม่ได้ปฏิเสธคนของพระองค์ที่ได้รู้จักมาตั้งแต่แรก พวกท่านไม่รู้พระคัมภีร์ตอนที่กล่าวถึงเอลียาห์หรือ ที่เขาร้องทุกข์ต่อพระเจ้าเกี่ยวกับอิสราเอลว่า
3
“องค์พระผู้เป็นเจ้า พวกเขาสังหารพวกผู้เผยพระวจนะและรื้อแท่นบูชาของพระองค์ เหลือเพียงข้าพเจ้าเท่านั้น และพวกเขากำลังพยายามฆ่าข้าพเจ้า”
4
และพระเจ้าตอบเขาว่าอย่างไร “เราได้สงวนเจ็ดพันคนไว้สำหรับเราซึ่งไม่คุกเข่ากราบไหว้พระบาอัล”
5
เช่นนั้นเอง ในปัจจุบันก็ยังมีคนที่เหลืออยู่ ซึ่งถูกเลือกไว้โดยพระคุณ
6
และถ้าเป็นการเลือกโดยพระคุณ ย่อมไม่ใช่โดยการประพฤติ เพราะถ้าโดยการประพฤติ พระคุณก็จะไม่ใช่พระคุณอีกต่อไป
7
แล้วเป็นอย่างไร คนอิสราเอลไม่ได้รับสิ่งที่เขาดิ้นรนหา แต่คนที่ถูกเลือกท่ามกลางพวกเขากลับได้รับ ส่วนคนอื่นๆ ถูกทำให้ใจแข็งดื้อด้าน
8
ตามที่มีเขียนไว้ว่า “พระเจ้าให้วิญญาณแห่งความมึนงงแก่พวกเขา ให้มีตาที่มองไม่เห็น และมีหูที่ไม่ได้ยิน จนถึงทุกวันนี้”
9
และดาวิดกล่าวว่า “ขอให้สำรับของพวกเขากลายเป็นบ่วงรัดและกับดัก เป็นหินสะดุดและการลงโทษสำหรับพวกเขา
10
ขอให้ดวงตาของพวกเขามืดมิด จะได้มองไม่เห็น และขอให้พวกเขาหลังโก่งตลอดไป”
11
ข้าพเจ้าถามอีกว่า พวกเขาสะดุดล้มจนลุกไม่ขึ้นหรือ ไม่ใช่เลย! แต่เพราะการละเมิดของพวกเขา ความรอดจึงมาถึงคนที่ไม่ใช่ยิว เพื่อให้อิสราเอลอิจฉา
12
แต่ถ้าการละเมิดของพวกเขาเป็นเหตุให้โลกได้รับพระพร และการสูญเสียของพวกเขานำพระพรมาให้คนที่ไม่ใช่ยิวแล้ว พระพรนั้นจะยิ่งมากขึ้นสักเท่าใด เมื่อรวบรวมพวกเขาเข้าด้วยกันจนครบจำนวน
13
ข้าพเจ้ากำลังพูดกับพวกท่านที่ไม่ใช่คนยิว และในฐานะอัครทูตมายังคนที่ไม่ใช่ยิว ข้าพเจ้าภูมิใจในพันธกิจของตัวเอง
14
โดยหวังว่าข้าพเจ้าอาจจะกระตุ้นพี่น้องร่วมชาติให้เกิดความอิจฉา และช่วยพวกเขาบางคนให้รอดได้
15
เพราะถ้าการปฏิเสธของพวกเขานำการคืนดีมายังโลก แล้วการยอมรับของพวกเขาก็จะเป็นอะไรได้หรือ นอกจากการมีชีวิตฟื้นขึ้นจากความตาย
16
ถ้าแป้งส่วนที่ถวายเป็นผลแรกบริสุทธิ์ แป้งทั้งก้อนก็บริสุทธิ์ ถ้ารากบริสุทธิ์ กิ่งก็บริสุทธิ์ด้วย
17
หากบางกิ่งถูกหักออกไป แม้พวกท่านเป็นกิ่งมะกอกป่า แต่ก็ถูกนำมาต่อแทนกิ่งเหล่านั้น และตอนนี้ได้รับน้ำหล่อเลี้ยงจากรากมะกอก
18
ท่านอย่าคิดว่าตัวเองเหนือกว่ากิ่งเหล่านั้น ถ้าท่านคิดแบบนั้น จงพิจารณาเถิดว่า ท่านไม่ได้ค้ำชูราก แต่รากค้ำชูท่าน
19
แล้วท่านอาจพูดว่า “กิ่งพวกนั้นถูกหักออก เพื่อข้าพเจ้าจะได้ถูกนำมาต่อกิ่งแทน”
20
ก็จริงอยู่ แต่ที่พวกเขาถูกหักออกก็เพราะไม่เชื่อ ส่วนพวกท่านอยู่ได้ก็เพราะความเชื่อ อย่าหยิ่งผยอง แต่จงเกรงกลัว
21
เพราะถ้าพระเจ้าไม่ละเว้นกิ่งเดิม พระองค์ก็จะไม่ละเว้นท่านด้วย
22
ดังนั้นจงพิจารณาทั้งความกรุณาและความเข้มงวดของพระเจ้า คือพระองค์เข้มงวดกับคนที่ล้มลงสู่ความไม่เชื่อ แต่พระองค์กรุณาต่อท่านตราบใดที่ท่านยังคงอยู่ในความกรุณาของพระองค์ ไม่อย่างนั้นพวกท่านก็จะถูกตัดออกเช่นกัน
23
และถ้าพวกเขาไม่ดื้อรั้นที่จะอยู่ในความไม่เชื่อ พวกเขาก็จะถูกต่อกิ่งเข้าไป เพราะพระเจ้าสามารถนำพวกเขามาต่อกิ่งเข้าอีกครั้ง
24
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม หากพวกท่านที่ถูกตัดจากต้นมะกอกป่าตามธรรมชาติ แล้วนำมาต่อกิ่งเข้ากับต้นมะกอกสวนได้ทั้งที่ขัดกับธรรมชาติ ยิ่งกว่านั้นจะง่ายแค่ไหนกับการเอากิ่งเดิมมาต่อเข้ากับต้นของมันเอง
25
พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าไม่อยากให้ท่านเพิกเฉยต่อข้อความล้ำลึกนี้ เพื่อท่านจะได้ไม่ทะนงตน คืออิสราเอลบางส่วนจะมีใจดื้อด้านไปจนกว่าคนที่ไม่ใช่ยิวเข้ามาครบจำนวน
26
เมื่อนั้น อิสราเอลทั้งหมดจะรอด ตามที่เขียนไว้ว่า “องค์ผู้ช่วยกู้จะมาจากศิโยน พระองค์จะขจัดความอธรรมให้พ้นจากยาโคบ
27
และนี่เป็น พันธสัญญาของเรากับพวกเขา เมื่อเราขจัดบาปผิดของพวกเขาออกไป”
28
ในแง่ของข่าวประเสริฐ พวกเขาเป็นศัตรูเพื่อเห็นแก่พวกท่าน แต่ในแง่ของการเลือก พวกเขาเป็นที่รักเพื่อเห็นแก่เหล่าบรรพชนผู้ยิ่งใหญ่
29
เพราะของประทานและการเรียกของพระเจ้านั้นเปลี่ยนแปลงไม่ได้
30
เหมือนที่พวกท่านเองซึ่งครั้งหนึ่งเคยไม่เชื่อฟังพระเจ้า บัดนี้ได้รับความเมตตาอันเป็นผลจากการไม่เชื่อฟังของพวกเขา
31
เวลานี้พวกเขาเองก็ไม่เชื่อฟังด้วย เพื่อที่บัดนี้ พวกเขาจะได้รับความเมตตาอันเป็นผลจากความเมตตาที่พระเจ้ามีต่อพวกท่าน
32
เพราะว่าพระเจ้ากักขังทุกคนไว้ในการไม่เชื่อฟัง เพื่อพระองค์จะเมตตาพวกเขาทั้งหมด
33
โอ ความมั่งคั่งแห่งปัญญาและ ความรอบรู้ของพระเจ้าช่างล้ำลึกยิ่งนัก การพิพากษาของพระองค์สุดที่จะคาดคะเน และวิถีของพระองค์เกินกว่าจะสืบเสาะ
34
“ใครหรือที่รู้ความคิดจิตใจขององค์พระผู้เป็นเจ้า หรือใครเป็นที่ปรึกษาของพระองค์
35
ใครเคยให้สิ่งใดกับพระเจ้า ที่พระเจ้าจะต้องชดใช้เขา”
36
เพราะสิ่งสารพัดมาจากพระองค์ โดยพระองค์ และเพื่อพระองค์ ขอเกียรติสิริมีแด่พระองค์ตลอดนิรันดร์ อาเมน
← Chapter 10
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 12 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16