bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai Bible (THS) 2011 (ฉบับมาตรฐาน)
/
Jeremiah 9
Jeremiah 9
Thai Bible (THS) 2011 (ฉบับมาตรฐาน)
← Chapter 8
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 41
Chapter 42
Chapter 43
Chapter 44
Chapter 45
Chapter 46
Chapter 47
Chapter 48
Chapter 49
Chapter 50
Chapter 51
Chapter 52
Chapter 10 →
1
หากศีรษะของข้าพเจ้าเป็นแหล่งน้ำ และตาของข้าพเจ้าเป็นบ่อน้ำตาก็จะดี เพื่อข้าพเจ้าจะได้ร้องไห้ทั้งกลางวันและกลางคืน เพราะประชากรของข้าพเจ้าถูกเข่นฆ่า
2
หากข้าพเจ้ามีที่พักสำหรับคนเดินทาง อยู่ในถิ่นทุรกันดารก็จะดี เพื่อข้าพเจ้าจะได้ไปจากชนชาติของข้าพเจ้า และไปให้พ้นพวกเขาเสีย เพราะพวกเขาทั้งหมดเป็นคนล่วงประเวณี และเป็นหมู่คนที่มักทรยศ
3
“พวกเขางอลิ้นของเขาเหมือนคันธนูยิงความเท็จออกมา ไม่ใช่โดยสัจจะที่พวกเขาแข็งแรงขึ้นในแผ่นดิน เพราะพวกเขาออกจากความชั่วอย่างหนึ่งไปสู่ความชั่วอีกอย่างหนึ่ง และเขาไม่รู้จักเรา” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ
4
“ขอให้ทุกคนระวังเพื่อนบ้านของตน และอย่าวางใจในพี่น้องคนใดเลย เพราะพี่น้องทุกคนเป็นคนเจ้าเล่ห์ และเพื่อนบ้านทุกคนก็เที่ยวไปพูดให้ร้ายผู้อื่น
5
ทุกคนล่อลวงเพื่อนบ้านของตัว ไม่มีใครพูดความจริงสักคนเดียว เขาได้สอนลิ้นของเขาให้พูดมุสา เขาได้ทำบาปชั่วและกลับใจอีกไม่ได้แล้ว
6
เป็นการบีบบังคับซ้อนการบีบบังคับ และการล่อลวงซ้อนการล่อลวง เขาปฏิเสธที่จะรู้จักเรา” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ
7
เพราะฉะนั้น พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสดังนี้ว่า “นี่แน่ะ เราจะถลุงเขาและทดลองเขา เพราะเขาเป็นประชากรของเรา เราจะทำอย่างอื่นได้อย่างไร?
8
ลิ้นของเขาเป็นลูกศรมรณะ มันพูดมารยา ปากของเขาพูดอย่างสันติกับเพื่อนบ้าน แต่ในใจของเขา เขาคอยดักซุ่มโจมตีอยู่”
9
พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า “ไม่ควรที่เราจะลงโทษเขาเพราะสิ่งเหล่านี้หรือ? ไม่ควรที่เราจะแก้แค้นชนชาติที่เป็นอย่างนี้หรือ?”
10
ข้าพเจ้าจะร้องไห้และครวญครางเพราะภูเขานั้น และคร่ำครวญเพราะทุ่งหญ้าในถิ่นทุรกันดาร เพราะว่ามันถูกทิ้งร้าง ไม่มีใครผ่านไปมา ไม่ได้ยินเสียงสัตว์เลี้ยงร้อง ทั้งนกในอากาศและสัตว์ ได้หนีไปเสียแล้ว
11
“เราจะทำให้เยรูซาเล็มเป็นกองสิ่งปรักหักพัง เป็นที่อยู่ของหมาป่า และเราจะทำให้เมืองต่างๆ ของยูดาห์เป็นที่รกร้าง ไม่มีคนอาศัย”
12
ใครเป็นคนมีปัญญาที่จะเข้าใจความนี้ได้? และมีใครที่พระโอษฐ์ของพระยาห์เวห์ได้ตรัสกับเขา เขาจึงประกาศความนั้นได้? ทำไมแผ่นดินจึงพังทลายและทิ้งไว้ว่างเปล่า เหมือนถิ่นทุรกันดารไม่มีใครผ่านไปมา?
13
และพระยาห์เวห์ตรัสว่า “เพราะเขาทั้งหลายทอดทิ้งธรรมบัญญัติของเราซึ่งเราได้ตั้งไว้ต่อหน้าเขา และไม่ได้เชื่อฟังเสียงของเราหรือดำเนินตามนั้น
14
แต่ได้ดื้อดึงดำเนินตามใจของตนเอง และติดตามพวกพระบาอัลอย่างที่บรรพบุรุษของพวกเขาได้สั่งสอนเขาไว้
15
ฉะนั้น พระยาห์เวห์จอมทัพ พระเจ้าแห่งอิสราเอลจึงตรัสว่า นี่แน่ะ เราจะเลี้ยงชนชาตินี้ด้วยบอระเพ็ด และให้เขาดื่มน้ำดีหมี
16
เราจะกระจายเขาไปท่ามกลางบรรดาชนชาติที่ตัวเขาเอง และบรรพบุรุษของเขาไม่รู้จัก และเราจะส่งดาบให้ไล่ตามเขาทั้งหลาย จนกว่าเราจะผลาญเขาสิ้น”
17
พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสดังนี้ว่า “จงตรึกตรองดู และเรียกพวกนางร้องไห้มา จงให้คนไปตามพวกมืออาชีพมา
18
ให้พวกเขารีบส่งเสียงคร่ำครวญเพื่อเราทั้งหลาย เพื่อน้ำตาจะไหลจากตาของเรา และหนังตาของเราจะมีน้ำตาไหลออกมา
19
เพราะได้ยินเสียงคร่ำครวญจากศิโยน ‘พวกเราล่มจมแล้ว เราแสนจะอับอาย เพราะเราต้องออกจากแผ่นดิน เพราะเขาได้ทำลายที่อาศัยของเราลง’ ”
20
พวกผู้หญิงเอ๋ย จงฟังพระวจนะของพระยาห์เวห์ และให้หูของพวกเจ้ารับพระวจนะจากพระโอษฐ์ของพระองค์ จงสอนบทคร่ำครวญแก่บุตรีของเจ้า จงสอนเพลงไว้อาลัยแก่เพื่อนบ้านของเธอทุกคน
21
เพราะความตายได้เข้ามาทางหน้าต่างของเรา มันเข้ามาในวังทั้งหลายของเรา ตัดเด็กๆ ออกเสีย จากถนนหนทาง และตัดหนุ่มๆ ออกเสียจากลานเมือง
22
จงพูดว่า “พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า ศพมนุษย์จะเกลื่อนกลาด เหมือนมูลสัตว์ตามพื้นทุ่ง เหมือนฟ่อนข้าวที่หล่นตามหลังผู้เกี่ยว และไม่มีใครจะเก็บ”
23
“พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า อย่าให้ผู้มีปัญญาอวดสติปัญญาของตน อย่าให้ชายฉกรรจ์อวดความเข้มแข็งของตน อย่าให้คนมั่งมีอวดความมั่งคั่งของตน
24
แต่ให้ผู้อวดอวดสิ่งนี้ คือการที่เขาเข้าใจและรู้จักเรา ว่าเราคือพระยาห์เวห์ ผู้สำแดงความรักมั่นคง ความยุติธรรม และความชอบธรรมในโลก เพราะเราพอใจในสิ่งเหล่านี้” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ
25
“พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า นี่แน่ะ วันเวลากำลังจะมาถึงแล้ว เมื่อเราจะลงโทษทุกคนที่เข้าสุหนัตเพียงเนื้อหนังคือ
26
คนอียิปต์ คนยูดาห์ คนเอโดม คนอัมโมน คนโมอับและทุกคนที่อาศัยอยู่ในถิ่นทุรกันดารที่โกนผมจอนหู เพราะทุกประชาชาติไม่ได้เข้าสุหนัต และพงศ์พันธุ์ทั้งสิ้นของอิสราเอลก็ไม่ได้เข้าสุหนัตทางใจ”
← Chapter 8
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 41
Chapter 42
Chapter 43
Chapter 44
Chapter 45
Chapter 46
Chapter 47
Chapter 48
Chapter 49
Chapter 50
Chapter 51
Chapter 52
Chapter 10 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
41
42
43
44
45
46
47
48
49
50
51
52