bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
1 Chronicles 16
1 Chronicles 16
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 15
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 17 →
1
เขาพากันเชิญหีบสัญญาไมตรีของพระเจ้ามาประดิษฐานไว้ข้างในพลับพลาที่ดาวิดได้ทรงตกแต่งไว้สำหรับหีบนั้น: แล้วเขาได้ถวายเครื่องบูชายัญ, และเครื่องบูชาขอบพระคุณต่อพระพักตรพระเจ้า.
2
ครั้นดาวิดทรงเผาเครื่องบูชายัญ, และทรงถวายเครื่องบูชาขอบพระคุณแล้ว, ท่านได้ประสิทธิ์พรแก่พลไพร่ด้วยออกพระนามของพระยะโฮวา.
3
แล้วท่านทรงแจกขนมคนละก้อนกับเนื้อชิ้นหนึ่ง, และขนมผลองุ่นให้แก่บรรดาชนยิศราเอลทั้งชายหญิงทั่วทุกคน.
4
อนึ่ง, ท่านได้ทรงจัดให้พวกเลวีบางคนปฏิบัติต่อหน้าหีบสัญญาไมตรีของพระยะโฮวา, ให้เป็นการสรรเสริญฉลองพระเดชพระคุณพระยะโฮวาพระเจ้าพวกยิศราเอล:
5
คืออาซาฟเป็นหัวหน้า, และรองมามี, ซะคะระยา, ยีเอ็ล, ซะมีราโมธ, ยะฮีเอ็ล, มัธธิธยา, เอลีอาบ, บะนายา, โอเบ็ดอะโดม: และยีเอ็ลประกอบเพลงด้วยพิณสิบสายและกระจับปี่; แต่อาซาฟนั้นประกอบเพลงด้วยฉิ่งฉาบ;
6
ฝ่ายบะอายากับยะฮะซีเอ็ลปุโรหิตได้ประกอบเพลงเแตรเนืองๆ ต่อหน้าหีบสัญญาไมตรีของพระเจ้า.
7
ในวันนั้นดาวิดได้ประทานบทเพลงต่อไปนี้ให้อาซาฟกับพวกพี่น้องของท่านร้องสรรเสริญพระยะโฮวา.
8
จงขอบพระเดชพระคุณพระยะโฮวา, จงทูลออกพระนามของพระองค์, จงแสดงพระราชกิจของพระองค์ในท่ามกลางชนประเทศทั้งปวง.
9
จงเปล่งเสียงร้องทูลพระองค์, จงร้องเพลงสรรเสริญพระองค์, จงกล่าวบรรดาการอัศจรรย์ของพระองค์.
10
จงอวดในนามอันบริสุทธิ์ของพระองค์: ให้ใจของเหล่าคนที่แสวงหาพระยะโฮวาพึงชื่นชมยินดี.
11
จงแสวงหาพระยะโฮวาและพึ่งฤทธิ์เดชของพระองค์, จงแสวงหาพระพักตรของพระองค์เป็นนิตย์นิรันดร์.
12
จงระลึกถึงพระราชกิจอันประหลาดซึ่งพระองค์ได้ทรงกระทำนั้น, คือการอัศจรรย์, และคำพิพากษาที่ออกมาจากพระโอษฐ์ของพระองค์;
13
ท่านทั้งหลายที่เป็นพงศ์พันธุ์ของยิศราเอลผู้ทาสของพระองค์, และลูกหลานของยาโคบ, พวกเลือกสรรของพระองค์.
14
พระองค์คือพระยะโฮวาเป็นพระเจ้าของพวกเรา; คำทรงพิพากษาได้ประกาศแจ้งอยู่ทั่วแผ่นดินโลก.
15
จงระลึกถึงคำสัญญาไมตรีของพระองค์ไว้เป็นนิตย์; คือพระคำที่ได้ตรัสสั่งให้คงอยู่ตลอดพันชั่วอายุ;
16
ซึ่งพระองค์ได้ทรงตั้งไว้แต่อับราฮาม, ให้ยั่งยืนกับได้ทรงปฏิญาณไว้แก่ยิศฮาค:
17
พระคำนั้นแหละพระองค์ได้ทรงตั้งไว้เป็นกฎมั่นคงสำหรับยาโคบ, คือทรงตั้งไว้แก่พวกยิศราเอลเป็นสำคัญไมตรีไม่รู้สิ้นสุดเลย,
18
ตรัสว่า, เราจะมอบแผ่นดินคะนาอันไว้แก่พวกท่าน, ให้เป็นส่วนมรดกของท่าน;
19
เมื่อท่านทั้งหลายเป็นแต่พวกเล็กน้อย, และยังเป็นแขกเมืองอยู่ที่แผ่นดินนั้น.
20
เขาทั้งหลายได้เที่ยวจากประเทศนี้ไปประทศโน้น, และจากแผ่นดินโน้นมาแผ่นดินนี้;
21
พระองค์มิได้ทรงยอมให้คนใดข่มเหงเขา: พระองค์ได้ทรงขัดห้ามเหล่ากษัตริย์เพราะเห็นแก่เขา,
22
ตรัสว่า, อย่าถูกต้องพวกชะโลมของเรา, และอย่าทำร้ายแก่พวกผู้พยากรณ์ของเรา.
23
ให้มนุษย์โลกทั้งสิ้นร้องเพลงสรรเสริญพระยะโฮวา, จงประกาศความรอดของพระองค์ทุกวันๆ ต่อไป.
24
จงยกยอรัศมีภาพของพระองค์ในท่ามกลางนานาประเทศ; และกล่าวการอัศจรรย์ของพระองค์แก่มหาชนทั้งปวง.
25
เพราะว่า, พระยะโฮวาเป็นใหญ่, สมควรจะได้ความสรรเสริญยิ่ง; พระองค์นั้นเป็นที่เกรงกลัวมากกว่าพระอื่นทั้งสิ้น.
26
ด้วยพระทั้งหลายของคนนานาประเทศนั้นเป็นของเปล่า: แต่ว่าพระยะโฮวาทรงสร้างฟ้าสวรรค์.
27
ยศศักดิ์และเดชานุภาพอยู่ฉะเพาะพระพักตรพระองค์; ฤทธิ์เดชและความปีติยินดีมีอยู่ในบริเวณของพระองค์.
28
ให้บรรดาพงศ์พันธุ์ทั้งหลาย, ถวายคำสรรเสริญแก่พระยะโฮวา, จงกล่าวสรรเสริญรัศมีแลฤทธิ์เดชแก่พระยะโฮวา.
29
จงถวายรัศมีภาพอันสมควรแก่พระนามของพระองค์: จงนำเครื่องบูชามาเฝ้าต่อพระพักตรพระองค์: จงนมัสการพระยะโฮวาให้เป็นการบริสุทธิ์.
30
จงเกรงกลัวพระยะโฮวา, ทั่วพิภพแผ่นดินโลกตั้งมั่นคงไม่หวาดหวั่นไหว.
31
ให้ฟ้าสวรรค์มีความชื่นชม, และแผ่นดินโลกโสมนัศยินดี: ให้ประกาศในท่ามกลางชนประเทศว่า, พระยะโฮวาทรงครอบครองอยู่.
32
ให้มหาสมุทรกับบรรดาที่อยู่ในนั้นลั่นกึกก้อง, ให้ทุ่งนากับบรรดาสิ่งอันมีอยู่ในที่นั้นโสมนัศ.
33
ขณะนั้นต้นไม้ในป่าจะบันลือเสียงต่อพระพักตรพระยะโฮวา, ด้วยพระองค์เสด็จมาเพื่อจะพิพากษาแผ่นดินโลก.
34
จงขอบพระเดชพระคุณพระยะโฮวา; เพราะพระองค์เป็นประเสริญรอบคอบ; เหตุว่าพระกรุณาคุณของพระองค์ดำรงอยู่เป็นนิตย์.
35
จงทูลว่า, ข้าแต่พระยะโฮวาเจ้า, ที่พึ่งของข้าพเจ้า, ขอจงโปรดช่วยข้าพเจ้าเถิด, แล้วทรงรวบรวมพวกข้าพเจ้าไว้ให้พ้นจากอำนาจชาวต่างประเทศ, ให้ขอบพระเดชพระคุณพระนามอันบริสุทธิ์ของพระองค์, ให้ยกย่องโดยยินดี, ในการสรรเสริญพระองค์.
36
จงสาธุการแก่พระยะโฮวาพระเจ้าของพวกยิศราเอลเป็นนิตย์นิรันดร์. ฝูงคนจึงตอบว่า, อาเมน, และได้สรรเสริญพระยะโฮวา.
37
ดาวิดจึงรับสั่งให้อาซาฟกับพี่น้องของตนอยู่ที่นั้นฉะเพาะหีบสัญญาไมตรีของพระยะโฮวา, เพื่อจะได้ปฏิบัติฉะเพาะหีบสัญญาไมตรีนั้นเสมอตามทีมีการทุกๆ วัน:
38
กับโอเบ็ดอะโดมทั้งพวกพี่น้องหกสิบแปดคน, โอเบ็ดอะโดมบุตรชายของยะดูธูนกับโฮซาให้เป็นคนเฝ้าประตู:
39
อนึ่ง, พวกซาโดคปุโรหิต, กับพี่น้องของท่านได้อยู่ต่อหน้าพลับพลาของพระยะโฮวาในตำบลสูงที่เมืองฆิบโอน,
40
เพื่อจะทำการบูชาด้วยเพลิงถวายพระยะโฮวาที่แท่นสำหรับเผาไฟทั้งเวลาเช้าเวลาเย็นเสมอ, ตามที่เขียนไว้ในกฎหมายของพระยะโฮวา, ที่พระองค์ได้ทรงตรัสสั่งแก่พวกยิศราเอลนั้น;
41
ทั้งเฮมาน, และยะดูธูน, กับคนอื่นๆ ที่ทรงเลือกออกชื่อไว้แล้วให้อยู่กับพวกนั้น, เพื่อจะได้ขอบพระเดชพระคุณพระยะโฮวา, เพราะความเมตตากรุณาของพระองค์ถาวรอยู่เป็นนิตย์;
42
เฮมานและยะดูธูนอยู่กับพวกนั้น, พร้อมทั้งแตร, และฉิ่งฉาบ, ประโคมเสียงดัง, และเครื่องอื่นๆ สำหรับประกอบเพลงถวายพระยะโฮวา, และให้บุตรชายของยะดูธูนอยู่ที่ประตู.
43
คนทั้งปวงต่างกลับไปบ้านของตน: แล้วดาวิดเสด็จกลับไปประสงค์จะอวยพรแก่วงศ์ญาติของท่าน
← Chapter 15
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 17 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29