bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai Bible (THS) 2011 (ฉบับมาตรฐาน)
/
Jeremiah 38
Jeremiah 38
Thai Bible (THS) 2011 (ฉบับมาตรฐาน)
← Chapter 37
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 41
Chapter 42
Chapter 43
Chapter 44
Chapter 45
Chapter 46
Chapter 47
Chapter 48
Chapter 49
Chapter 50
Chapter 51
Chapter 52
Chapter 39 →
1
เชฟาทิยาห์บุตรมัทธาน เกดาลิยาห์บุตรปาชเฮอร์ และยูคาลบุตรเชเลมิยาห์ และปาชเฮอร์บุตรมัลคียาห์ได้ยินถ้อยคำของเยเรมีย์ที่กล่าวแก่ประชาชนว่า
2
“พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า ‘คนที่ยังคงอยู่ในกรุงจะต้องตายด้วยดาบ ด้วยการกันดารอาหาร และด้วยภัยพิบัติ แต่คนที่ออกไปหาคนเคลเดียจะมีชีวิตอยู่ เขาจะมีชีวิตเป็นบำเหน็จแห่งการสงคราม และยังมีชีวิตอยู่’
3
พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า ‘กรุงนี้จะถูกมอบไว้ในมือของกองทัพของกษัตริย์แห่งบาบิโลนและท่านจะยึดไว้’ ”
4
และบรรดาเจ้านายจึงทูลกษัตริย์ว่า “ขอทรงประหารชายคนนี้เสีย เพราะเขาทำให้มือของทหารซึ่งเหลืออยู่ในเมืองนี้อ่อนลง ทั้งมือของประชาชนทั้งหมดด้วย โดยพูดถ้อยคำเช่นนี้แก่พวกเขา เพราะว่าชายคนนี้ไม่ได้แสวงหาสวัสดิภาพแก่ชนชาตินี้ แต่หาความหายนะ”
5
กษัตริย์เศเดคียาห์ตรัสว่า “นี่แน่ะ ชายคนนี้อยู่ในมือของพวกท่านแล้ว เพราะกษัตริย์ไม่สามารถขัดอะไรพวกท่านได้”
6
เขาจึงจับเยเรมีย์หย่อนลงไปในที่ขังน้ำของมัลคียาห์โอรสของกษัตริย์ ซึ่งอยู่ในบริเวณทหารรักษาพระองค์ เขาเอาเชือกหย่อนเยเรมีย์ลงไป ในที่ขังน้ำนั้นไม่มีน้ำ มีแต่โคลน และเยเรมีย์ก็จมลงไปในโคลน
7
เมื่อเอเบดเมเลคคนคูช ข้าราชสำนักในพระราชวังได้ยินว่าเขาหย่อนเยเรมีย์ลงไปในที่ขังน้ำนั้น (ส่วนกษัตริย์ประทับอยู่ที่ประตูเบนยามิน)
8
เอเบดเมเลคก็ออกไปจากพระราชวังและทูลกษัตริย์ว่า
9
“ข้าแต่กษัตริย์เจ้านายของข้าพระบาท คนเหล่านี้ได้ทำการชั่วร้ายทุกอย่างต่อเยเรมีย์ผู้เผยพระวจนะ โดยทิ้งท่านลงไปในที่ขังน้ำ ท่านคงหิวตายที่นั่น เพราะในกรุงนี้ไม่มีขนมปังเหลืออยู่เลย”
10
แล้วกษัตริย์มีรับสั่งแก่เอเบดเมเลคคนคูชว่า “จงเอาคนไปจากที่นี่กับเจ้า 30 คน แล้วฉุดเยเรมีย์ผู้เผยพระวจนะออกมาจากที่ขังน้ำก่อนเขาตาย”
11
เอเบดเมเลคจึงนำคนไปที่พระราชวังไปยังตู้เสื้อผ้าในโรงพัสดุเพื่อเอาผ้าเก่าๆ และเสื้อผ้าขาดๆ และเขาเอาเชือกผูกหย่อนลงไปให้เยเรมีย์ในที่ขังน้ำ
12
แล้วเอเบดเมเลคคนคูชพูดกับเยเรมีย์ว่า “ท่านจงคล้องผ้าและเสื้อเก่านั้นไว้ใต้รักแร้รองเชือกไว้” เยเรมีย์ก็ทำตาม
13
แล้วเขาก็ฉุดเยเรมีย์ขึ้นมาด้วยเชือกและยกท่านขึ้นมาจากที่ขังน้ำ และเยเรมีย์ก็ค้างอยู่ในบริเวณทหารรักษาพระองค์
14
กษัตริย์เศเดคียาห์ทรงใช้คนไปนำเยเรมีย์ผู้เผยพระวจนะมาที่ทางเข้าช่องที่สามของพระวิหารแห่งพระยาห์เวห์ และกษัตริย์ตรัสกับเยเรมีย์ว่า “เราจะถามท่านสักข้อหนึ่ง ขออย่าปิดบังเราเลย”
15
เยเรมีย์จึงทูลเศเดคียาห์ว่า “ถ้าข้าพระบาทจะทูลฝ่าพระบาท ฝ่าพระบาทก็จะทรงประหารข้าพระบาทแน่ไม่ใช่หรือ? แต่ถ้าข้าพระบาทจะถวายคำปรึกษา ฝ่าพระบาทก็จะไม่ทรงฟังข้าพระบาท”
16
แล้วกษัตริย์เศเดคียาห์ก็ทรงสาบานแก่เยเรมีย์เป็นการลับว่า “พระยาห์เวห์ผู้ทรงสร้างชีวิตของเราทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด เราจะไม่ประหารท่านหรือมอบท่านไว้ในมือของคนเหล่านี้ที่แสวงเอาชีวิตของท่าน”
17
แล้วเยเรมีย์ทูลเศเดคียาห์ว่า “พระยาห์เวห์พระเจ้าจอมทัพ พระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า ถ้าฝ่าพระบาทจะยอมมอบตัวแก่เจ้านายของกษัตริย์บาบิโลนแล้ว ฝ่าพระบาทจะรอดชีวิต และกรุงนี้จะไม่ต้องถูกไฟเผา ฝ่าพระบาทและวงศ์วานของฝ่าพระบาทจะมีชีวิตอยู่ได้
18
แต่ถ้าฝ่าพระบาทไม่ยอมมอบตัวแก่เจ้านายของกษัตริย์บาบิโลนแล้ว กรุงนี้จะต้องถูกมอบไว้ในมือของคนเคลเดีย และพวกเขาจะเอาไฟเผาเสีย และฝ่าพระบาทจะหนีไม่รอดจากมือของพวกเขา”
19
กษัตริย์เศเดคียาห์จึงตรัสกับเยเรมีย์ว่า “เรากลัวพวกคนยูดาห์ซึ่งเล็ดลอดไปหาคนเคลเดีย เกรงว่าเราจะถูกมอบให้แก่พวกเหล่านั้น และพวกเขาจะทำความอัปยศแก่เรา”
20
เยเรมีย์ทูลว่า “พวกเขาจะไม่มอบฝ่าพระบาทไว้ ขอฝ่าพระบาทเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระยาห์เวห์ ตามที่ข้าพระบาทได้ทูลฝ่าพระบาท จะเป็นการดีต่อฝ่าพระบาท และฝ่าพระบาทจะทรงพระชนม์อยู่
21
แต่ถ้าฝ่าพระบาทไม่ยอมมอบตัว นี่คือสิ่งซึ่งพระยาห์เวห์ทรงสำแดงต่อข้าพระบาท
22
นี่แน่ะ ผู้หญิงทุกคนที่เหลืออยู่ในวังของกษัตริย์แห่งยูดาห์จะถูกนำออกไปให้เจ้านายของกษัตริย์แห่งบาบิโลน และพวกนางจะกล่าวว่า ‘พระสหายที่ฝ่าพระบาทไว้วางพระทัยได้หลอกลวงฝ่าพระบาท และได้ชนะฝ่าพระบาทแล้ว เมื่อพระบาทของฝ่าพระบาทจมลงในโคลน เขาทั้งหลายก็หันไปจากฝ่าพระบาท’
23
เขาจะพาบรรดาสนม มเหสี และบรรดาโอรสของฝ่าพระบาทไปให้คนเคลเดีย และฝ่าพระบาทเองก็จะไม่ทรงรอดไปจากมือของพวกเขา แต่ฝ่าพระบาทจะถูกกษัตริย์แห่งบาบิโลนจับได้ และกรุงนี้จะถูกเผาเสียด้วยไฟ”
24
แล้วเศเดคียาห์ตรัสกับเยเรมีย์ว่า “อย่าให้ใครรู้ถ้อยคำเหล่านี้ และท่านจะไม่ตาย
25
ถ้าพวกเจ้านายได้ยินว่าเราพูดกับท่านและมาหาท่าน กล่าวว่า ‘จงบอกมาว่าเจ้าทูลอะไรกับกษัตริย์ และกษัตริย์ตรัสอะไรกับเจ้า อย่าปิดบังเราเลย และเราจะไม่ฆ่าเจ้า’
26
ท่านจงบอกพวกเขาว่า ‘ข้าพเจ้าได้ทูลขอต่อกษัตริย์ไม่ให้พระองค์ทรงส่งข้าพเจ้ากลับไปที่บ้านของโยนาธานเพื่อให้ตายเสียที่นั่น’ ”
27
และเจ้านายทั้งปวงก็มาหาเยเรมีย์และซักถามท่าน และท่านก็ตอบเขาตามที่กษัตริย์ทรงแนะนำท่าน พวกเขาจึงหยุดถามท่านเพราะการสนทนานั้นไม่มีใครได้ยิน
28
และเยเรมีย์ก็ค้างอยู่ในบริเวณทหารรักษาพระองค์จนถึงวันที่เยรูซาเล็มถูกยึด
← Chapter 37
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 41
Chapter 42
Chapter 43
Chapter 44
Chapter 45
Chapter 46
Chapter 47
Chapter 48
Chapter 49
Chapter 50
Chapter 51
Chapter 52
Chapter 39 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
41
42
43
44
45
46
47
48
49
50
51
52