bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai Tok
/
John 6
John 6
Thai Tok
← Chapter 5
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 7 →
1
ทรง เลี้ยง คน ห้า พัน ( มธ 14 : 13 - 21 ; มก 6 : 32 - 44 ; ลก 9 : 10 - 17 ) ภายหลัง เหตุการณ์ เหล่า นี้ พระ เยซู ก็ เสด็จ ไป ข้าม ทะเล กา ลิ ลี คือ ทะเล ทิเบเรียส
2
คน เป็นอันมาก ได้ ตาม พระองค์ ไป เพราะ เขา เหล่า นั้น ได้ เห็น การ อัศจรรย์ ที่ พระองค์ ได้ ทรง กระทำ ต่อ บรรดา คน ป่วย
3
พระ เยซู เสด็จ ขึ้น ไป บน ภูเขา และ ประทับ กับ เหล่า สาวก ของ พระองค์ ที่ นั่น
4
ขณะ นั้น ใกล้ จะ ถึง ปัสกาซึ่ง เป็น เทศกาล เลี้ยง ของ พวก ยิวแล้ว
5
เมื่อ พระ เยซู ทรง เงย พระ พักตร์ ทอดพระเนตร และ เห็น คน เป็นอันมาก พา กัน มา หา พระองค์ พระองค์ จึง ตรัส กับ ฟีลิป ว่า " เรา จะ ซื้อ อาหาร ที่ไหน ให้ คน เหล่า นี้ กิน ได้ "
6
พระองค์ ตรัส อย่าง นั้น เพื่อ จะ ลองใจ ฟีลิป เพราะ พระองค์ ทรง ทราบ แล้ว ว่า พระองค์ จะ ทรง กระทำ ประการ ใด
7
ฟีลิป ทูล ตอบ พระองค์ ว่า " สอง ร้อย เหรียญ เด นา ริ อัน ก็ ไม่ พอ ซื้อ อาหาร ให้ เขา กินกัน คนละ เล็ก ละ น้อย "
8
สาวก คน หนึ่ง ของ พระองค์ คือ อัน ด รู ว์น้อง ชาย ของ ซี โมน เปโตร ทูล พระองค์ ว่า
9
" ที่ นี่ มี เด็กชาย คน หนึ่ง มี ขนม ข้าว บาร์เลย์ ห้า ก้อน กับ ปลา เล็ก ๆ สอง ตัว แต่ เท่านั้น จะ พอ อะไร กับ คน มาก อย่าง นี้ "
10
พระ เยซู ตรัส ว่า " ให้ คน ทั้งปวง นั่ง ลง เถิด " ที่ นั่น มี หญ้า มาก คน เหล่า นั้น จึง นั่ง ลง นับ แต่ ผู้ชาย ได้ ประมาณ ห้า พัน คน
11
แล้ว พระ เยซู ก็ ทรง หยิบ ขนมปัง นั้น และ เมื่อ ขอบพระคุณ แล้ว ก็ ทรง แจก แก่ พวก สาวก และ พวก สาวก แจก แก่ บรรดา คน ที่นั่ง อยู่ นั้น และ ให้ ปลา ด้วย ตาม ที่ เขา ปรารถนา
12
เมื่อ เขา ทั้งหลาย กิน อิ่ม แล้ว พระองค์ ตรัส กับ เหล่า สาวก ของ พระองค์ ว่า " จง เก็บ เศษ อาหาร ที่ เหลือ ไว้ เพื่อ ไม่ ให้ มี สิ่ง ใด เสีย ไป "
13
เขา จึง เก็บ เศษ ขนม ข้าว บาร์เลย์ ห้า ก้อน ซึ่ง เหลือ จาก ที่ คน ทั้งหลาย ได้ กิน แล้ว นั้น ใส่ กระบุง ได้ สิบ สอง กระบุง เต็ม
14
เมื่อ คน เหล่า นั้น ได้ เห็น การ อัศจรรย์ ซึ่ง พระ เยซู ได้ ทรง กระทำ เขา ก็ พูด กัน ว่า " แท้จริง ท่าน ผู้ นี้ เป็น ศาสดา พยากรณ์ นั้น ที่ ทรง กำหนด ให้ เข้า มา ใน โลก "
15
พระ เยซู ทรง ดำเนิน บน น้ำ ( มธ 14 : 22 - 36 ; มก 6 : 45 - 56 ) เมื่อ พระ เยซู ทรง ทราบ ว่า เขา ทั้งหลาย จะ มา จับ พระองค์ ไป ตั้ง ให้ เป็น กษัตริย์ พระองค์ ก็ เสด็จ ไป ที่ ภูเขา อีก แต่ ลำพัง
16
พอ ค่ำ ลง เหล่า สาวก ของ พระองค์ ก็ได้ ลง ไป ที่ ทะเล
17
แล้ว ลง เรือ ข้าม ฟาก ไป ยัง เมือง คาเปอรนาอุม มืด แล้วแต่ พระ เยซู ก็ ยัง มิได้ เสด็จ ไป ถึง เขา
18
ทะเล ก็ กำเริบ ขึ้น เพราะ ลม พัด กล้า
19
เมื่อ เขา ทั้งหลาย ตีกรรเชียง ไป ได้ ประมาณ ห้า หก กิโลเมตร เขา ก็ เห็น พระ เยซู เสด็จ ดำเนิน มาบ น ทะเล ใกล้ เรือ เขา ต่าง ก็ ตกใจ กลัว
20
แต่ พระองค์ ตรัส แก่ เขา ว่า " นี่ เป็น เรา เอง อย่า กลัว เลย "
21
ดังนั้น เขา จึง รับ พระองค์ ขึ้น เรือ ด้วย ความ เต็มใจ แล้ว ทันใด นั้น เรือ ก็ ถึง ฝั่ง ที่ เขา จะ ไป นั้น
22
การ เทศนา ของ พระ เยซู เกี่ยว กับ อาหาร แห่ง ชีวิต วัน รุ่ง ขึ้น เมื่อ คน ที่ อยู่ ฝั่ง ข้าง โน้น เห็น ว่า ไม่ มี เรือ อื่น ที่ นั่น เว้นแต่ ลำ ที่ เหล่า สาวก ของ พระองค์ ลง ไป เพียง ลำ เดียว และ เห็น ว่า พระ เยซู มิได้ เสด็จ ลง เรือ ลำ นั้น ไป กับ เหล่า สาวก แต่ เหล่า สาวก ของ พระองค์ ไป ตามลำพัง เท่านั้น
23
( แต่ มี เรือ ลำ อื่น มา จาก ทิเบเรียส ใกล้ สถาน ที่ ที่ เขา ได้ กิน ขนมปัง หลังจาก ที่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ได้ ทรง ขอบพระคุณ แล้ว )
24
เหตุ ฉะนั้น เมื่อ ประชาชน เห็น ว่า พระ เยซู และ เหล่า สาวก ไม่ ได้ อยู่ ที่ นั่น เขา จึง ลง เรือ ไป และ ตาม หา พระ เยซู ที่ เมือง คาเปอรนาอุม
25
ครั้น เขา ได้ พบ พระองค์ ที่ ฝั่ง ทะเล ข้าง โน้น แล้ว เขา ทั้งหลาย ทูล พระองค์ ว่า " รับ บี ท่าน มา ที่ นี่ เมื่อ ไร "
26
พระ เยซู ตรัส ตอบ เขา ว่า " เรา บอก ความ จริง แก่ ท่าน ทั้งหลาย ว่า ท่าน ทั้งหลาย ตาม หา เรา มิ ใช่ เพราะ ได้ เห็น การ อัศจรรย์ นั้น แต่ เพราะ ได้ กิน ขนมปัง อิ่ม
27
อย่า ขวนขวาย หา อาหาร ที่ ย่อม เสื่อม สูญ ไป แต่ จง หา อาหาร ที่ ดำรง อยู่ ถึง ชีวิต นิรันดร์ซึ่ง บุตร มนุษย์ จะ ให้ แก่ ท่าน เพราะ พระเจ้า คือ พระ บิดา ได้ ทรง ประทับตรา มอบอำนาจ แก่ พระ บุตร แล้ว "
28
แล้ว เขา ทั้งหลาย ก็ ทูล พระองค์ ว่า " ข้าพเจ้า ทั้งหลาย จะ ต้อง ทำ ประการ ใด จึง จะ ทำ งาน ของ พระเจ้า ได้ "
29
พระ เยซู ตรัส ตอบ เขา ว่า " งาน ของ พระเจ้า นั้น คือ การ ที่ ท่าน เชื่อ ใน ท่าน ที่ พระองค์ ทรง ใช้ มา นั้น "
30
เขา ทั้งหลาย จึง ทูล พระองค์ ว่า " ถ้า เช่น นั้น ท่าน จะ กระทำ หมาย สำคัญ อะไร เพื่อ ข้าพเจ้า ทั้งหลาย จะ เห็น และ เชื่อ ใน ท่าน ท่าน จะ กระทำ การ อะไร บ้าง
31
บรรพบุรุษ ของ ข้าพเจ้า ทั้งหลาย ได้ กิน มา นา ใน ถิ่น ทุรกันดาร นั้น ตาม ที่ มี คำ เขียน ไว้ ว่า ` ท่าน ได้ ให้ เขา กิน อาหาร จาก สวรรค์ ' "
32
พระ เยซู จึง ตรัส กับ เขา ว่า " เรา บอก ความ จริง แก่ ท่าน ทั้งหลาย ว่า มิ ใช่ โมเสส ที่ ให้ อาหาร จาก สวรรค์ นั้น แก่ ท่าน แต่ พระ บิดา ของ เรา ประทาน อาหาร แท้ ซึ่ง มา จาก สวรรค์ ให้ แก่ ท่าน ทั้งหลาย
33
เพราะว่า อาหาร ของ พระเจ้า นั้น คือ ท่าน ที่ ลง มา จาก สวรรค์ และ ประทาน ชีวิต ให้ แก่ โลก "
34
เขา ทั้งหลาย จึง ทูล พระองค์ ว่า " พระองค์เจ้า ข้า โปรด ให้ อาหาร นั้น แก่ ข้าพเจ้า ทั้งหลาย เสมอ ไป เถิด "
35
พระ เยซู ตรัส กับ เขา ว่า " เรา เป็น อาหาร แห่ง ชีวิต ผู้ ที่มา หา เรา จะ ไม่ หิว อีก และ ผู้ ที่ เชื่อ ใน เรา จะ ไม่ กระหาย อีก เลย
36
แต่ เรา ได้ บอก ท่าน ทั้งหลาย แล้ว ว่า ท่าน ได้ เห็น เรา แล้วแต่ ก็ ไม่ เชื่อ
37
สารพัด ที่ พระ บิดา ทรง ประทาน แก่ เรา จะ มา สู่ เรา และ ผู้ ที่มา หา เรา เรา ก็ จะ ไม่ ทิ้ง เขา เลย
38
เพราะว่า เรา ได้ ลง มา จาก สวรรค์ มิ ใช่ เพื่อ กระทำ ตาม ความ ประสงค์ ของ เรา เอง แต่ เพื่อ กระทำ ตาม พระ ประสงค์ ของ พระองค์ ผู้ทรง ใช้ เรา มา
39
และ พระ ประสงค์ ของ พระ บิดา ผู้ทรง ใช้ เรา มา นั้น ก็ คือ ให้ เรา รักษา บรรดา ผู้ ที่ พระองค์ ได้ ทรง มอบ ไว้ กับ เรา มิ ให้ หาย ไป สัก คน เดียว แต่ ให้ ฟื้น ขึ้น มา ใน วัน ที่สุด
40
เพราะ นี่แหละ เป็น พระ ประสงค์ ของ ผู้ ที่ ทรง ใช้ เรา มา นั้น ที่ จะ ให้ ทุก คน ที่ เห็น พระ บุตร และ เชื่อ ใน พระ บุตร ได้ มี ชีวิตนิรันดร์ และ เรา จะ ให้ ผู้ นั้น ฟื้น ขึ้น มา ใน วัน สุดท้าย "
41
พวก ยิวจึง บ่น พึมพำ กัน เรื่อง พระองค์ เพราะ พระองค์ ตรัส ว่า " เรา เป็น อาหาร ซึ่ง ลง มา จาก สวรรค์ "
42
เขา ทั้งหลาย ว่า " คน นี้ เป็น เยซู ลูก ชาย ของ โย เซ ฟมิใช่ หรือ พ่อ แม่ ของ เขา เรา ก็ รู้จัก เหตุ ใด คน นี้ จึง พูด ว่า ` เรา ได้ ลง มา จาก สวรรค์ ' "
43
พระ เยซู จึง ตรัส ตอบ เขา เหล่า นั้น ว่า " อย่า บ่น กัน เลย
44
ไม่ มี ผู้ ใด มา ถึง เรา ได้ นอกจาก พระ บิดา ผู้ทรง ใช้ เรา มา จะ ทรง ชักนำ ให้ เขา มา และ เรา จะ ให้ ผู้ นั้น ฟื้น ขึ้น มา ใน วัน สุดท้าย
45
มี คำ เขียน ไว้ ใน คัมภีร์ ศาสดา พยากรณ์ ว่า ` ทุก คน จะ เรียน รู้ จาก พระเจ้า ' เหตุ ฉะนั้น ทุก คน ที่ ได้ยิน ได้ ฟัง และ ได้ เรียน รู้ จาก พระ บิดา ก็ มา ถึง เรา
46
ไม่ มี ผู้ ใด ได้ เห็น พระ บิดา นอกจาก ท่าน ที่มา จาก พระเจ้า ท่าน นั้น แหละ ได้ เห็น พระ บิดา แล้ว
47
เรา บอก ความ จริง แก่ ท่าน ทั้งหลาย ว่า ผู้ ที่ เชื่อ ใน เรา ก็ มี ชีวิตนิรันดร์
48
เรา เป็น อาหาร แห่ง ชีวิต นั้น
49
บรรพบุรุษ ของ ท่าน ทั้งหลาย ได้ กิน มา นา ใน ถิ่น ทุรกันดาร และ สิ้นชีวิต
50
แต่ นี่ เป็น อาหาร ที่ ลง มา จาก สวรรค์ เพื่อให้ ผู้ ที่ ได้ กิน แล้ว ไม่ ตาย
51
เรา เป็น อาหาร ที่ ธำรง ชีวิต ซึ่ง ลง มา จาก สวรรค์ ถ้า ผู้ ใด กิน อาหาร นี้ ผู้ นั้น จะ มี ชีวิตนิรันดร์ และ อาหาร ที่ เรา จะ ให้ เพื่อ เป็น ชีวิต ของ โลก นั้น ก็ คือ เนื้อ ของ เรา "
52
แล้ว พวก ยิวก็ ทุ่มเถียง กัน ว่า " ผู้ นี้ จะ เอา เนื้อ ของ เขา ให้ เรา กิน ได้ อย่างไร "
53
พระ เยซู จึง ตรัส กับ เขา ว่า " เรา บอก ความ จริง แก่ ท่าน ทั้งหลาย ว่า ถ้า ท่าน ไม่ กิน เนื้อ และ ดื่ม โลหิต ของ บุตร มนุษย์ ท่าน ก็ ไม่ มี ชีวิต ใน ตัว ท่าน
54
ผู้ ที่ กิน เนื้อ และ ดื่ม โลหิต ของ เรา ก็ มี ชีวิตนิรันดร์ และ เรา จะ ให้ ผู้ นั้น ฟื้น ขึ้น มา ใน วัน สุดท้าย
55
เพราะว่า เนื้อ ของ เรา เป็น อาหาร แท้ และ โลหิต ของ เรา ก็ เป็น ของ ดื่ม แท้
56
ผู้ ที่ กิน เนื้อ และ ดื่ม โลหิต ของ เรา ผู้ นั้น ก็ อยู่ ใน เรา และ เรา อยู่ ใน เขา
57
พระ บิดา ผู้ทรง ดำรง พระ ชนม์ ได้ ทรง ใช้ เรา มา และ เรา มี ชีวิต เพราะ พระ บิดา นั้น ฉันใด ผู้ ที่ กิน เรา ผู้ นั้น ก็ จะ มี ชีวิต เพราะ เรา ฉันนั้น
58
นี่แหละ เป็น อาหาร ซึ่ง ลง มา จาก สวรรค์ ไม่ เหมือนกับ มา นา ที่ พวก บรรพบุรุษ ของ ท่าน ได้ กิน และ สิ้นชีวิต ผู้ ที่ กิน อาหาร นี้ จะ มี ชีวิตนิรันดร์ "
59
คำ เหล่า นี้ พระองค์ ได้ ตรัส ใน ธรรม ศาลา ขณะ ที่ พระองค์ ทรง สั่งสอน อยู่ ที่ เมือง คาเปอรนาอุม
60
พวก นั้น ไม่ เข้าใจ คำสั่ง สอน ของ พระ เยซู ( มธ 8 : 19 - 22 ; 10 : 36 ) ดังนั้น เมื่อ เหล่า สาวก ของ พระองค์ หลาย คน ได้ ฟัง เช่น นั้น ก็ พูด ว่า " ถ้อยคำ เหล่า นี้ ยาก นัก ใคร จะ ฟังได้ "
61
เมื่อ พระ เยซู ทรง ทราบ เอง ว่า เหล่า สาวก ของ พระองค์ บ่นถึง เรื่อง นั้น พระองค์ จึง ตรัส กับ เขา ว่า " เรื่อง นี้ ทำให้ ท่าน ทั้งหลาย ลำบาก ใจ หรือ
62
ถ้า ท่าน จะ ได้ เห็น บุตร มนุษย์ เสด็จ ขึ้น ไป ยัง ที่ ที่ ท่าน อยู่ แต่ ก่อน นั้น ท่าน จะ ว่า อย่างไร
63
จิต วิญญาณ เป็น ที่ ให้ มี ชีวิต ส่วน เนื้อ หนัง ไม่ มี ประโยชน์ อัน ใด ถ้อยคำ ซึ่ง เรา ได้ กล่าว กับ ท่าน ทั้งหลาย นั้น เป็น จิต วิญญาณ และ เป็น ชีวิต
64
แต่ ใน พวก ท่าน มี บาง คน ที่ ไม่ เชื่อ " เพราะ พระ เยซู ทรง ทราบ แต่ แรก ว่าผู้ ใด ไม่ เชื่อ และ เป็น ผู้ ใด ที่ จะ ทรยศ พระองค์
65
และ พระองค์ ตรัส ว่า " เหตุ ฉะนั้น เรา จึง ได้ บอก ท่าน ทั้งหลาย ว่า ` ไม่ มี ผู้ ใด จะ มา ถึง เรา ได้ นอกจาก พระ บิดา ของ เรา จะ ทรง โปรด ประทาน ให้ ผู้ นั้น ' "
66
ตั้งแต่ นั้น มา สาวก ของ พระองค์ หลาย คน ก็ ท้อถอย ไม่ ติดตาม พระองค์ อีก ต่อ ไป
67
คำ กล่าว ถึง ความ เชื่อ ของ เปโตร พระ เยซู ตรัส กับ สิบ สอง คน นั้น ว่า " ท่าน ทั้งหลาย ก็ จะ จาก เรา ไป ด้วย หรือ "
68
ซี โมน เปโตร ทูล ตอบ พระองค์ ว่า " พระองค์เจ้า ข้า พวก ข้าพระ องค์ จะ จาก ไป หา ผู้ ใด เล่า พระองค์ มี ถ้อยคำ ซึ่ง ให้ มี ชีวิตนิรันดร์
69
และ ข้าพระ องค์ ทั้งหลาย ก็ เชื่อ และ แน่ใจ แล้ว ว่า พระองค์ ทรง เป็น พระ คริสต์ พระ บุตร ของ พระเจ้า ผู้ทรง ดำรง พระ ชนม์ "
70
พระ เยซู ตรัส ตอบ เขา ว่า " เรา เลือก พวก ท่าน สิบ สอง คน มิ ใช่ หรือ และ คน หนึ่ง ใน พวก ท่าน เป็น มาร ร้าย "
71
พระองค์ ทรง หมาย ถึง ยู ดา ส อิส คา ริ โอ ท บุตร ชาย ซี โมน เพราะว่า เขา เป็น ผู้ ที่ จะ ทรยศ พระองค์ คือ คน หนึ่ง ใน อัครสาวก สิบ สอง คน
← Chapter 5
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 7 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21