bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
Ecclesiastes 2
Ecclesiastes 2
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 1
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 3 →
1
ข้าฯ ได้กล่าวกับตัวข้าฯ เองว่า, มาเถอะ, เราจะเอาการสนุกสนานมาลองกันดูก็ได้; เอ้า, เจ้าจงสนุกให้สบายใจ: และนี่แนะ, การนี้ก็เป็นอนิจจังด้วย.
2
ข้าฯ ได้กล่าวถึงการหัวเราะว่า, เป็นความโฉดเขลา, และกล่าวถึงความสนุกว่า, มันทำอะไรให้ได้บ้าง?
3
ข้าฯ ได้ค้นหาดูในใจ, ว่าจะทำอย่างไรกายจึงจะคึกคักด้วยเหล้าองุ่น, และใจยังคงกำลังแนะนำข้าฯ ด้วยสติปัญญา, เพื่อจะยึดหน่วงความโฉดเขลาเอาไว้, จนข้าฯ จะได้เห็นว่าอะไรจะดีกว่าสำหรับให้บุตรมนุษย์กระทำภายใต้ท้องฟ้าจนตลอดชีวิตของเขานั้น
4
ข้าฯ ได้กระทำเป็นการใหญ่สำหรับตัวข้าฯ; ข้าฯ ได้สร้างเรือนหลายหลังสำหรับข้าฯ; ข้าฯ ได้ทำสวนองุ่นหลายแปลงสำหรับข้าฯ;
5
ข้าฯ ได้ทำสวนผลไม้และสวนต้นไม้หลายแปลงสำหรับข้าฯ, และในสวนเหล่านั้นข้าฯ ได้ปลูกต้นไม้มีผลหลายอย่างต่างๆ นานา.
6
ข้าได้สร้างสระน้ำหลายสระสำหรับข้าฯ, เพื่อจะใช้น้ำในสระนั้นรดต้นไม้ที่เพิ่งปลูก.
7
ข้าฯ ได้ซื้อทาสาทาสีหลายคน, และลูกของทาสได้เกิดขึ้นในบ้านของข้าฯ; ข้าฯ ได้มีฝูงโคฝูงแกะฝูงแพะเป็นสมบัติมาก, ข้าฯ มั่งมีมากกว่าบรรดาคนที่เคยอยู่ในกรุงยะรูซาเลมก่อนข้าฯ นั้นด้วย;
8
ข้าฯ ได้ส่ำสมเงินและทองไว้สำหรับข้าฯ ด้วย, และส่ำสมทรัพย์สมบัติอันควรคู่กับกษัตริย์และควรคู่กับเมืองทั้งหลาย; ข้าฯ ได้มีนักร้องทั้งชายหญิงสำหรับข้าฯ, และความสนุกอย่างอื่นๆ ของบุตรมนุษย์อีกหลายอย่าง, เช่น เมียน้อยนางบำเรอและอะไรๆ ทำนองนั้น.
9
ข้าฯ จึงได้เป็นใหญ่เป็นโตกว่าบรรดาคนที่ได้เคยอยู่ในกรุงยะรูซาเลมก่อนข้าฯ นั้น: ถึงกระนั้นสติปัญญาของข้าฯ ยังคงอยู่เคียงข้างข้าฯ.
10
สิ่งใดๆ ที่ลูกตาของข้าฯ ปรารถนาเห็นข้าๆ ก็ได้ตามใจลูกตา, ข้าฯ มิได้ห้ามใจของข้าฯ ไว้ไม่ให้ชอบความสนุกใดๆ, เพราะว่าใจของข้าฯ ได้ชื่นชมยินดีกับบรรดาการลงแรงของข้าฯ นั้น; และนี่และเป็นส่วนของบรรดาการลงแรงของข้าฯ นั้น.
11
แล้วข้าฯ ได้หันมาดูบรรดาการงานที่มือของข้าฯ ได้กระทำนั้น, และบรรดาการที่ข้าฯ ได้ออกแรงทำนั้น; และดูเถอะ, การทั้งหลายเป็นอนิจจังเหมือนวิ่งไล่ตามลม, และมิได้มีผลประโยชน์อะไรภายใต้ดวงอาทิตย์
12
ข้าฯ ได้หันหลังมาดูสติปัญญา, ความเซ่อเซอะและความโฉดเขลา: เพราะว่าคนที่มาภายหลังกษัตริย์จะกระทำอะไรได้, คืออะไรๆ ที่เขาได้กระทำกันมานานแล้วนั้น.
13
ข้าฯ จึงได้เห็นว่าสติปัญญาวิเศษยิ่งกว่าความเขลา, เหมือนความสว่างวิเศษยิ่งกว่าความมืด.
14
ตาของคนผู้มีสติปัญญาอยู่ที่ศีรษะเขา, แต่ผู้โฉดเขลาดำเนินอยู่ในความมืดมน: แต่ถึงกระนั้นข้าฯ ยังเห็นว่าเคราะห์อันเดียวกันเกิดขึ้นแก่เขาทั้งสองนั้น.
15
ข้าฯ ได้ว่ากับตัวเองว่า, เมื่อเคราะห์เกิดแก่คนโฉดเขลาฉันใด, ก็คงจะเกิดขึ้นแม้แต่แก่ข้าฯ ฉันนั้น; ถ้ากระนั้นแล้วเพราะเหตุใดข้าฯ จึงไม่มีสติปัญญามากขึ้นไปกว่านี้เล่า? ข้าฯ จึงได้กล่าวกับตัวเองว่า, เรื่องนี้ก็เป็นอนิจจังด้วยเหมือนกัน.
16
เพราะว่าคนมีสติปัญญาก็เหมือนกันกับคนโฉดเขลา เพราะไม่มีความจดจำอะไรไว้ได้เป็นนิจด้วยกันทั้งนั้น; ด้วยเห็นแล้วว่าในวันข้างหน้าก็คงพากันลืมอะไรหมด. พุทโธ่, คนมีสติปัญญาจะตายเหมือนคนโฉดเขลา!
17
เราจึงได้เกลียดชังชีวิต, เพราะว่าการงานที่ได้กระทำภายใต้ดวงอาทิตย์ก่อความสลดใจแก่ข้าฯ; เหตุว่าสารพัตรก็เป็นอนิจจังเหมือนวิ่งไล่ตามลมไป
18
ข้าฯ ได้เกลียดชังการงานทั้งหลายของข้าฯ, ที่ข้าฯ ได้ออกแรงทำภายใต้ดวงอาทิตย์นั้น, ด้วยมาเห็นว่า, ข้าฯ จำต้องละการนั้นไว้ให้แก่คนที่จะมาภายหลังข้าฯ.
19
แล้วใครจะไปรู้ว่าเขาคนนั้นจะเป็นคนมีสติปัญญาหรือเป็นคนโฉดเขลาเล่า? ถึงกระนั้นเขายังจะครอบครองบรรดาการงานของข้าฯ ที่ข้าฯ ได้ออกแรงกระทำและที่ข้าฯ ออกหัวคิดกระทำภายใต้ดวงอาทิตย์. นี่อีกก็เป็นอนิจจังด้วย.
20
ข้าฯ จึงได้กลับอัดอั้นตันใจของข้าฯ นักถึงเรื่องบรรดาการงานซึ่งข้าฯ ได้ออกแรงทำภายใต้ดวงอาทิตย์.
21
ด้วยว่ามีคนที่ออกแรง, ออกหัวคิดทำการงานโดยใช้ความรู้ใช้ความชำนาญ; แต่แล้วต้องมายกการนั้นให้แก่อีกคนที่หาได้ออกแรงทำการนั้นไม่. นี่อีกน่ะแหละเป็นอนิจจังและเป็นการชั่วช้าสามานย์.
22
เพราะว่าเขาได้อะไรเล่าจากบรรดาการงานของเขาที่เขาต้องทำอย่างคร่ำเครียดภายใต้ดวงอาทิตย์?
23
ด้วยว่าวันเวลาทั้งหลายของเขามีแต่ความโศกเศร้า, และกิจธุระของเขาก่อความสลดใจ, พอตกกลางคืนจิตต์ใจของเขาไม่สงบสุข. นี่อีกด้วยเป็นอนิจจัง
24
สำหรับมนุษย์นั้นไม่มีอะไรจะดีไปกว่าจะกินและดื่มกับทำใจของเขาให้ชื่นชมสนุกสนานในการงานของตน, นี่แหละข้าฯ ได้เห็นว่า, เป็นมาแต่พระหัตถ์ของพระเจ้า.
25
ด้วยว่าใครจะกินได้เล่า, หรือใครจะชื่นชมได้เล่า ในเมื่อเขาเอาตัวออกหากเสียจากพระเจ้าแล้ว?
26
เพราะว่าพระเจ้าได้ทรงโปรดประทานสติปัญญา, ความรู้ และความยินดีให้แก่คนที่พระองค์ทรงพอพระทัย; แต่ส่วนคนชั่วพระองค์ทรงประทานงานตรากตรำ, เพื่อให้เขาเก็บและพอกพูนผลไว้, ที่จะให้แก่คนที่พระองค์ทรงพอพระทัย, นี่ก็อีกน่ะแหละเป็นการอนิจจังเหมือนวิ่งไล่ตามลมไป
← Chapter 1
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 3 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12