bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
/
Romans 3
Romans 3
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
← Chapter 2
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 4 →
1
ถ้าเช่นนั้นการเป็นยิวมีข้อได้เปรียบอย่างไร หรือการเข้าสุหนัตมีคุณค่าอะไร
2
มีอย่างมากในทุกด้าน ประการแรกสุด พวกยิวได้รับมอบหมายให้รักษาถ้อยคำของพระเจ้า
3
แล้วถ้าบางคนไม่สัตย์ซื่อจะเป็นอย่างไร การไม่สัตย์ซื่อของพวกเขาจะทำให้ความสัตย์ซื่อของพระเจ้าเป็นโมฆะหรือ
4
ไม่เลย! แม้ทุกคนเป็นคนโกหก แต่พระเจ้าสัตย์จริง ตามที่มีเขียนไว้ว่า “เพื่อพระองค์จะได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นฝ่ายถูกเมื่อพระองค์พูด และชนะเมื่อพระองค์พิพากษา”
5
แต่เราจะว่าอย่างไร ถ้าความอธรรมของเราทำให้ความชอบธรรมของพระเจ้าเด่นชัดยิ่งขึ้น จะว่าพระเจ้าไม่ยุติธรรมหรือ ที่ให้ความโกรธเกรี้ยวของพระองค์ลงมาเหนือเรา (ข้าพเจ้ากำลังโต้แย้งแบบมนุษย์)
6
ไม่ใช่แน่นอน! เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น พระเจ้าจะพิพากษาโลกได้อย่างไร
7
บางคนอาจแย้งว่า “ในเมื่อการทุจริตหลอกลวงของข้าพเจ้าทำให้ความสัตย์จริงของพระเจ้าเด่นชัดขึ้น และเป็นการเพิ่มพูนเกียรติสิริของพระองค์ แล้วทำไมข้าพเจ้าจึงยังถูกตัดสินลงโทษว่าเป็นคนบาป”
8
ทำไมไม่กล่าวว่า “ให้เราทำชั่วเพื่อความดีจะได้เกิดขึ้น” อย่างที่บางคนใส่ร้ายว่าเราพูดเช่นนั้น การลงโทษคนแบบนี้ก็ยุติธรรมแล้ว!
9
แล้วเราจะสรุปว่าอย่างไร พวกเราดีกว่าคนอื่นหรือ ไม่เลย! เราชี้ให้เห็นแล้วว่า ทั้งคนยิวและคนที่ไม่ใช่ยิวล้วนอยู่ใต้อำนาจของบาปเหมือนกันหมด
10
ตามที่มีเขียนไว้ว่า “ไม่มีสักคนที่ชอบธรรม ไม่มีเลยสักคน
11
ไม่มีใครที่เข้าใจ ไม่มีใครที่แสวงหาพระเจ้า
12
ทุกคนต่างหันเหไป กลายเป็นคนไร้ค่าด้วยกันทั้งหมด ไม่มีเลยสักคนที่ทำดี ไม่มีแม้แต่คนเดียว
13
ลำคอของพวกเขาคือหลุมฝังศพที่เปิดอยู่ พวกเขาตวัดลิ้นปลิ้นปล้อน พิษงูร้ายอยู่ที่ริมฝีปากของพวกเขา
14
ริมฝีปากของพวกเขาเต็มไปด้วยคำสาปแช่งและความขมขื่น
15
เท้าของพวกเขาว่องไวในการทำให้นองเลือด
16
พวกเขาก่อหายนะและทุกข์เข็ญไว้ตามทางของพวกเขา
17
พวกเขาไม่รู้จักทางแห่งสันติสุข
18
พวกเขาไม่ยำเกรงพระเจ้าเลย”
19
เรารู้อยู่ว่าสิ่งใดที่กฎบัญญัติกล่าวไว้ล้วนกล่าวแก่คนที่อยู่ใต้กฎบัญญัติ เพื่อปิดปากทุกคนให้เงียบ และให้ทั้งโลกต้องรับผิดชอบต่อพระเจ้า
20
ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีใครได้ชื่อว่าเป็นคนชอบธรรมในสายตาของพระเจ้าโดยการรักษากฎบัญญัติ เพราะกฎบัญญัติเพียงแต่ทำให้เรารู้ตัวว่ามีบาป
21
แต่บัดนี้ความชอบธรรมจากพระเจ้าซึ่งอยู่นอกเหนือกฎบัญญัตินั้นได้ถูกทำให้ปรากฏแล้ว ซึ่งหนังสือกฎบัญญัติและหนังสือผู้เผยพระวจนะได้เป็นพยานถึง
22
ความชอบธรรมนี้มาทางความเชื่อใน พระเยซูคริสต์ไปถึงทุกคนที่เชื่อ ไม่มีข้อแตกต่างระหว่างคนยิวและคนไม่ใช่ยิว
23
เพราะว่าทุกคนทำบาปและเสื่อมจากเกียรติสิริของพระเจ้า
24
และทุกคนถูกนับว่าเป็นคนชอบธรรมด้วยพระคุณของพระเจ้าผ่านทางพระเยซูคริสต์ผู้ไถ่บาป โดยไม่คิดมูลค่า
25
พระเจ้าให้พระเยซูเป็นเครื่องบูชาลบบาป ซึ่งรับได้โดยความเชื่อในการหลั่งโลหิตของพระเยซู พระเจ้าทำเช่นนี้เพื่อสำแดงความชอบธรรมของพระองค์ เพราะโดยความอดกลั้น พระองค์จึงไม่ได้ลงโทษบาปที่ทำไปก่อนหน้า
26
พระองค์ทำเช่นนี้เพื่อสำแดงความชอบธรรมของพระองค์ในปัจจุบัน เพื่อพระองค์จะเป็นผู้เที่ยงธรรมและเป็นผู้ที่ให้คนทั้งหลายที่เชื่อในพระเยซูถูกนับว่าเป็นคนชอบธรรมด้วย
27
เช่นนี้แล้วเราจะโอ้อวดอะไรได้ ไม่มีเลย จะอ้างกฎบัญญัติใดหรือ กฎบัญญัติที่ต้องอาศัยการประพฤติไหม ไม่ใช่ แต่โดยกฎบัญญัติที่อาศัยความเชื่อเป็นหลักต่างหาก
28
เพราะเรายืนยันว่ามนุษย์ถูกนับว่าเป็นคนชอบธรรมได้โดยความเชื่อ ไม่ใช่โดยการประพฤติตามกฎบัญญัติ
29
พระเจ้าเป็นพระเจ้าของพวกยิวเท่านั้นหรือ พระองค์ไม่ได้เป็นพระเจ้าของคนที่ไม่ใช่ยิวด้วยหรือ แน่นอนพระองค์เป็นพระเจ้าของคนที่ไม่ใช่ยิวด้วย
30
เพราะมีพระเจ้าองค์เดียวเท่านั้น ผู้จะนับคนที่เข้าสุหนัตว่าเป็นคนชอบธรรมโดยความเชื่อ และนับคนที่ไม่ได้เข้าสุหนัตว่าเป็นคนชอบธรรมโดยความเชื่อเดียวกันนี้
31
ถ้าเช่นนั้น เราทำให้กฎบัญญัติเป็นโมฆะโดยความเชื่อนี้หรือ เปล่าเลย! แต่เราสนับสนุนกฎบัญญัติต่างหาก
← Chapter 2
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 4 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16