bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
Esther 2
Esther 2
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 1
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 3 →
1
อยู่มาภายหลังเหตุการณ์เหล่านั้น, เมื่อความกริ้วแห่งกษัตริย์อะหัศวะโรศสงบไปแล้ว, พระองค์จึงนึกถึงพระนางวัศธี, และซึ่งพระนางนั้นได้กระทำ, และข้อซึ่งได้ทรงรับสั่งต่อพระนางนั้น.
2
ขณะนั้นข้าราชการทั้งหลายที่ปรนนิบัติกษัตริย์นั้นได้กราบทูลว่า, ขอทรงโปรดให้หาหญิงสาวพรหมจารีที่รูปร่างงามหลายคนมาถวายแก่กษัตริย์.
3
และขอให้กษัตริย์จัดตั้งเจ้าพนักงานไว้ที่หัวเมืองทั้งปวงทั่วอาณาเขตต์ของพระองค์, เพื่อเขาจะได้แสวงหารวบรวมบรรดาสาวพรหมจารีที่สวยงามพามาถึงซูซัรพระราชวังนั้นให้อยู่ที่ตำหนักผู้หญิง, ฝากไว้กับเฮฆายผู้เป็นกรมวังของพระองค์คุมรักษาหญิงทั้งหลาย; และประทานเครื่องสำหรับชำระตัวหญิงพรหมจารีนั้น:
4
และให้หญิงผู้นั้นที่พระองค์ทรงโปรดแล้วแต่งตั้งให้เป็นมเหษีแทนพระนางวัศธีนั้น. ฝ่ายกษัตริย์ก็ทรงเห็นชอบด้วยคำเหล่านั้น; จึงได้ทรงกระทำตาม.
5
ซูซัรอันเป็นพระราชวังนั้นมีชายชาติยูดายคนหนึ่งชื่อมาระดะคาย, ที่เป็นบุตรยาอีร, ยาอีรเป็นบุตรซิมอี, ซิมอีเป็นบุตรคิศ, ในตระกูลเบนยามิน;
6
มาระดะคายนั้นเขากวาดเอามาจากกรุงยะรูซาเลมกับด้วยคนทั้งปวงที่เขากวาดเอามาคราวยะคันยากษัตริย์ยะฮูดา, ซึ่งนะบูคัดเนซัรกษัตริย์เมืองบาบูโลนได้กวาดเอามานั้น.
7
และมาระดะคายนั้นได้เลี้ยงฮะดัดซา, ที่มีชื่ออีกว่าเอศเธระ, เป็นบุตรสาวของลุงแห่งตน: ด้วยว่าเด็กนั้นไม่มีบิดามารดา, และรูปร่างงามและสระสวย; ครั้นเมื่อบิดามารดาได้ถึงแก่ความตายแล้ว, มาระดะคายได้เอามาเลี้ยงไว้เป็นบุตรของตัว
8
อยู่มาขณะเมื่อมีรับสั่งและหมายประกาศของกษัตริย์นั้นแจ้งทั่วกันแล้ว, และเมื่อเขานำหญิงสาวเป็นอันมากมาประชุมกันที่ซูซันอันเป็นพระราชวังนั้น, มอบไว้กับเฮฆายแล้ว, เขาจึงพาเอศเธระเข้าไปในราชวังมอบไว้กับเฮฆายผู้กำกับรักษาพวกผู้หญิงทั้งปวงนั้น.
9
ฝ่ายเฮฆายนั้นชอบใจเอศเธระ, และได้สงเคราะห์นางเป็นอันมาก; และได้ให้เครื่องสำหรับชำระตัว, กับด้วยสิ่งของที่เป็นของเอศเธระเองโดยเร็ว, และและได้ให้หญิงเจ็ดคนที่เอามาจากพระราชวังนั้นให้เป็นคนใช้พอสมควร: และได้จัดให้เอศเธระกับหญิงคนใช้ของนางให้มีที่อยู่ในตึกสำหรับผู้หญิงนั้นดีกว่าที่อยู่ของหญิงทั้งปวง.
10
เอศเธระนั้นยังไม่ได้บอกว่าพี่น้องและวงศ์ญาติของตนเป็นผู้ใด: ด้วยว่ามาระดะคายได้ห้ามไม่ให้บอกแก่ผู้ใดให้รู้ความนั้น.
11
ฝ่ายมาระดะคายก็ได้เดินไปมาที่พลับพลาข้างหน้าตึกผู้หญิงทุกวันๆ, เพื่อจะรู้ว่าเอศเธระนั้นเป็นประการใดบาง, และเพื่อจะรู้ว่าต่อไปเบื้องหน้านางจะเป็นอย่างไร.
12
ภายหน้าเมื่อหญิงสาวทั้งหมดนั้นเตรียมตัวได้ครบสิบสองเดือนแล้ว, ตามธรรมเนียมของหญิง, ด้วยว่าเวลาเตรียมตังของเขาเป็นดังนี้คือ, ชะโลมตัวด้วยน้ำมันจันทน์หกเดือน, และชะโลมด้วยเครื่องหอมหกเดือน, และด้วยสิ่งอื่นต่างๆ อีกที่เป็นเครื่องสำหรับแต่งกายหญิง.
13
และพวกเขาทุกคนจึงได้เข้าไปเฝ้ากษัตริย์อะหัศวะโรศทีละคนๆ, และขณะเมื่อได้เข้าไปเฝ้านั้นถ้าปรารถนาสิ่งใดที่อยู่ในตึกสำหรับหญิงนั้น, ก็ได้อนุญาติให้เอาไปยังพระราชวังของกษัตริย์ได้.
14
เขาได้เข้าไปเฝ้าในเวลาเย็น, และในเวลาเช้าจึงกลับออกมาและอยู่ในตึกตำหนักที่สองสำหรับผู้หญิง, อยู่ในบังคับหัวหน้าพวกขันทีของกษัตริย์, ชื่อซาอัศคัศเป็นผู้รักษานางห้าม; และหญิงนั้นไม่ได้เข้าไปเฝ้ากษัตริย์อีกเลย, เว้นไว้แต่กษัตริย์โปรดปรานหญิงนั้น, และตรัสเรียกชื่อโดยฉะเพาะ.
15
ครั้นถึงเวรของเอศเธระ, บุตรสาวของอะบิฮายิลลุงของมาระดาคาย, ที่ได้เอาหญิงนั้นมาเลี้ยงไว้เป็นบุตรของตน, จะได้เข้าไปเฝ้ากษัตริย์นั้น, เอศเธระนั้นไม่ต้องการสิ่งใดเว้นไว้ซึ่งเฮฆายผู้เป็นกรมวังของกษัตริย์ที่รักษาผู้หญิงนั้น, ที่ได้ทรงแต่งตั้งไว้. และเอศเธระนั้นได้เป็นที่ชอบตาของคนทั้งปวงที่ได้เห็นนางนั้น.
16
เขาก็พานางเอศเธระเข้าไปเฝ้ากษัตริย์อะหัศวะโรศในวังหลวงในเดือนสิบ, ที่เรียกว่าเดือนที่เบ็ธ, เป็นปีที่เจ็ดแห่งรัชชกาลของพระองค์.
17
ฝ่ายกษัตริย์ได้รักนางเอศเธระมากกว่าหญิงทั้งปวง, และนางเอศเธระนั้นได้รับความชอบและความโปรดปรานในพระเนตรของกษัตริย์มากยิ่งกว่าหญิงพรหมจารีทั้งหลายเหล่านั้น; และกษัตริย์จึงเอาราชมงกุฎใส่ศีรษะนางเอศเธระ, และตั้งไว้เป็นมเหษีแทนพระนางวัศธีนั้น.
18
แล้วกษัตริย์จึงได้ทรงโปรดให้กระทำการเลี้ยงใหญ่แก่เจ้านายและข้าราชการทั้งหลาย, เพื่อเป็นการเลี้ยงสมโภชแก่นางเอศเธระ; และได้ทรงกระทำให้หัวเมืองทั้งปวงมีความสงบเงียบ, กับได้ประทานสิ่งของต่างๆ ตามยศศักดิ์ของกษัตริย์.
19
และครั้นมีหญิงพรหมจารีทั้งหลายนั้นมาประชุมกันเป็นครั้งที่สองแล้ว, มาระดะคายก็ (มีตำแหน่ง) เป็นคนเฝ้าประตูพระราชวังของกษัตริย์.
20
พระนางเอศเธระนั้นยังไม่ได้แจ้งให้ผู้ใดรู้ถึงวงศ์ญาติและพี่น้องของพระนางว่าเป็นผู้ใด; ตามคำมาระดะคายสั่งไว้นั้น: ด้วยด้วยว่าพระนางเอศเธระยังกระทำตามคำสั่งของมาระดะคายเหมือนอย่างเมื่อเป็นบุตรเลี้ยงของท่านเสมอ.
21
อยู่มาคราวนั้น, เมื่อมาระดะคายนั่งเฝ้าที่ประตูพระราชวัง, พวกมหาดเล็กสองคนของกษัตริย์, ชื่อบิฆธารและเธเรศเป็นนายประตู, เขามีความโกรธ, และคบคิดกันจะหาช่องทำร้ายแก่กษัตริย์อะหัศวะโรศ.
22
และมาระดะคายได้รู้เหตุการณ์นั้นจึงไปทูลแก่พระนางเอศเธระมเหษี; และพระนางเอศเธระก็ได้ไปกราบทูลแก่กษัตริย์และออกชื่อมาระดะคาย.
23
และเมื่อชำระสืบเหตุการณ์นั้นก็เห็นว่าเป็นจริงแล้ว; เขาจึงเอาสองคนนั้นแขวนคอไว้ที่ต้นไม้: และเขาก็จดเอาเหตุการณ์นั้นไว้ที่หนังสือจดหมายเหตุอันมีอยู่ฉะเพาะกษัตริย์นั้น
← Chapter 1
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 3 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10