bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
Romans 1
Romans 1
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 2 →
1
เปาโล, ทาสของพระเยซูคริสต์, ที่พระองค์ได้ทรงเรียกให้เป็นอัครสาวก, และได้ถูกแยกตั้งไว้สำหรับกิตติคุณของพระเจ้า,
2
คือกิตติคุณที่พระองค์ได้ทรงกล่าวสัญญาไว้คราวก่อน โดยพวกศาสดาพยากรณ์ของพระองค์ในพระคัมภีร์อันบริสุทธิ์,
3
ว่าด้วยพระบุตรของพระองค์, ผู้บังเกิดในเชื้อวงศ์ของดาวิดฝ่ายเนื้อหนัง,
4
แต่ฝ่ายพระวิญญาณแห่งความบริสุทธิ์นั้นยังทรงชี้หมายไว้ว่าเป็นบุตรของพระเจ้าโดยฤทธานุภาพ ด้วยทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย, คือพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา.
5
โดยพระองค์นั้นข้าพเจ้าทั้งหลายได้รับพระคุณและหน้าที่เป็นอัครสาวก, ให้ไปท่ามกลางประเทศทุกประเทศ ด้วยเห็นแก่พระนามของพระองค์, ให้เขาทั้งหลายเชื่อฟัง.
6
ท่ามกลางจำพวกนั้น ท่านทั้งหลายก็ทรงถูกเรียกให้เป็นของๆ พระเยซูคริสต์ด้วย
7
ขอให้พระคุณและสันติสุขซึ่งมาจากพระเจ้า พระบิดาของเราทั้งหลาย และจากพระเยซูคริสต์เจ้า จงได้แก่บรรดาคนซึ่งอยู่ในกรุงโรม, ที่พระเจ้าทรงรักและทรงเรียกให้เป็นสิทธิชน
8
ก่อนที่จะกล่าวอะไร ข้าพเจ้าขอขอบพระคุณพระเจ้าของข้าพเจ้าโดยพระเยซูคริสต์ เพราะท่านทั้งหลาย, เหตุว่าความเชื่อของท่านทั้งหลายเลื่องลือไปทั่วโลก.
9
ด้วยว่าพระเจ้าซึ่งข้าพเจ้าปฏิบัติด้วยวิญญาณจิตต์ของข้าพเจ้า ในกิตติคุณแห่งพระบุตรของพระองค์นั้น ก็เป็นพะยานฝ่ายข้าพเจ้าว่า เมื่อข้าพเจ้าอธิษฐาน ข้าพเจ้าระลึกถึงท่านทั้งหลายเสมอไม่เว้น,
10
คือขอให้เป็นที่ชอบพระทัยพระเจ้า ให้ข้าพเจ้าโดยอย่างหนึ่งอย่างใดได้มีโอกาสไปเยี่ยมท่านทั้งหลายในที่สุดนี้.
11
ด้วยว่าข้าพเจ้าปรารถนาจะเห็นหน้าท่านทั้งหลาย, หมายจะให้ของประทานฝ่ายวิญญาณจิตต์แก่ท่านบ้าง, เพื่อท่านทั้งหลายจะได้ดำรงมั่นคงอยู่,
12
คือเพื่อข้าพเจ้ากับท่านทั้งหลายจะได้หนุนใจซึ่งกันและกัน โดยความเชื่อของเราทั้งสองฝ่าย.
13
พี่น้องทั้งหลาย, ข้าพเจ้าอยากให้ท่านทั้งหลายรู้ว่าข้าพเจ้าได้ตั้งใจหลายครั้งว่าจะไปหาท่าน, เพื่อจะได้ผลบ้างในท่านทั้งหลายด้วย, เหมือนอย่างได้มีในประเทศอื่นๆ, แต่มาจนบัดนี้ก็ยังมีเหตุขัดขวางอยู่.
14
ข้าพเจ้าเป็นหนี้ทั้งพวกเฮเลนและพวกต่างประเทศด้วย, เป็นหนี้ทั้งนักปราชญ์และคนเขลาด้วย.
15
เหตุฉะนั้นส่วนข้าพเจ้าเต็มใจพร้อมที่จะประกาศกิตติคุณนั้นแก่ท่านทั้งหลายที่อยู่ในกรุงโรมด้วย
16
ด้วยว่าข้าพเจ้าไม่มีความละอายในเรื่องกิตติคุณของพระคริสต์, เพราะว่ากิตติคุณนั้นเป็นฤทธิ์เดชของพระเจ้า ให้คนทั้งปวงที่เชื่อนั้นได้ถึงที่รอดทุกคน พวกยูดายก่อน, ทั้งพวกเฮเลนด้วย.
17
ด้วยว่าในกิตติคุณนั้น ความชอบธรรมของพระเจ้าก็ได้ปรากฏแจ้งโดยความเชื่อ เพื่อให้ความเชื่อทวีขึ้นเหมือนมีคำเขียนไว้แล้วว่า, คนชอบธรรมจะมีชีวิตดำรงอยู่โดยความเชื่อ
18
ด้วยว่าพระเจ้าทรงสำแดงพระพิโรธของพระองค์จากสวรรค์ แก่บรรดาความหมิ่นประมาทพระองค์ และการอธรรมทั้งปวงของมนุษย์ทั้งหลายที่เอาการอธรรมขัดขวางความจริง
19
เหตุว่าการที่จะรู้จักพระเจ้าได้ก็มีแจ้งอยู่กับใจเขาทั้งหลาย. ด้วยว่าพระเจ้าได้ทรงโปรดสำแดงความนั้นแก่เขาแล้ว.
20
ด้วยว่าอาการของพระเจ้าซึ่งเห็นไม่ได้นั้น. คือฤทธานุภาพอันถาวรและสัมภวะของพระองค์. ก็ทรงปรากฏชัดในสรรพสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสร้างนั้นตั้งแต่แรกสร้างโลก เขาทั้งหลายจึงไม่มีข้อที่จะแก้ตัวได้
21
เพราะว่าเมื่อเขาทั้งหลายได้รู้จักพระเจ้าแล้ว, เขายังมิได้ถวายเกียรติยศแด่พระองค์อย่างสมควรที่เขาจะกระทำแก่พระเจ้า, และหาได้ขอบพระคุณไม่. แต่ได้คิดในสิ่งที่ไม่เป็นสาร, และใจโง่ของเขาก็มืดไป.
22
เขาถือตัวว่าเป็นนักปราชญ์, เขาจึงเป็นคนโง่เขลาไป,
23
และเขาเอาสง่าราศีของพระเจ้าที่จะศูนย์เสียไปไม่ได้มาแปลงเป็นรูปมนุษย์ที่จะเปื่อยเน่าไป, เป็นรูปนก, เป็นรูปสัตว์จตุบาท, และเป็นรูปสัตว์เลี้อยคลาน
24
เหตุฉะนั้นพระเจ้าจึงทรงปล่อยเขาให้ประพฤติอุลามกตามราคะตัณหาในใจของเขา, ให้เขากระทำสิ่งซึ่งน่าอัปยศแก่กายซึ่งกันและกัน
25
ด้วยเขาได้เอาความจริงของพระเจ้ามาแลกเปลี่ยนกับความเท็จ, และได้นมัสการปฏิบัติสิ่งที่ทรงสร้างไว้นั้น แทนที่จะปฏิบัติพระองค์ผู้ทรงสร้าง, ผู้สมจะได้รับความสรรเสริญเป็นนิตย์ถาวร, อาเมน
26
เพราะเหตุนั้น พระเจ้าทรงปล่อยให้เขาเกิดมีใจราคะตัณหาอันน่าละอาย ฝ่ายผู้หญิงของเขาจึงได้ละการใช้ตัวให้ถูกตามธรรมดา, แล้วใช้ตัวให้ผิดธรรมดาไป.
27
ฝ่ายผู้ชายก็ละการใช้ผู้หญิงให้ถูกตามธรรมดานั้นดุจกัน, มีใจกำเริบด้วยราคะตัณหาอันผ่าวร้อนแก่กันและกัน, ผู้ชายกับผู้ชายด้วยกันกระทำการชั่วน่าละอาย, เขาจึงได้รับผลกรรมอันสมควรแก่ความผิดของตัว
28
ครั้นเขาไม่เห็นดีที่จะรู้จักพระเจ้า, พระเจ้าจึงทรงปล่อยให้เขามีใจชั่วประพฤติการที่ไม่สมควร
29
เต็มไปด้วยสรรพการอธรรม, การชั่วร้าย, ความโลภ, ความปองร้ายเต็มไปด้วยความริษยา, การฆ่าฟันกัน, วิวาทกัน, ล่อลวงกัน. ผูกพยาบาทกัน เป็นคนซุบซิบส่อเสียด,
30
พูดนินทาเขา, เกลียดชังพระเจ้า, เย่อหยิ่ง, จองหอง, อวดตัว, กิจการชั่วอย่างใหม่, ไม่เชื่อฟังคำบิดามารดา,
31
อปัญญา, ไม่รักษาคำสัญญา, ไม่มีความรักซึ่งกันและกัน, ปราศจากความเมตตา.
32
เขารู้พระบัญญัติของพระเจ้าแล้ว ซึ่งว่าคนทั้งหลายที่ประพฤติการอย่างนั้นสมควรจะตาย, แต่เขายังประพฤติอยู่, และเห็นดีด้วยกับคนอื่นที่ประพฤติการเหล่านั้น
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 2 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16