bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
/
1 Corinthians 7
1 Corinthians 7
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
← Chapter 6
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 8 →
1
ส่วนเรื่องที่ท่านเขียนมานั้น “เป็นการดีที่ผู้ชายจะไม่มีความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้หญิง”
2
แต่เพราะมีการทำบาปทางเพศเกิดขึ้น ผู้ชายควรมีความสัมพันธ์ทางเพศกับภรรยาของตน และผู้หญิงกับสามีของตน
3
สามีควรทำหน้าที่สามีต่อภรรยาของตนเองอย่างสมบูรณ์ และเช่นกันภรรยาก็ควรทำหน้าที่ภรรยาต่อสามีของตนอย่างสมบูรณ์ด้วย
4
ภรรยาไม่มีสิทธิอำนาจเหนือร่างกายของเธอ แต่ยอมให้ร่างกายนั้นเป็นของสามี ในทำนองเดียวกันสามีก็ไม่มีสิทธิอำนาจเหนือร่างกายของเขา แต่ยอมให้เป็นของภรรยา
5
อย่าปฏิเสธการอยู่ร่วมกัน เว้นแต่ตกลงกันชั่วคราวเพื่ออุทิศตนในการอธิษฐาน จากนั้นจึงมาอยู่ร่วมกันอีก เพื่อซาตานจะไม่ล่อลวงท่านให้ทำบาปเพราะขาดการควบคุมตนเอง
6
ข้าพเจ้ากล่าวเช่นนี้ในเชิงอนุญาต ไม่ใช่คำสั่ง
7
ข้าพเจ้าปรารถนาให้ท่านทุกคนเป็นเหมือนข้าพเจ้า แต่ของประทานที่แต่ละคนได้รับจากพระเจ้านั้นต่างกัน คนหนึ่งมีของประทานนี้ อีกคนหนึ่งมีของประทานนั้น
8
สำหรับคนที่ไม่แต่งงาน กับคนที่เป็นม่าย ข้าพเจ้าขอบอกว่าเป็นการดีแล้วที่จะไม่แต่งงานเหมือนข้าพเจ้า
9
แต่ถ้าพวกเขาไม่สามารถควบคุมตนเองได้ก็ควรแต่งงาน เพราะแต่งงานไปก็ยังดีกว่าเร่าร้อนด้วยราคะตัณหา
10
สำหรับคนที่แต่งงานแล้ว ข้าพเจ้าขอสั่ง (ไม่ใช่ข้าพเจ้าสั่งเอง แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าสั่งไว้) ว่าภรรยาอย่าแยกจากสามีของเธอ
11
แต่ถ้าทำเช่นนั้น เธอต้องไม่แต่งงานอีก หรือต้องกลับมาคืนดีกับสามีของเธอ และสามีต้องไม่หย่าภรรยา
12
สำหรับคนอื่นๆ นอกจากนี้ ข้าพเจ้าขอบอกว่า (องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้บอก) หากพี่น้องคนใดมีภรรยาที่ไม่ใช่ผู้เชื่อ และเธอเต็มใจอยู่กับสามี เขาต้องไม่หย่ากับเธอ
13
และหากผู้หญิงคนใดมีสามีที่ไม่ใช่ผู้เชื่อและเขาเต็มใจอยู่ด้วย เธอต้องไม่หย่ากับเขา
14
เพราะสามีที่ไม่เชื่อได้รับการชำระให้บริสุทธิ์แล้วผ่านทางภรรยา และภรรยาที่ไม่เชื่อก็ได้รับการชำระให้บริสุทธิ์แล้วผ่านทางสามีที่เชื่อ ไม่เช่นนั้นลูกๆ จะเป็นมลทิน แต่อย่างที่เป็นอยู่ พวกเขาบริสุทธิ์
15
แต่ถ้าฝ่ายที่ไม่เชื่อแยกตัวไป ก็ปล่อยไปเถิด ในกรณีเช่นนั้นฝ่ายที่เชื่อไม่ว่าชายหรือหญิง ก็จะไม่มีพันธะผูกพันอีก พระเจ้าเรียกเราให้อยู่อย่างสงบสุข
16
ภรรยาจะรู้ได้อย่างไรว่าจะช่วยให้สามีรอดได้หรือไม่ หรือสามีจะรู้ได้อย่างไรว่าจะช่วยให้ภรรยารอดได้หรือไม่
17
อย่างไรก็ตาม แต่ละคนควรดำเนินชีวิตในฐานะผู้เชื่อตามสถานภาพที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้มอบหมาย และตามที่พระเจ้าเรียกเขา นี่เป็นกฎที่ข้าพเจ้าวางไว้ในทุกคริสตจักร
18
ถ้าชายคนใดได้รับการเรียกเมื่อเข้าสุหนัตแล้ว ก็ให้เขาคงอยู่อย่างคนเข้าสุหนัตนั้น ถ้าชายคนใดได้รับการเรียกเมื่อยังไม่ได้เข้าสุหนัต เขาก็ไม่ควรเข้าสุหนัต
19
ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่เข้าสุหนัตหรือไม่เข้า แต่อยู่ที่การรักษาพระบัญญัติของพระเจ้า
20
แต่ละคนควรคงสถานภาพตามที่เขาเป็นเมื่อพระเจ้าเรียก
21
ถ้าท่านได้รับการเรียกขณะเป็นทาสอยู่ ก็อย่าให้สิ่งนี้เป็นปัญหา แต่ถ้าท่านสามารถไถ่ตัวเป็นอิสระได้ก็จงทำเถิด
22
เพราะคนที่องค์พระผู้เป็นเจ้าเรียกให้มาเชื่อเมื่อยังเป็นทาส เขาก็เป็นเสรีชนขององค์พระผู้เป็นเจ้า ในทำนองเดียวกัน คนที่เป็นไทขณะที่ได้รับการเรียกก็เป็นทาสของพระคริสต์
23
พระองค์ซื้อท่านในราคาสูง อย่ากลายเป็นทาสของมนุษย์เลย
24
พี่น้องทั้งหลาย ในเมื่อแต่ละคนต้องรับผิดชอบต่อพระเจ้า ก็ควรคงอยู่ในสถานภาพที่พระเจ้าได้เรียกเขา
25
ส่วนคนที่ยังไม่แต่งงาน ข้าพเจ้าไม่ได้รับคำสั่งจากองค์พระผู้เป็นเจ้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ขอให้คำตัดสินในฐานะคนที่ได้รับความไว้ใจโดยความเมตตาขององค์พระผู้เป็นเจ้า
26
เนื่องจากวิกฤติการณ์ในปัจจุบัน ข้าพเจ้าคิดว่า เป็นการดีที่ผู้ชายจะคงอยู่อย่างที่เป็น
27
ท่านให้คำมั่นกับผู้หญิงคนหนึ่งไว้แล้วไหม ก็อย่าหาทางยกเลิกเลย ท่านยังไม่มีพันธะผูกพันใช่ไหม ก็อย่ามองหาภรรยาเลย
28
แต่ถ้าท่านจะแต่งงานก็ไม่บาป และถ้าหญิงพรหมจารีจะแต่งงานก็ไม่บาป แต่คนที่แต่งงานแล้วจะเผชิญความยุ่งยากหลายอย่างในชีวิต และข้าพเจ้าอยากให้ท่านพ้นจากสิ่งนี้
29
พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าหมายความว่าเวลาก็เหลือน้อยแล้ว ตั้งแต่นี้ไปคนที่มีภรรยาแล้ว ควรดำเนินชีวิตเหมือนไม่มีภรรยา
30
คนที่ทุกข์โศกเหมือนไม่ได้ทุกข์โศก คนที่มีความสุขเหมือนไม่มีความสุข คนที่ซื้อเหมือนไม่ได้เป็นเจ้าของ
31
คนที่ใช้สิ่งต่างๆ ของโลกเหมือนไม่ได้ใช้อย่างเต็มที่ เพราะโลกอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันกำลังจะผ่านพ้นไป
32
ข้าพเจ้าอยากให้ท่านพ้นจากความกังวล ผู้ชายที่ไม่แต่งงานก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงานขององค์พระผู้เป็นเจ้า มุ่งให้พระองค์พอใจ
33
ส่วนผู้ชายที่แต่งงานแล้วก็กังวลเกี่ยวกับการงานของโลกนี้ มุ่งให้ภรรยาพอใจ
34
และความสนใจของเขาถูกแบ่งเป็นสองฝ่าย ส่วนผู้หญิงที่ไม่แต่งงานหรือหญิงพรหมจารีก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงานขององค์พระผู้เป็นเจ้า มุ่งอุทิศทั้งกายและวิญญาณแด่พระองค์ ส่วนผู้หญิงที่แต่งงานแล้วก็กังวลเกี่ยวกับการงานของโลกนี้ มุ่งให้สามีพอใจ
35
ข้าพเจ้ากล่าวเช่นนี้เพื่อเป็นผลดีแก่พวกท่านเอง ไม่ใช่เพื่อจำกัดพวกท่าน แต่เพื่อให้ดำเนินชีวิตในทางที่ถูกต้อง ด้วยการอุทิศตนอย่างเต็มที่แด่องค์พระผู้เป็นเจ้า
36
หากใครเกรงว่าตนจะปฏิบัติต่อคู่หมั้นที่เป็นสาวพรหมจารีในทางที่มีเกียรติไม่ได้ และถ้าเขามีความเร่าร้อนอย่างมาก และรู้สึกว่าตนเองควรแต่งงาน เขาควรทำตามที่ต้องการ เขาก็ไม่ได้ทำบาป พวกเขาควรแต่งงานกัน
37
แต่ผู้ชายที่ตั้งใจแน่วแน่ไม่อยู่ใต้แรงกดดัน แต่ควบคุมความตั้งใจของตนเองได้ และตัดสินใจที่จะไม่แต่งงานกับหญิงพรหมจารี เขาก็ทำถูกต้องแล้ว
38
ดังนั้นคนที่แต่งงานกับหญิงพรหมจารีก็ทำถูก แต่คนที่ไม่แต่งงานกับเธอก็ทำดียิ่งกว่า
39
ตราบใดที่สามียังมีชีวิตอยู่ ภรรยาก็มีพันธะผูกพันกับสามี แต่หากสามีตายไป เธอจะแต่งงานกับใครก็ได้ตามใจปรารถนา แต่คนนั้นต้องเป็นคนขององค์พระผู้เป็นเจ้า
40
ตามความเห็นของข้าพเจ้า เธออยู่คนเดียวจะมีความสุขมากกว่า และข้าพเจ้าคิดว่า พระวิญญาณของพระเจ้าอยู่กับข้าพเจ้าในการกล่าวเช่นนี้ด้วย
← Chapter 6
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 8 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16