bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai Bible (THS) 2011 (ฉบับมาตรฐาน)
/
Jeremiah 4
Jeremiah 4
Thai Bible (THS) 2011 (ฉบับมาตรฐาน)
← Chapter 3
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 41
Chapter 42
Chapter 43
Chapter 44
Chapter 45
Chapter 46
Chapter 47
Chapter 48
Chapter 49
Chapter 50
Chapter 51
Chapter 52
Chapter 5 →
1
“อิสราเอลเอ๋ย ถ้าเจ้าจะกลับมา เจ้าก็ควรจะกลับมาหาเรา” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ “ถ้าเจ้ายอมเอาสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนไปให้พ้นหน้าเราเสีย ไม่โลเล
2
และถ้าเจ้าสาบานอย่างสัตย์จริง อย่างยุติธรรม และอย่างเที่ยงตรงว่า ‘พระยาห์เวห์ทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด’ บรรดาประชาชาติจะให้พรกันโดยพระองค์ และโดยพระองค์เขาทั้งหลายจะได้รับเกียรติ”
3
เพราะพระยาห์เวห์ตรัสกับคนยูดาห์และชาวเยรูซาเล็มว่า “จงทุบดินที่ไถไว้แล้วนั้น และอย่าหว่านลงกลางพงหนาม
4
คนยูดาห์และชาวกรุงเยรูซาเล็มเอ๋ย จงเข้าสุหนัตถวายแด่พระยาห์เวห์ จงตัดหนังหุ้มปลายหัวใจของเจ้าเสีย เกรงว่าความโกรธของเราจะพลุ่งออกไปอย่างไฟ และเผาไหม้โดยไม่มีใครจะดับได้ เนื่องจากการกระทำความชั่วของพวกเจ้า”
5
“จงประกาศในยูดาห์และป่าวร้องในกรุงเยรูซาเล็มว่า ‘จงเป่าเขาสัตว์ไปทั่วแผ่นดิน’ จงร้องประกาศดังๆ ว่า ‘มารวมกันเถิด ให้เราเข้าไป ในบรรดาเมืองที่มีป้อม’
6
จงยกธงขึ้นสู่ศิโยน จงรีบหนีไปให้ปลอดภัย อย่ารออยู่ เพราะเรานำสิ่งร้ายมาจากทิศเหนือ และนำการทำลายอย่างใหญ่หลวงมา
7
สิงห์ตัวหนึ่งได้ออกจากซุ้มของมันแล้ว และผู้ทำลายประชาชาติได้ยกมาแล้ว เขาได้ออกไปจากสถานที่ของเขา เพื่อทำให้แผ่นดินของเจ้าร้างเปล่า เมืองต่างๆ ของเจ้าจะถูกทิ้งร้าง ปราศจากคนอาศัย
8
ด้วยเหตุนี้ เจ้าจงสวมผ้ากระสอบ จงคร่ำครวญและร้องไห้ว่า ‘เพราะพระพิโรธร้อนแรงของพระยาห์เวห์ ไม่ได้หันกลับไปจากเรา’ ”
9
พระยาห์เวห์ตรัสว่า “ในวันนั้นทั้งกษัตริย์และพวกเจ้านายจะหมดกำลังใจ บรรดาปุโรหิตจะตกตะลึงและผู้เผยพระวจนะก็จะแปลกใจ”
10
แล้วข้าพเจ้าจึงทูลว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์องค์เจ้านาย พระองค์ทรงล่อลวงชนชาตินี้ และกรุงเยรูซาเล็มแน่นอนทีเดียว ว่า ‘เจ้าทั้งหลายจะอยู่เย็นเป็นสุข’ แต่ที่จริงดาบได้มาถึงชีวิตของพวกเขา”
11
“ในครั้งนั้น เขาจะกล่าวแก่ชนชาตินี้ และแก่กรุงเยรูซาเล็มว่า ‘ลมร้อนจากที่สูงโล่งในถิ่นทุรกันดารพัดมาสู่บุตรีประชากรของเรา ไม่ใช่จะมาฝัดหรือมาชำระ
12
กระแสลมแรงเกินแก่การเหล่านี้พัดมาเพื่อเรา เราเองเป็นผู้กล่าวคำพิพากษาพวกเขา’
13
“นี่แน่ะ เขาขึ้นมาเหมือนเมฆ รถรบของเขาเหมือนลมบ้าหมู ม้าทั้งหลายของเขาเร็วยิ่งกว่านกอินทรี วิบัติแก่พวกเรา เพราะว่าเราจะต้องพินาศ
14
กรุงเยรูซาเล็มเอ๋ย จงล้างจิตใจของเจ้าให้พ้นจากความชั่วร้าย เพื่อเจ้าจะรอดได้ ความคิดชั่วร้ายของเจ้านั้น จะสิงอยู่ในใจของเจ้านานสักเท่าใด?
15
เพราะว่ามีเสียงป่าวร้องมาจากเมืองดาน และประกาศความชั่วร้ายจากภูเขาเอฟราอิม
16
จงเตือนบรรดาประชาชาติถึงสิ่งเหล่านี้ จงประกาศแก่กรุงเยรูซาเล็มว่า บรรดาผู้ล้อมมาจากแผ่นดินไกล พวกเขาโห่ร้องเข้าใส่เมืองต่างๆ ของยูดาห์
17
เขาทั้งหลายล้อมรอบยูดาห์ไว้เหมือนผู้ดูแลเฝ้านา เพราะว่ายูดาห์ได้กบฏต่อเรา” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ
18
“วิถีและการกระทำทั้งหลายของเจ้า ได้นำเรื่องนี้มาเหนือเจ้า นี่แหละเป็นผลกรรมของเจ้าซึ่งขมขื่น และสะเทือนใจของเจ้า”
19
แสนระทม แสนระทม ข้าบิดตัวด้วยความเจ็บปวด โอ ผนังดวงใจของข้าเอ๋ย จิตใจของข้าก็สั่นระรัว ข้าจะนิ่งอยู่ไม่ได้ เพราะข้าได้ยินเสียงเขาสัตว์ เสียงปลุกของสงคราม
20
หายนะซ้อนหายนะถูกเร้าขึ้นมา แผ่นดินทั้งสิ้นถูกทิ้งร้าง บรรดาเต็นท์ของข้าถูกทำลายในฉับพลัน และชั่วครู่เดียวผ้าเต็นท์ทั้งหลายของข้าก็ย่อยยับไป
21
ข้าจะต้องมองดูธง และฟังเสียงเขาสัตว์นานสักเท่าใด?
22
“เพราะประชากรของเราโง่เขลา พวกเขาไม่รู้จักเรา เขาเป็นลูกหลานที่โง่เง่า เขาไม่มีความเข้าใจ เขาช่ำชองในการทำชั่ว และเขาไม่รู้จักทำดี”
23
ข้าพเจ้ามองดูแผ่นดิน และนี่แน่ะ เป็นที่ร้างและว่างเปล่า และมองดูท้องฟ้า ในนั้นก็ไม่มีความสว่าง
24
ข้าพเจ้ามองดูภูเขา นี่แน่ะ มันกำลังสั่นสะเทือน เนินเขาก็เคลื่อนตัวไปมา
25
ข้าพเจ้ามองดู และนี่แน่ะ ไม่มีมนุษย์เลย นกทั้งปวงบนท้องฟ้าได้หนีไปแล้ว
26
ข้าพเจ้ามองดู และนี่แน่ะ เรือกสวนไร่นาก็เป็นถิ่นทุรกันดาร และเมืองทั้งสิ้นก็ปรักหักพังไป ต่อพระพักตร์พระยาห์เวห์ ต่อพระพิโรธร้อนแรงของพระองค์
27
เพราะพระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า “แผ่นดินทั้งหมดจะเป็นที่ร้างเปล่า แต่เราก็จะไม่ทำให้ถึงอวสานเสียทีเดียว
28
เพราะเรื่องนี้โลกจะไว้ทุกข์ และท้องฟ้าเบื้องบนจะดำมืด เพราะเราได้ลั่นวาจาแล้ว เราได้มุ่งหมายไว้แล้ว เราจะไม่เปลี่ยนใจหรือหันกลับ”
29
เมื่อได้ยินเสียงพลม้าและพลธนู ชาวเมืองทุกแห่งก็หนีไป พวกเขาเข้าไปอยู่ในพงไม้หนาทึบ และปีนป่ายไปตามศิลา เมืองทุกแห่งก็ถูกทอดทิ้ง และไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่ในเมืองเหล่านั้นเลย
30
เจ้าผู้ถูกทิ้งร้างเอ๋ย เจ้าทำอะไรกัน? ที่เจ้าแต่งตัวสีแดงนั้น และที่เจ้าประดับตัวด้วยอาภรณ์ทองคำ ที่เจ้าขยายดวงตาให้กว้างด้วยแต้มสี เออ เจ้าแต่งตัวให้งามเสียเปล่า คนรักของเจ้าดูหมิ่นเจ้า พวกเขาแสวงชีวิตของเจ้า
31
เพราะเราได้ยินเสียงเหมือนเสียงหญิงคลอดบุตรร้อง แสนเจ็บปวดอย่างกับจะคลอดบุตรหัวปี เสียงร้องแห่งบุตรีศิโยนนั้นแทบจะขาดใจ เหยียดแขนของเธอออกร้องว่า “วิบัติแก่ข้า ข้าอ่อนแรงอยู่ต่อหน้าฆาตกร”
← Chapter 3
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 41
Chapter 42
Chapter 43
Chapter 44
Chapter 45
Chapter 46
Chapter 47
Chapter 48
Chapter 49
Chapter 50
Chapter 51
Chapter 52
Chapter 5 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
41
42
43
44
45
46
47
48
49
50
51
52
หนังสือแนะนำ
อรรถาธิบาย
อรรถาธิบาย Jeremiah
→
เฝ้าเดี่ยว
คู่มือเฝ้าเดี่ยว Jeremiah
→
รับพระคัมภีร์นี้
พระคัมภีร์ศึกษา THS
→