bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
/
Deuteronomy 32
Deuteronomy 32
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
← Chapter 31
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 33 →
1
ฟ้าสวรรค์เอ๋ย ฟังเถิดที่ข้าพเจ้าจะกล่าว แผ่นดินโลกเอ๋ย จงสดับวาจาจากปากของข้าพเจ้า
2
ขอให้คำสอนของข้าพเจ้าพรั่งพรูลงมาดั่งฝน และให้ถ้อยคำของข้าพเจ้าหยาดหยดมาดุจน้ำค้าง เหมือนสายฝนโปรยปรายลงบนหญ้าอ่อน เหมือนฝนชุ่มรินรดพืชพันธุ์เขียวสด
3
ข้าพเจ้าจะประกาศนามของพระยาห์เวห์ ขอสดุดีความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าของเรา!
4
พระองค์เป็นพระศิลา กิจการของพระองค์สมบูรณ์พร้อม และวิถีทางของพระองค์ล้วนยุติธรรม พระเจ้าผู้สัตย์ซื่อผู้ไม่ทำสิ่งที่ผิดใดๆ เลย พระองค์ชอบธรรมและยุติธรรม
5
พวกเขาทำตัวเสื่อมทรามและไม่ได้เป็นลูกของพระองค์ พวกเขาทำตัวน่าอับอายโดยเป็นคนรุ่นที่วิปริตและกลับกลอก
6
ท่านตอบสนองต่อพระยาห์เวห์เช่นนี้หรือ ประชาชนที่โง่เขลาเบาปัญญา พระเจ้าไม่ใช่พระบิดาพระผู้สร้างของท่าน ผู้ก่อร่างสร้างท่านขึ้นมาหรือ
7
จงระลึกถึงวันคืนเก่าก่อน คิดถึงชั่วอายุตั้งแต่อดีตนานมา ถามพ่อของท่านดูเถิด เขาจะบอกท่านได้ ถามพวกผู้อาวุโสเถิด พวกเขาจะอธิบายให้ท่านฟัง
8
เมื่อองค์ผู้สูงสุดมอบมรดกแก่ชนชาติต่างๆ เมื่อพระองค์แบ่งแยกมวลมนุษยชาติ พระองค์กำหนดเขตแดนสำหรับชนชาติทั้งหลาย ตามจำนวนบุตรทั้งหลายของอิสราเอล
9
ส่วนของพระยาห์เวห์คือประชาชนของพระองค์ ยาโคบคือส่วนกรรมสิทธิ์ของพระองค์
10
พระองค์พบเขาในถิ่นทุรกันดารที่ถูกทิ้งร้าง และเต็มไปด้วยเสียงโหยหวน พระองค์ปกป้องและดูแลเขา พระองค์พิทักษ์เขาดั่งแก้วตาดวงใจของพระองค์
11
เหมือนนกอินทรีตะกุยรังของมัน และบินร่อนอยู่เหนือลูกอ่อน กางปีกออกรองรับ ประคับประคองพาลูกบินไป
12
พระยาห์เวห์ผู้เดียวนำเขาไป ไม่มีพระต่างด้าวอยู่กับเขา
13
พระองค์ทำให้เขาทะยานไปตามเบื้องสูงแห่งแผ่นดิน และเลี้ยงดูเขาด้วยผลผลิตจากท้องทุ่ง พระองค์บำรุงเลี้ยงเขาด้วยน้ำผึ้งจากศิลา และด้วยน้ำมันจากหินผา
14
ด้วยน้ำนมและนมข้นจากฝูงสัตว์ และด้วยแพะแกะอ้วนพี กับแกะผู้ชั้นเยี่ยมแห่งบาชาน และข้าวสาลีที่ดีที่สุด เขาดื่มน้ำองุ่นสีแดงก่ำที่มีฟอง
15
เยชูรูน อ้วนพีขึ้นก็พยศ ครั้นอิ่มหนำก็อ้วนใหญ่ ขนเป็นมันปลาบ เขาทอดทิ้งพระเจ้าผู้สร้างเขา ปฏิเสธพระศิลาพระผู้ช่วยให้รอดของตน
16
พวกเขายั่วยุให้พระองค์อิจฉาด้วยพระต่างด้าวของเขา และยั่วโทสะพระองค์ด้วยรูปเคารพอันน่าชิงชังทั้งหลาย
17
พวกเขาเซ่นสังเวยแก่พระเทียมเท็จซึ่งไม่ใช่พระเจ้า เป็นพระซึ่งเขาไม่เคยรู้จัก พระซึ่งเพิ่งปรากฏ พระซึ่งบรรพบุรุษของท่านไม่เกรงกลัว
18
ท่านได้ทอดทิ้งพระศิลาผู้ให้กำเนิดท่าน ท่านลืมพระเจ้าผู้ให้ท่านเกิดมา
19
พระยาห์เวห์เห็นสิ่งนี้และปฏิเสธพวกเขา เพราะว่าลูกชายลูกสาวของพระองค์ทำให้พระองค์โกรธ
20
พระองค์พูดว่า “เราจะซ่อนหน้าจากพวกเขา และดูว่าบั้นปลายของเขาจะเป็นเช่นใด เพราะเขาเป็นคนรุ่นที่นอกลู่นอกทาง ลูกหลานผู้ไม่สัตย์ซื่อ
21
เขาทำให้เราอิจฉาด้วยสิ่งที่ไม่ใช่พระ และยั่วโทสะเราด้วยรูปเคารพไร้ค่า เราจะทำให้เขาอิจฉาโดยพวกที่ไม่ใช่ชนชาติ เราจะยั่วเขาให้โกรธด้วยชนชาติหนึ่งที่ไม่มีความเข้าใจ
22
เพราะความโกรธเกรี้ยวของเราจุดเปลวไฟ ซึ่งเผาถึงก้นบึ้งของแดนมรณา ไฟนั้นจะเผาผลาญโลกและพืชผลทั้งปวง และบันดาลให้ภูเขาทั้งหลายลุกเป็นไฟ”
23
“เราจะสุมหายนะลงเหนือพวกเขา และยิงธนูเข้าใส่พวกเขา
24
เราจะส่งการกันดารอาหารมาต่อสู้พวกเขา ส่งโรคระบาดมาล้างผลาญและภัยพิบัติร้ายแรงมาเล่นงานพวกเขา เราจะส่งเขี้ยวเล็บของสัตว์ป่ามาทำร้ายพวกเขา ส่งพิษของงูร้ายซึ่งเลื้อยมาในผงคลี
25
ตามท้องถนนมีคมดาบปลิดชีวิตลูกหลานของพวกเขา ภายในบ้านมีความหวาดหวั่นพรั่นพรึง ชายหนุ่มและหญิงสาวจะพินาศ ทั้งทารกและคนแก่ผมหงอก
26
เราพูดแล้วว่าเราจะกระจายพวกเขาออกไป และลบชื่อพวกเขาจากความทรงจำของมนุษยชาติ
27
แต่เราหวั่นคำถากถางของศัตรู เกรงว่าปฏิปักษ์จะเข้าใจผิด และพูดว่า ‘มือของพวกเราพิชิตชัยชนะ พระยาห์เวห์ไม่ได้สิ่งทั้งหมดนี้’ ”
28
พวกเขาเป็นชนชาติที่ไร้ความคิด ขาดความรอบรู้
29
ถ้าเพียงแต่พวกเขาฉลาดและเข้าใจเรื่องนี้ และมองออกว่าบั้นปลายของตนจะเป็นเช่นใด!
30
คนเดียวจะไล่คนเป็นพันได้อย่างไร หรือสองคนทำให้คนเป็นหมื่นหนีเตลิดได้อย่างไร ถ้าไม่ใช่เพราะพระศิลาของพวกเขาได้ขายพวกเขาเสียแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะพระยาห์เวห์มอบพวกเขาไว้แล้ว
31
เพราะศิลาของชนชาติอื่นๆ ไม่เหมือนพระศิลาของเรา แม้ศัตรูของเราก็ยอมรับเช่นนั้น
32
เถาองุ่นของพวกเขามาจากเถาองุ่นแห่งโสโดม และจากท้องทุ่งแห่งโกโมราห์ ผลองุ่นของพวกเขาเต็มไปด้วยยาพิษ พวงองุ่นของพวกเขามีแต่ความขมขื่น
33
เหล้าองุ่นของพวกเขาคือพิษงูร้าย เป็นพิษร้ายของงูเห่า
34
“เราเก็บงำเรื่องนี้ และประทับตราเก็บไว้ในคลังของเราไม่ใช่หรือ
35
การแก้แค้นเป็นหน้าที่ของเราเอง เราจะคืนสนอง เมื่อถึงเวลาเท้าของพวกเขาจะลื่นไถล วันแห่งหายนะของพวกเขาใกล้เข้ามาแล้ว และความย่อยยับจะถาโถมเข้าใส่พวกเขา”
36
พระยาห์เวห์จะพิพากษาประชาชนของพระองค์ และพระองค์เอ็นดูผู้รับใช้ของพระองค์ เมื่อพระองค์มองเห็นพละกำลังของพวกเขาเสื่อมลง และไม่มีใครหลงเหลืออยู่ ไม่ว่าทาสหรือไท
37
พระองค์จะพูดว่า “พระทั้งหลายของพวกเขาไปไหนเสียเล่า ศิลาที่พวกเขาลี้ภัยไปไหนเสียแล้ว
38
ไหนล่ะพระที่กินไขมันของเครื่องบูชา และดื่มเหล้าองุ่นของเครื่องดื่มบูชาของพวกเขา ให้พระเหล่านั้นลุกขึ้นมาช่วยพวกเจ้าสิ! ให้พระเหล่านั้นมาให้ที่พักพิงแก่พวกเจ้าสิ!
39
จงดูเถิด เราเองนี่แหละคือผู้นั้น! ไม่มีพระอื่นใดนอกจากเรา เราทำให้ตายและเราให้ชีวิต เราทำให้บาดเจ็บและเราจะรักษาให้หาย และไม่มีผู้ใดช่วยให้พ้นมือของเราไปได้
40
เราชูมือขึ้นฟ้าและสาบานอย่างจริงจังว่า เราดำรงอยู่นิรันดร์ฉันใด
41
เมื่อเราลับดาบอันวาววับของเรา และเมื่อเรากุมการพิพากษาไว้ในมือ เราจะแก้แค้นศัตรูของเรา และตอบแทนผู้ที่เกลียดชังเราฉันนั้น
42
เราจะทำให้ลูกศรของเราดื่มเลือดจนเมามาย ส่วนดาบของเราจะกินเนื้อ คือเลือดเนื้อของผู้ถูกสังหารและเชลย ศีรษะของบรรดาผู้นำของศัตรู”
43
ชนชาติทั้งหลายเอ๋ย จงชื่นชมยินดีร่วมกับประชาชนของพระองค์เถิด เพราะพระองค์จะแก้แค้นให้แก่โลหิตของผู้รับใช้ของพระองค์ พระองค์จะล้างแค้นศัตรูของพระองค์ และลบมลทินบาปให้แก่ดินแดนและประชาชนของพระองค์
44
โมเสสมากับโยชูวา ลูกชายของนูน กล่าวเนื้อเพลงทั้งบทนี้ให้ประชาชนฟัง
45
เมื่อโมเสสท่องข้อความให้อิสราเอลทั้งปวงฟังจบแล้ว
46
ก็กล่าวแก่พวกเขาว่า “จงจำใส่ใจทุกถ้อยคำที่ข้าพเจ้าได้ประกาศแก่ท่านอย่างหนักแน่นในวันนี้ เพื่อท่านจะสั่งให้ลูกหลานใส่ใจปฏิบัติตามทุกถ้อยคำในกฎบัญญัตินี้
47
กฎบัญญัตินี้ไม่ได้เป็นเพียงถ้อยคำที่พูดไปเปล่าๆ แต่เป็นชีวิตของท่าน โดยกฎบัญญัตินี้ท่านจะมีชีวิตอยู่ยาวนานในดินแดนซึ่งท่านกำลังจะข้ามแม่น้ำจอร์แดนไปครอบครอง”
48
ในวันเดียวกันนั้นพระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า
49
“จงขึ้นไปบนภูเขาเนโบในเทือกเขาอาบาริม ในโมอับตรงข้ามเมืองเยรีโค และมองดูคานาอัน ดินแดนซึ่งเรายกให้เป็นกรรมสิทธิ์แก่ชาวอิสราเอล
50
บนภูเขาที่เจ้าขึ้นไปนั้น เจ้าจะตายไปอยู่ร่วมกับญาติพี่น้องของเจ้า เช่นเดียวกับอาโรนพี่ชายของเจ้าซึ่งตายที่ภูเขาโฮร์และถูกรวบไปอยู่กับญาติพี่น้องของเขา
51
เพราะเจ้าทั้งสองไม่ได้ให้เกียรติเราต่อหน้าชาวอิสราเอลที่สายน้ำแห่งเมรีบาห์คาเดชในถิ่นทุรกันดารศิน และไม่ได้เชิดชูความบริสุทธิ์ของเราในท่ามกลางชาวอิสราเอล
52
ฉะนั้นเจ้าจะเห็นดินแดนนั้นแต่ไกล เจ้าจะไม่ได้เข้าไปในดินแดนซึ่งเราจะยกให้ประชาชนอิสราเอล”
← Chapter 31
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 33 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34