bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
/
Exodus 16
Exodus 16
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
← Chapter 15
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 17 →
1
จากนั้นชุมชนชาวอิสราเอลทั้งหมดออกเดินทางจากเอลิมถึงถิ่นทุรกันดารสิน ซึ่งอยู่ระหว่างเอลิมกับซีนาย ถึงที่นั่นในวันที่สิบห้าของเดือนที่สองนับตั้งแต่พวกเขาออกจากอียิปต์
2
ในถิ่นทุรกันดารนั้นชาวอิสราเอลทั้งชุมชนบ่นว่าโมเสสกับอาโรน
3
ชาวอิสราเอลพูดกับเขาทั้งสองว่า “เราน่าจะตายด้วยน้ำมือของพระยาห์เวห์ตั้งแต่อยู่ที่อียิปต์แล้ว! ตอนที่เราอยู่ที่นั่น เรานั่งล้อมวงกินเนื้อในหม้อกับอาหารทุกอย่างที่เราอยากกิน แต่ท่านพาเราออกมาอดตายกันหมดในถิ่นทุรกันดาร”
4
พระยาห์เวห์จึงพูดกับโมเสสว่า “ดูเถิด เราจะให้อาหารตกลงมาจากท้องฟ้าแก่พวกเจ้า ให้ทุกคนออกไปเก็บอาหารแต่ละวันมากน้อยตามความต้องการสำหรับวันนั้น นี่เป็นวิธีที่เราจะทดสอบดูว่า พวกเขาจะปฏิบัติตามคำสั่งของเราไหม
5
ในวันที่หก บอกให้พวกเขาเก็บอาหารเข้ามามากกว่าปกติเป็นสองเท่า”
6
ดังนั้นโมเสสกับอาโรนจึงกล่าวแก่ชาวอิสราเอลว่า “ในเวลาเย็นท่านจะรู้ว่าพระองค์เป็นพระยาห์เวห์ผู้ที่นำท่านออกจากอียิปต์
7
และในเวลาเช้าท่านจะเห็นเกียรติสิริของพระยาห์เวห์เพราะพระองค์ได้ยินพวกท่านบ่นว่าพระองค์ แล้วเราทั้งสองเป็นใครกันเล่า ท่านจึงมาบ่นว่าเรา”
8
โมเสสกล่าวอีกว่า “ท่านจะรู้ว่าพระองค์เป็นพระยาห์เวห์เมื่อพระองค์ให้เนื้อแก่ท่านในเวลาเย็นและให้อาหารทั้งหมดที่ท่านต้องการในเวลาเช้า เพราะพระองค์ได้ยินที่ท่านบ่นว่าพระองค์ เราเป็นใครเล่า ท่านไม่ได้ต่อว่าเรา แต่ต่อว่าพระยาห์เวห์”
9
แล้วโมเสสบอกอาโรนว่า “จงกล่าวแก่ชุมชนชาวอิสราเอลทั้งหมดว่า ‘จงเข้ามาต่อหน้าพระยาห์เวห์เพราะพระองค์ได้ยินเสียงบ่นว่าของพวกเจ้าแล้ว’ ”
10
ขณะอาโรนกำลังกล่าวแก่ชุมชนชาวอิสราเอลทั้งหมด พวกเขามองไปทางถิ่นทุรกันดาร เห็นเกียรติสิริของพระยาห์เวห์ปรากฏในเมฆ
11
พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า
12
“เราได้ยินคำบ่นของชาวอิสราเอลแล้ว จงบอกพวกเขาว่า ‘ในเวลาพลบค่ำพวกเจ้าจะมีเนื้อกิน และในเวลาเช้าพวกเจ้าจะมีอาหารกินจนอิ่ม แล้วพวกเจ้าจะรู้ว่าเราคือพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเจ้า’ ”
13
เย็นวันนั้นนกคุ่มบินมาตกเต็มค่าย และในเวลาเช้าตรู่บริเวณรอบค่ายมีน้ำค้างชุ่ม
14
เมื่อน้ำค้างระเหยไปก็เหลือเกล็ดเล็กๆ เหมือนเกล็ดน้ำค้างตกอยู่ตามพื้นของถิ่นทุรกันดาร
15
ชาวอิสราเอลเห็นเข้าก็ถามกันว่า “อะไรกันนี่” เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร โมเสสตอบว่า “นี่คืออาหารที่พระยาห์เวห์ให้พวกเจ้ากิน
16
พระยาห์เวห์สั่งว่า ‘ทุกคน จงเก็บอาหารเท่าที่จำเป็น คนละหนึ่งโอเมอร์ ตามจำนวนคนที่อยู่ในเต็นท์ของเจ้า’ ”
17
ชาวอิสราเอลจึงทำตามคำบอก บางคนเก็บมาก บางคนเก็บน้อย
18
แต่เมื่อเขาตวงด้วยโอเมอร์ คนที่เก็บมากก็ไม่มีเหลือและคนที่เก็บน้อยก็ไม่ขาดแคลน ทุกคนเก็บได้มากตามที่พวกเขาจำเป็น
19
แล้วโมเสสบอกพวกเขาว่า “อย่าเก็บอาหารเหล่านี้ไว้จนรุ่งเช้า”
20
ถึงกระนั้นยังมีบางคนไม่ฟังโมเสส และเก็บอาหารบางส่วนไว้จนรุ่งเช้า อาหารนั้นก็บูดเหม็นเป็นหนอน โมเสสจึงโกรธพวกเขา
21
ทุกเช้าทุกคนจึงเก็บอาหารมากตามความจำเป็น และเมื่อแดดร้อนจัด อาหารนั้นก็ละลายหายไป
22
ในวันที่หกพวกเขาเก็บเป็นสองเท่าของปกติ คือคนละสองโอเมอร์ และบรรดาหัวหน้าของชุมชนชาวอิสราเอลจึงมารายงานต่อโมเสส
23
โมเสสบอกพวกเขาว่า “พระยาห์เวห์สั่งว่า ‘ให้พรุ่งนี้เป็นวันแห่งการหยุดพักคือวันสะบาโตอันบริสุทธิ์แด่พระยาห์เวห์ ฉะนั้นวันนี้จงปิ้งหรือต้มอาหารไว้ตามความต้องการ แล้วเก็บส่วนที่เหลือไว้จนรุ่งเช้า’ ”
24
ดังนั้นพวกเขาจึงเก็บอาหารไว้จนรุ่งเช้าตามที่โมเสสสั่งไว้ และอาหารนั้นก็ไม่เน่าเหม็นและไม่มีหนอน
25
โมเสสกล่าวว่า “กินอาหารวันนี้ เพราะวันนี้เป็นวันสะบาโตแด่พระยาห์เวห์ท่านจะไม่พบอาหารตามพื้นดินในวันนี้
26
ตลอดหกวันท่านจงเก็บอาหาร แต่วันที่เจ็ดเป็นวันสะบาโต จะไม่มีอาหารให้เก็บ”
27
ถึงกระนั้นก็ยังมีบางคนออกไปเก็บอาหารในวันที่เจ็ด แต่ก็ไม่พบเลย
28
แล้วพระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า “พวกเจ้าจะดื้อดึงไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งและคำสอนของเราไปอีกนานเท่าไร
29
จงจำใส่ใจว่าพระยาห์เวห์ได้ให้วันสะบาโตแก่พวกเจ้า ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงให้อาหารแก่พวกเจ้าเป็นสองเท่าในวันที่หก เพื่อจะเพียงพอสำหรับสองวัน ในวันที่เจ็ดทุกคนต้องอยู่ในที่พักของตน ห้ามออกไปเก็บอาหาร”
30
ดังนั้นประชาชนจึงหยุดพักในวันที่เจ็ด
31
ประชาชนชาวอิสราเอลเรียกอาหารนั้นว่ามานา ซึ่งลักษณะเหมือนเมล็ดผักชี มีสีขาว รสชาติเหมือนขนมปังแผ่นผสมน้ำผึ้ง
32
โมเสสกล่าวว่า “พระยาห์เวห์สั่งว่า ‘ให้เก็บมานาไว้หนึ่งโอเมอร์ และเก็บรักษาไว้สำหรับคนรุ่นหลัง เพื่อเขาจะได้เห็นอาหารที่เราได้ให้พวกเจ้ากินในถิ่นทุรกันดาร เมื่อเรานำเจ้าออกมาจากอียิปต์’ ”
33
ดังนั้นโมเสสจึงพูดกับอาโรนว่า “จงเอาไหมาบรรจุมานาไว้หนึ่งโอเมอร์ และเก็บรักษาไว้ต่อหน้าพระยาห์เวห์เพื่อชนรุ่นหลัง”
34
อาโรนทำตามคำสั่งซึ่งโมเสสได้รับจากพระยาห์เวห์ เขาวางมานาไว้กับศิลาจารึกพันธสัญญาเพื่อถนอมรักษา
35
ชาวอิสราเอลกินมานาเป็นอาหารตลอดสี่สิบปี จนกระทั่งพวกเขาเข้าไปตั้งรกรากในคานาอัน
36
(1 โอเมอร์เท่ากับหนึ่งในสิบของ 1 เอฟาห์)
← Chapter 15
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 17 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40