bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
/
1 Corinthians 15
1 Corinthians 15
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
← Chapter 14
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 16 →
1
พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าอยากเตือนให้ระลึกถึงข่าวประเสริฐที่ข้าพเจ้าได้ประกาศแก่ท่าน ซึ่งท่านได้รับไว้และตั้งมั่นอยู่
2
หากท่านยึดมั่นในถ้อยคำที่ข้าพเจ้าประกาศ ท่านก็รอดแล้วโดยข่าวประเสริฐนี้ ไม่เช่นนั้นความเชื่อของท่านก็สูญเปล่า
3
เพราะเรื่องที่ข้าพเจ้าได้รับมาและส่งต่อให้กับท่านนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่สุด คือ พระคริสต์ต้องตายเพราะบาปของเราตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์
4
พระองค์ถูกฝังและในวันที่สามได้ถูกทำให้ฟื้นขึ้นจากความตายตามที่พระคัมภีร์ระบุไว้
5
และพระองค์ปรากฏแก่เคฟาส จากนั้นปรากฏแก่อัครทูตทั้งสิบสองคน
6
ต่อมาพระองค์ปรากฏแก่พวกพี่น้องกว่าห้าร้อยคนในเวลาเดียวกัน ซึ่งส่วนใหญ่ยังมีชีวิตอยู่ แม้บางคนได้ล่วงหลับไปแล้ว
7
จากนั้นพระองค์ปรากฏแก่ยากอบและแก่อัครทูตทุกคน
8
และสุดท้ายพระองค์ปรากฏแก่ข้าพเจ้าด้วย ผู้เป็นเหมือนคนที่คลอดมาอย่างผิดปกติ
9
เพราะข้าพเจ้าเล็กน้อยที่สุดในหมู่อัครทูตและไม่คู่ควรแม้แต่จะถูกเรียกว่าเป็นอัครทูต เพราะข้าพเจ้าได้ข่มเหงคริสตจักรของพระเจ้า
10
แต่โดยพระคุณของพระเจ้า ข้าพเจ้าจึงเป็นอย่างที่เป็นอยู่นี้ และพระคุณของพระองค์ที่มีต่อข้าพเจ้านั้นไม่ใช่ว่าจะไร้ผล ข้าพเจ้าทำงานหนักยิ่งกว่าพวกเขาทั้งปวง แต่ไม่ใช่ข้าพเจ้าเองเป็นคนทำ พระคุณของพระเจ้าซึ่งอยู่กับข้าพเจ้าต่างหากที่ทำ
11
ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นข้าพเจ้าหรือพวกเขา นี่คือสิ่งที่เราประกาศ และนี่คือสิ่งที่ท่านได้เชื่อ
12
แต่ถ้าเราประกาศว่าพระคริสต์ฟื้นขึ้นจากความตาย แล้วพวกท่านบางคนกล่าวได้อย่างไรว่าไม่มีการฟื้นขึ้นมา
13
ถ้าไม่มีการฟื้นขึ้นจากความตายแล้ว พระคริสต์เองก็ไม่ได้ฟื้นขึ้นมาด้วย
14
และถ้าพระคริสต์ไม่ได้ฟื้นขึ้นจากความตาย คำเทศนาของเราและความเชื่อของท่านก็เปล่าประโยชน์
15
ยิ่งกว่านั้นเราจะกลายเป็นพยานเท็จเรื่องพระเจ้า เพราะเราเป็นพยานว่าพระเจ้าทำให้พระคริสต์ฟื้นขึ้นจากความตาย แต่ถ้าพระเจ้าไม่ได้ทำให้พระคริสต์ฟื้นขึ้นมาแล้ว ในความเป็นจริงคนตายก็ไม่ถูกทำให้ฟื้นขึ้นมาด้วย
16
ถ้าคนตายไม่ถูกทำให้ฟื้น พระคริสต์ก็ไม่ได้ถูกทำให้ฟื้นขึ้นมา
17
และถ้าพระคริสต์ไม่ได้ถูกทำให้ฟื้นขึ้นจากความตาย ความเชื่อของท่านก็ไร้ประโยชน์ ท่านก็ยังอยู่ในบาปของตน
18
แล้วพวกคนที่ล่วงหลับไปในพระคริสต์ก็พินาศเช่นกัน
19
หากเรามีความหวังในพระคริสต์เพียงแค่ชีวิตบนโลกนี้ เราก็น่าสมเพชมากที่สุดท่ามกลางคนทั้งปวง
20
แต่นี่พระคริสต์ได้ถูกทำให้ฟื้นขึ้นจากความตายจริงๆ โดยเป็นผลแรกของคนทั้งหลายที่ล่วงหลับไปแล้ว
21
เพราะในเมื่อความตายได้มาทางมนุษย์คนเดียว การฟื้นขึ้นจากความตายก็มาทางมนุษย์คนเดียวเช่นกัน
22
เพราะว่าในอาดัมคนทั้งปวงตายฉันใด ในพระคริสต์คนทั้งปวงจะได้รับชีวิตฉันนั้น
23
แต่จะเป็นไปตามลำดับคือ พระคริสต์ผู้เป็นผลแรก จากนั้นจึงเป็นคนทั้งหลายของพระองค์เมื่อพระองค์มา
24
แล้วจุดจบจะมาถึงเมื่อพระองค์มอบอาณาจักรแด่พระเจ้าพระบิดา หลังจากที่พระองค์ทำลายเทพผู้ครองอาณาจักร เทพผู้มีสิทธิอำนาจ และเทพผู้มีฤทธิ์เดชทั้งสิ้น
25
เพราะพระองค์จะต้องปกครองจนกว่าจะได้สยบศัตรูทั้งสิ้นไว้ใต้เท้าของพระองค์
26
ศัตรูตัวสุดท้ายที่ต้องทำลายคือความตาย
27
เพราะพระองค์ “ได้ทำให้ทุกสิ่งอยู่ใต้เท้าของพระองค์” ที่ว่า “ทุกสิ่ง” อยู่ใต้พระองค์นี้ ก็ชัดเจนว่าไม่รวมถึงพระเจ้า ผู้ทำให้ทุกสิ่งอยู่ใต้พระคริสต์
28
เมื่อพระองค์กระทำเช่นนี้แล้ว พระบุตรก็จะอยู่ภายใต้พระเจ้าผู้ทำให้ทุกสิ่งอยู่ใต้พระองค์ เพื่อพระเจ้าจะอยู่เหนือทุกสิ่ง
29
ถ้าไม่มีการฟื้นขึ้นจากความตาย แล้วคนทั้งหลายที่รับบัพติศมาเพื่อคนตายจะทำอย่างไร ถ้าคนตายนั้นไม่ฟื้นขึ้นเลย แล้วทำไมจึงยังมีคนรับบัพติศมาเพื่อพวกเขา
30
และสำหรับเรา ทำไมเราจึงต้องยอมเสี่ยงอันตรายทุกเวลา
31
ข้าพเจ้าเผชิญความตายทุกวัน สิ่งนี้แน่นอนเหมือนกับที่ข้าพเจ้าโอ้อวดพวกท่านในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา
32
ถ้าข้าพเจ้าต่อสู้กับพวกสัตว์ป่าในเอเฟซัสด้วยความหวังของมนุษย์เท่านั้น ข้าพเจ้าได้อะไร หากพระเจ้าไม่ได้ให้คนตายฟื้นขึ้นมา “ให้เรากินและดื่ม เพราะพรุ่งนี้เราก็ตายแล้ว”
33
อย่าหลงผิดเลย “การคบเพื่อนชั่วทำลายอุปนิสัยที่ดี”
34
จงมีสติให้ดีอย่างที่ท่านควรมีเถิดและเลิกทำบาป เพราะมีบางคนไม่รู้จักพระเจ้าเลย ที่ข้าพเจ้าพูดเช่นนี้ก็เพื่อให้ท่านละอายใจ
35
แต่บางคนอาจถามว่า “คนตายถูกทำให้ฟื้นขึ้นมาได้อย่างไร และร่างกายของพวกเขาจะเป็นแบบไหน”
36
ช่างเขลาเสียจริง! สิ่งที่ท่านหว่านจะมีชีวิตไม่ได้ถ้าไม่ตายเสียก่อน
37
เมื่อท่านหว่าน ท่านไม่ได้หว่านลำต้นของพืช แต่หว่านเมล็ด ไม่ว่าเมล็ดข้าวสาลีหรือเมล็ดพืชอื่นๆ
38
แต่พระเจ้าให้ลำต้นตามที่ได้กำหนดไว้ และเมล็ดแต่ละชนิดก็มีลำต้นของมันเอง
39
เนื้อทุกอย่างไม่เหมือนกัน เนื้อมนุษย์ก็อย่างหนึ่ง สัตว์ต่างๆ ก็อย่างหนึ่ง นกก็อย่างหนึ่ง ปลาก็อย่างหนึ่ง
40
เช่นเดียวกัน มีร่างกายสำหรับสวรรค์และสำหรับโลกนี้ แต่ความสง่างามของกายสวรรค์ก็อย่างหนึ่ง และความสง่างามของกายสำหรับโลกก็อย่างหนึ่ง
41
ดวงอาทิตย์มีความสง่างามอย่างหนึ่ง ดวงจันทร์ก็อย่างหนึ่ง และดวงดาวก็อย่างหนึ่ง ดาวแต่ละดวงก็สง่างามต่างกัน
42
การฟื้นขึ้นมาของคนตายก็เช่นกัน กายที่หว่านลงไปเสื่อมสลายได้ ที่ฟื้นขึ้นมาใหม่จะไม่เสื่อมสลาย
43
ที่หว่านลงไปไร้ศักดิ์ศรี ที่ฟื้นขึ้นมีศักดิ์ศรี ที่หว่านลงไปอ่อนแอ ที่ฟื้นขึ้นทรงพลัง
44
ที่หว่านลงไปเป็นกายธรรมชาติ ที่ฟื้นขึ้นเป็นกายวิญญาณ ถ้ามีกายธรรมชาติย่อมมีกายวิญญาณด้วย
45
จึงมีเขียนไว้ว่า “อาดัมมนุษย์คนแรกได้กลายเป็นผู้มีชีวิต” ส่วนอาดัมคนสุดท้ายเป็นวิญญาณผู้ให้ชีวิต
46
กายวิญญาณไม่ได้มาก่อน แต่กายธรรมชาติมาก่อน กายวิญญาณมาทีหลัง
47
มนุษย์คนแรกมาจากธุลีดิน มนุษย์คนที่สองมาจากสวรรค์
48
มนุษย์ที่มาจากธุลีดินเป็นอย่างไร บรรดาคนที่มาจากธุลีดินก็เป็นอย่างนั้น มนุษย์ที่มาจากสวรรค์เป็นอย่างไร บรรดาคนที่มาจากสวรรค์ก็เป็นอย่างนั้น
49
และเราเคยมีลักษณะของคนที่มาจากธุลีดินนี้อย่างไร เราก็จะมี ลักษณะเหมือนคนที่มาจากสวรรค์อย่างนั้น
50
พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าขอประกาศว่าเนื้อและเลือดไม่อาจรับอาณาจักรของพระเจ้าเป็นมรดก และสิ่งที่เสื่อมสลายไม่อาจรับสิ่งที่ไม่เสื่อมสลายเป็นมรดก
51
ฟังเถิด ข้าพเจ้าจะบอกข้อความล้ำลึกแก่ท่าน คือเราจะไม่ล่วงหลับกันทั้งหมด แต่เราทั้งหมดจะได้รับการเปลี่ยนแปลง
52
ในพริบตาเดียว เมื่อเป่าแตรครั้งสุดท้าย เพราะเสียงแตรจะดังขึ้น คนตายจะถูกทำให้ฟื้นขึ้นมาแบบไม่เสื่อมสลายและเราจะได้รับการเปลี่ยนแปลง
53
เพราะสิ่งที่เสื่อมสลายต้องสวมด้วยสิ่งที่เสื่อมสลายไม่ได้ และสิ่งที่ตายได้ต้องสวมด้วยสิ่งที่ไม่มีวันตาย
54
เมื่อสิ่งที่เสื่อมสลายสวมด้วยสิ่งที่เสื่อมสลายไม่ได้ และสิ่งที่ตายได้สวมด้วยสิ่งที่ไม่มีวันตาย คำกล่าวที่ได้บันทึกไว้ว่า “ความตายก็ถูกกลืนหายไปในชัยชนะ” จึงจะเป็นจริง
55
“ความตายเอ๋ย ไหนล่ะชัยชนะของเจ้า ความตายเอ๋ย ไหนล่ะเหล็กไนของเจ้า”
56
เหล็กไนของความตายคือบาป และอำนาจของบาปคือกฎบัญญัติ
57
แต่ขอบคุณพระเจ้า พระองค์มอบชัยชนะแก่เราทางพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา
58
ด้วยเหตุนี้พี่น้องที่รักของข้าพเจ้า จงตั้งมั่นอยู่ อย่าให้สิ่งใดทำให้ท่านหวั่นไหว จงทุ่มเทอย่างเต็มที่ให้กับงานขององค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะท่านรู้ว่าในองค์พระผู้เป็นเจ้า การงานของท่านจะไม่สูญเปล่า
← Chapter 14
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 16 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16