bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai Tok
/
John 12
John 12
Thai Tok
← Chapter 11
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 13 →
1
ทรง พระ กระยาหาร เย็น ที่ บ้านเบธานี ( มธ 26 : 6 - 13 ; มก 14 : 3 - 9 ; ลก 7 : 37 - 38 ) แล้ว ก่อน ปัสกาหก วันพระ เยซู เสด็จ มา ถึง หมู่ บ้านเบธานี ซึ่ง เป็น ที่ อยู่ ของ ลา ซา รัสผู้ซึ่ง พระองค์ ได้ ทรง ให้ ฟื้น ขึ้น จาก ตาย
2
ที่ นั่น เขา จัด งาน เลี้ยง อาหาร เย็น แก่ พระองค์ มาร ธาก็ปรนนิบัติ อยู่ และ ลา ซา รัสก็เป็น คน หนึ่ง ใน พวก เขา ที่ เอนกาย ลง รับประทาน กับ พระองค์
3
มา รี ย์จึง เอา น้ำมัน หอม นา ระดา บริสุทธิ์ หนัก ประมาณ ครึ่ง กิโลกรัม ซึ่ง มี ราคา แพง มาก มา ชโลม พระ บาท ของ พระ เยซู และ เอา ผม ของ เธอ เช็ด พระ บาท ของ พระองค์ เรือน ก็ หอม ฟุ้ง ไป ด้วย กลิ่น น้ำมัน นั้น
4
แต่ สาวก คน หนึ่ง ของ พระองค์ ชื่อ ยู ดา ส อิส คา ริ โอ ท บุตร ชาย ของ ซี โมน คือ คน ที่ จะ ทรยศ พระองค์ พูด ว่า
5
" เหตุ ไฉน จึง ไม่ ขาย น้ำมัน นั้น เป็น เงิน สัก สาม ร้อย เด นา ริ อัน แล้ว แจก ให้ แก่ คน จน "
6
เขา พูด อย่าง นั้น มิ ใช่ เพราะ เขา เอาใจใส่ คน จน แต่ เพราะ เขา เป็น ขโมย และ ได้ ถือ ย่าม และ ได้ ยักยอก เงิน ที่ ใส่ ไว้ ใน ย่าม นั้น
7
พระ เยซู จึง ตรัส ว่า " ช่าง เขา เถิด เขา ทำ อย่าง นี้ เพื่อ แสดง ถึง วัน ฝัง ศพ ของ เรา
8
เพราะว่า มีค น จน อยู่ กับ ท่าน เสมอ แต่ เรา จะ ไม่ อยู่ กับ ท่าน เสมอ ไป "
9
ฝ่าย พวก ยิวเป็นอันมาก รู้ ว่า พระองค์ ประทับ อยู่ ที่ นั่น จึง มา เฝ้า พระองค์ ไม่ ใช่ เพราะ เห็นแก่ พระ เยซู เท่านั้น แต่ อยาก เห็น ลา ซา รัสผู้ซึ่ง พระองค์ ได้ ทรง ให้ ฟื้น ขึ้น มา จาก ตาย ด้วย
10
แต่ พวก ปุโรหิต ใหญ่ จึง ปรึกษา กัน จะ ฆ่า ลา ซา รัสเสียด้วย
11
เพราะ ลา ซา รัสเป็น ต้นเหตุ ที่ ทำให้ พวก ยิวหลาย คน ออก จาก พวก เขา และ ไป เชื่อ พระ เยซู
12
การ เสด็จ เข้า มา อย่าง ผู้ มี ชัย ( มธ 21 : 4 - 9 ; มก 11 : 7 - 10 ; ลก 19 : 35 - 38 ) วัน รุ่ง ขึ้น เมื่อ คน เป็นอันมาก ที่มา ใน เทศกาล เลี้ยง นั้น ได้ยิน ว่า พระ เยซู เสด็จ มา ถึง กรุง เยรูซา เล็ม
13
เขา ก็ พา กัน ถือ ใบ ของ ต้น อินทผลัม ออก ไป ต้อนรับ พระองค์ ร้อง ว่า " โฮ ซันนา ขอ ให้ พระองค์ ผู้ เสด็จ มา ใน พระ นาม ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า คือ พระ มหา กษัตริย์ แห่ง อิส รา เอลทรง พระ เจริญ "
14
และ เมื่อ พระ เยซู ทรง พบ ลูก ลา ตัว หนึ่ง จึง ทรง ลา นั้น เหมือน ดัง ที่ มี คำ เขียน ไว้ ว่า
15
` ธิดา แห่ง ศิโยน เอ๋ย อย่า กลัว เลย ดูเถิด กษัตริย์ ของ เธอ ทรง ลูก ลา เสด็จ มา '
16
ที แรก พวก สาวก ของ พระองค์ ไม่ เข้าใจ ใน เหตุการณ์ เหล่า นั้น แต่ เมื่อ พระ เยซู ทรง รับ สง่า ราศี แล้ว เขา จึง ระลึก ได้ ว่า มี คำ เช่น นั้น เขียน ไว้ กล่าว ถึง พระองค์ และ คน ทั้งหลาย ได้ กระทำ อย่าง นั้น ถวาย พระองค์
17
เหตุ ฉะนั้น คน ทั้งปวง ซึ่ง ได้ อยู่ กับ พระองค์ เมื่อ พระองค์ ได้ ทรง เรียก ลา ซา รัสให้อ อก มา จาก อุโมงค์ ฝัง ศพ และ ทรง ให้ เขา ฟื้น ขึ้น มา จาก ความ ตาย ก็ เป็น พยาน ใน สิ่ง เหล่า นี้
18
เหตุ ที่ ประชาชน พา กัน ไป หา พระองค์ ก็ เพราะ เขา ได้ยิน ว่า พระองค์ ทรง กระทำ การ อัศจรรย์ นั้น
19
พวก ฟาริสี จึง พูด กัน ว่า " ท่าน เห็น ไหม ว่า ท่าน ทำ อะไร ไม่ ได้ เลย ดูเถิด โลก ตาม เขา ไป หมด แล้ว "
20
พวก กรี ก จะ ใคร่ เห็น พระ เยซู ใน หมู่ คน ทั้งหลาย ที่ ขึ้น ไป นมัสการ ใน เทศกาล เลี้ยง นั้น มี พวก กรี ก บ้าง
21
พวก กรี ก นั้น จึง ไป หา ฟีลิป ซึ่ง มา จาก หมู่ บ้าน เบธไซ ดา ใน แคว้น กา ลิ ลี และ พูด กับ ท่าน ว่า " ท่าน เจ้าข้า พวก ข้าพเจ้า ใคร่ จะ เห็น พระ เยซู "
22
ฟีลิป จึง ไป บอก อัน ด รูว์ และ อัน ด รู ว์กับ ฟีลิป จึง ไป ทูล พระ เยซู
23
พระเจ้า ตรัส ตอบ จาก ฟ้า พระ เยซู ทรง สั่งสอน และ พระ เยซู ตรัส ตอบ เขา ว่า " ถึง เวลา แล้ว ที่ บุตร มนุษย์ จะ ได้ รับ สง่า ราศี
24
เรา บอก ความ จริง แก่ ท่าน ว่า ถ้า เมล็ด ข้าว ไม่ ได้ ตกลง ไป ใน ดิน และ เปื่อย เน่า ไป ก็ จะ อยู่ เป็น เมล็ด เดียว แต่ ถ้า เปื่อย เน่า ไป แล้ว ก็ จะ งอก ขึ้น เกิด ผล มาก
25
ผู้ ใด ที่รัก ชีวิต ของ ตน ก็ ต้อง เสีย ชีวิต และ ผู้ ที่ ชัง ชีวิต ของ ตน ใน โลก นี้ ก็ จะ รักษา ชีวิต นั้น ไว้นิรันดร์
26
ถ้า ผู้ ใด จะ ปรนนิบัติ เรา ให้ ผู้ นั้น ตาม เรา มา และ เรา อยู่ ที่ไหน ผู้ ปรนนิบัติ เรา จะ อยู่ ที่ นั่น ด้วย ถ้า ผู้ ใด ปรนนิบัติ เรา พระ บิดา ของ เรา ก็ จะ ทรง ประทาน เกียรติ แก่ ผู้ นั้น
27
บัดนี้ จิตใจ ของ เรา เป็น ทุกข์ และ เรา จะ พูด ว่า อะไร จะ ว่า ` ข้า แต่ พระ บิดา ขอ ทรง โปรด ช่วย ข้าพระ องค์ ให้ พ้น เวลา นี้ ' อย่าง นั้น หรือ หามิได้ เพราะ ด้วย ความ ประสงค์ นี้ เอง เรา จึง มา ถึง เวลา นี้
28
ข้า แต่ พระ บิดา ขอ ให้ พระ นาม ของ พระองค์ ได้ รับ เกียรติ " แล้ว ก็ มี พระ สุรเสียง มา จาก ฟ้า ว่า " เรา ได้ ให้ รับ เกียรติ แล้ว และ จะ ให้ รับ เกียรติ อีก "
29
ฉะนั้น คน ทั้งหลาย ที่ ยืน อยู่ ที่ นั่น เมื่อ ได้ยิน เสียง นั้น ก็ พูด ว่า ฟ้าร้อง คน อื่นๆ ก็ พูด ว่า " ทูต สวรรค์ องค์ หนึ่ง ได้ กล่าว กับ พระองค์ "
30
พระ เยซู ตรัส ตอบ ว่า " เสียง นั้น เกิด ขึ้น เพื่อ ท่าน ทั้งหลาย ไม่ ใช่ เพื่อ เรา
31
บัดนี้ ถึง เวลา ที่ จะ พิพากษา โลก นี้ แล้ว เดี๋ยวนี้ ผู้ ครอง โลก นี้ จะ ถูก โยน ทิ้ง ออก ไป เสีย
32
และ เรา ถ้า เรา ถูก ยก ขึ้น จาก แผ่นดิน โลก แล้ว เรา ก็ จะ ชักชวน คน ทั้งปวง ให้ มา หา เรา "
33
พระองค์ ตรัส เช่น นั้น เพื่อ สำแดง ว่า พระองค์ จะ สิ้นพระชนม์ อย่างไร
34
คน ทั้งหลาย จึง ทูล พระองค์ ว่า " พวก เรา ได้ยิน จาก พระราชบัญญัติ ว่า พระ คริสต์ จะ อยู่ เป็นนิตย์ เหตุ ไฉน ท่าน จึง ว่า ` บุตร มนุษย์ จะ ต้อง ถูก ยก ขึ้น ' บุตร มนุษย์ นั้น คือ ผู้ ใด เล่า "
35
พระ เยซู จึง ตรัส กับ เขา ว่า " ความ สว่าง จะ อยู่ กับ ท่าน ทั้งหลาย อีก หน่อย หนึ่ง เมื่อ ยัง มีค วาม สว่าง อยู่ ก็ จง เดิน ไป เถิด เกรง ว่าความ มืด จะ ตาม มา ทัน ท่าน ผู้ ที่ เดิน อยู่ ใน ความ มืด ย่อม ไม่ รู้ ว่า ตน ไป ทาง ไหน
36
เมื่อ ท่าน ทั้งหลาย มีค วาม สว่าง ก็ จง เชื่อ ใน ความ สว่าง นั้น เพื่อ จะ ได้ เป็น ลูก แห่ง ความ สว่าง " เมื่อ พระ เยซู ตรัส ดังนั้น แล้ว ก็ เสด็จ จาก ไป และ ซ่อน พระองค์ ให้ พ้น จาก พวก เขา
37
ถึง แม้ ว่า พระองค์ ได้ ทรง กระทำ การ อัศจรรย์ หลาย ประการ ทีเดียว ต่อหน้า เขา เขา ทั้งหลาย ก็ ยัง ไม่ เชื่อ ใน พระองค์
38
เพื่อ คำขอ ง อิส ยาห์ศาสดา พยากรณ์ จะ สำเร็จ ซึ่ง ว่า ` พระองค์เจ้า ข้า ใคร เล่า ได้ เชื่อ สิ่ง ที่ เขา ได้ยิน จาก เรา ทั้งหลาย และ พระ กร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ได้ ทรง สำแดง แก่ ผู้ ใด '
39
ฉะนั้น พวก เขา จึง เชื่อ ไม่ ได้ เพราะ อิส ยาห์ได้ กล่าว อีก ว่า
40
` พระองค์ ได้ ทรง ปิด ตาขอ ง เขา ทั้งหลาย และ ทำใจ ของ เขา ให้ แข็ง กระด้าง ไป เกรง ว่า เขา จะ เห็น ด้วย ตาขอ ง เขา และ เข้าใจ ด้วย จิตใจ ของ เขา และ หัน กลับ มา และ เรา จะ รักษา เขา ให้ หาย '
41
อิส ยาห์กล่าว ดังนี้ เมื่อ ท่าน ได้ เห็น สง่า ราศี ของ พระองค์ และ ได้ กล่าว ถึง พระองค์
42
อย่างไรก็ดี แม้ ใน พวก ขุนนาง ก็ มี หลาย คน เชื่อ ใน พระองค์ ด้วย แต่ เขา ไม่ ยอม รับ พระองค์ อย่าง เปิดเผย เพราะ กลัว พวก ฟาริสี เกรง ว่า เขา จะ ถูก ไล่ออก จาก ธรรม ศาลา
43
เพราะว่า เขา รัก การ สรรเสริญ ของ มนุษย์ มาก กว่า การ สรรเสริญ ของ พระเจ้า
44
พระ เยซู ทรง ประกาศ ว่า " ผู้ ที่ เชื่อ ใน เรา นั้น หา ได้ เชื่อ ใน เรา ไม่ แต่ เชื่อ ใน พระองค์ ผู้ทรง ใช้ เรา มา
45
และ ผู้ ที่ เห็น เรา ก็ เห็น พระองค์ ผู้ทรง ใช้ เรา มา
46
เรา เข้า มา ใน โลก เป็นความ สว่าง เพื่อ ผู้ ใด ที่ เชื่อ ใน เรา จะ มิได้ อยู่ ใน ความ มืด
47
ถ้า ผู้ ใด ได้ยิน ถ้อยคำ ของ เรา และ ไม่ เชื่อ เรา ก็ ไม่ พิพากษา ผู้ นั้น เพราะว่า เรา มิได้ มา เพื่อ จะ พิพากษา โลก แต่ มา เพื่อ จะ ช่วย โลก ให้ รอด
48
ผู้ ใด ที่ ปฏิเสธ เรา และ ไม่ รับคำ ของ เรา ผู้ นั้น จะ มี สิ่ง หนึ่ง พิพากษา เขา คือ คำ ที่ เรา ได้ กล่าว แล้ว นั้น แหละ จะ พิพากษา เขา ใน วัน สุดท้าย
49
เพราะ เรา มิได้ กล่าว ตามใจ เรา เอง แต่ ซึ่ง เรา กล่าว และ พูด นั้น พระ บิดา ผู้ทรง ใช้ เรา มา พระองค์ นั้น ได้ ทรง บัญชา ให้ แก่ เรา
50
เรา รู้ ว่า พระ บัญชา ของ พระองค์ นั้น เป็น ชีวิตนิรันดร์ เหตุ ฉะนั้น สิ่ง ที่ เรา พูด นั้น เรา ก็ พูด ตาม ที่ พระ บิดา ทรง บัญชา เรา "
← Chapter 11
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 13 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21