bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
/
Judges 9
Judges 9
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
← Chapter 8
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 10 →
1
อาบีเมเลคลูกชายของเยรุบบาอัลไปเยี่ยมพี่น้องฝ่ายแม่ของเขาที่เชเคม อาบีเมเลคกล่าวกับพวกเขาและกับคนในตระกูลทางฝ่ายแม่ว่า
2
“จงถามชาวเมืองเชเคมทั้งปวงว่า ‘สำหรับท่านแล้วอะไรจะดีกว่ากันระหว่างการให้ลูกชายของเยรุบบาอัลทั้งเจ็ดสิบคนปกครอง หรือให้ชายเพียงคนเดียวปกครองท่าน’ อย่าลืมว่าข้าพเจ้าเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของท่าน”
3
เมื่อญาติพี่น้องเล่าคำกล่าวนี้แก่ชาวเมืองเชเคม พวกเขาก็เอนเอียงอยากติดตามอาบีเมเลคเพราะพวกพี่น้องกล่าวว่า “เขาเป็นญาติพี่น้องของเรา”
4
พวกเขานำเงินหนัก 70 เชเขล จากวิหารของพระบาอัลเบรีทมามอบแก่อาบีเมเลค และอาบีเมเลคเอาเงินนั้นไปว่าจ้างนักเลงไว้ติดตามตน
5
เขาไปยังบ้านของพ่อที่โอฟราห์และได้สังหารพี่น้องพ่อเดียวกันทั้งเจ็ดสิบคนบนศิลาแห่งหนึ่ง ยกเว้นโยธามลูกชายคนสุดท้องของเยรุบบาอัลซึ่งหนีไปซ่อนตัวทัน
6
จากนั้นชาวเมืองเชเคมและเบธมิลโลก็มาชุมนุมกันข้างๆ ต้นไม้ใหญ่ที่เสาหินในเชเคมเพื่อแต่งตั้งอาบีเมเลคเป็นกษัตริย์
7
เมื่อโยธามได้ยินเรื่องนี้ ก็ปีนขึ้นไปบนยอดเขาเกริซิมและตะโกนบอกพวกเขาว่า “พี่น้องชาวเมืองเชเคม จงฟังข้าพเจ้า เพื่อพระเจ้าจะฟังพวกท่าน
8
วันหนึ่งต้นไม้ทั้งหลายออกไปเจิมตั้งกษัตริย์สำหรับพวกตน ต้นไม้ทั้งหลายกล่าวกับต้นมะกอกว่า ‘เชิญมาเป็นกษัตริย์ของเรา’
9
แต่ต้นมะกอกตอบว่า ‘ควรหรือที่ข้าพเจ้าจะทิ้งน้ำมันของข้าพเจ้าที่ใช้ให้เกียรติทั้งพระและมนุษย์ เพื่อไปแกว่งไกวเหนือต้นไม้ทั้งปวง’
10
แล้วต้นไม้ทั้งหลายก็ไปพูดกับต้นมะเดื่อว่า ‘เชิญมาเป็นกษัตริย์ของเราเถิด’
11
แต่ต้นมะเดื่อตอบว่า ‘ควรหรือที่ข้าพเจ้าจะทิ้งผลอันงามและหวานฉ่ำ เพื่อไปแกว่งไกวเหนือต้นไม้ทั้งปวง’
12
แล้วต้นไม้ทั้งหลายจึงกล่าวกับเถาองุ่นว่า ‘เชิญมาเป็นกษัตริย์ของเราเถิด’
13
แต่เถาองุ่นตอบว่า ‘ควรหรือที่ข้าพเจ้าจะเลิกผลิตเหล้าองุ่นซึ่งให้ความชื่นใจแก่ทั้งพระและมนุษย์ เพื่อไปแกว่งไกวเหนือต้นไม้ทั้งปวง’
14
ในที่สุดต้นไม้ทั้งหลายจึงกล่าวกับพุ่มหนามว่า ‘เชิญมาเป็นกษัตริย์ของเราเถิด’
15
พุ่มหนามตอบต้นไม้ทั้งหลายว่า ‘หากท่านต้องการเจิมตั้งข้าพเจ้าเป็นกษัตริย์เหนือพวกท่านจริงๆ แล้วละก็ เชิญมาพักพิงอยู่ใต้ร่มเงาของข้าพเจ้า ไม่เช่นนั้นก็ขอให้เปลวไฟลุกโชนจากพุ่มหนามและเผาผลาญบรรดาสนซีดาร์แห่งเลบานอนให้วอด!’
16
ท่านได้ตั้งอาบีเมเลคเป็นกษัตริย์ด้วยความซื่อตรงและจริงใจหรือ ท่านคิดว่าได้ปฏิบัติต่อเยรุบบาอัลกับครอบครัวของเขาอย่างเป็นธรรมแล้วหรือ ท่านปฏิบัติต่อเขาอย่างสมควรแล้วหรืออย่างไร
17
ขอจงนึกถึงพ่อของข้าพเจ้าที่ได้ต่อสู้เพื่อพวกท่าน และเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยกู้พวกท่านจากมือของคนมีเดียน
18
แต่วันนี้พวกท่านทรยศต่อครอบครัวพ่อของข้าพเจ้า เข่นฆ่าลูกชายทั้งเจ็ดสิบคนของเขาบนศิลาแห่งเดียว และตั้งอาบีเมเลค ลูกนางทาสของพ่อของข้าพเจ้าให้เป็นกษัตริย์เหนือชาวเชเคม เพียงเพราะเขาเป็นญาติของท่าน
19
หากวันนี้ท่านได้ทำด้วยความซื่อตรงและจริงใจต่อเยรุบบาอัลกับครอบครัว ก็ขอให้อาบีเมเลคเป็นความชื่นบานของท่านและขอให้ท่านเป็นความชื่นบานของเขาด้วย!
20
แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น ก็ขอให้ไฟจากอาบีเมเลคเผาผลาญชาวเมืองเชเคมและเบธมิลโล และขอให้ไฟจากชาวเมืองเชเคมและเบธมิลโลเผาผลาญอาบีเมเลคเถิด!”
21
จากนั้นโยธามก็หลบหนีไปอาศัยอยู่ที่เบเออร์เพราะกลัวอาบีเมเลคพี่ชายของตน
22
หลังจากที่อาบีเมเลคปกครองคนอิสราเอลอยู่สามปี
23
พระเจ้าปลุกปั่นให้เกิดความเกลียดชังระหว่างอาบีเมเลคกับชาวเมืองเชเคม เพื่อชาวเมืองจะทรยศต่ออาบีเมเลค
24
พระเจ้าทำเช่นนี้ก็เพื่อให้อาบีเมเลคและชาวเมืองเชเคมซึ่งช่วยเหลืออาบีเมเลคในการสังหารลูกชายทั้งเจ็ดสิบคนของเยรุบบาอัลได้รับโทษอย่างสาสมกับการกระทำดังกล่าว
25
ชาวเมืองเชเคมต่อต้านอาบีเมเลคโดยได้ตั้งคนซุ่มตามยอดเขา คอยโจมตีและปล้นทุกคนที่ผ่านไปทางนั้นด้วย และมีผู้รายงานเรื่องนี้แก่อาบีเมเลค
26
ครั้งนั้นกาอัลลูกชายของเอเบดย้ายเข้ามาอยู่ที่เชเคมพร้อมกับตระกูลของตน ชาวเมืองเชเคมก็ไว้เนื้อเชื่อใจกาอัล
27
หลังจากที่พวกเขาออกไปเก็บองุ่นจากสวนและย่ำองุ่นเสร็จแล้ว ก็จัดงานฉลองในวิหารของเทพเจ้าของตน ขณะที่กินเลี้ยงอยู่นั้น พวกเขาแช่งด่าอาบีเมเลค
28
แล้วกาอัลลูกชายของเอเบดกล่าวว่า “อาบีเมเลคเป็นใครและทำไมพวกเราชาวเชเคมจะต้องไปอยู่ใต้อาณัติเขา เขาเป็นลูกของเยรุบบาอัลไม่ใช่หรือ และเศบุลเป็นผู้ช่วยของเขาไม่ใช่หรือ จงรับใช้คนของฮาโมร์พ่อของเชเคม! ทำไมจึงไปรับใช้อาบีเมเลค
29
แค่เพียงแต่ชาวเมืองนี้อยู่ใต้ปกครองของเรา! เราก็จะกำจัดอาบีเมเลคเสีย เราจะบอกอาบีเมเลคว่า ‘จงเรียกกองทัพของท่านออกมาให้หมด!’ ”
30
เมื่อเศบุลผู้ว่าการเมืองนั้นได้ยินคำพูดของกาอัลลูกชายของเอเบดก็โกรธมาก
31
จึงลอบส่งผู้ส่งสาส์นไปแจ้งอาบีเมเลคว่า “กาอัลลูกชายของเอเบดและญาติของเขามาอาศัยอยู่ในเมืองเชเคม และบัดนี้ปลุกปั่นชาวเมืองให้กบฏต่อท่าน
32
ดังนั้นขอให้ท่านยกกำลังมาในเวลากลางคืน และซ่อนตัวอยู่ตามทุ่งนา
33
พอฟ้าสว่างจงบุกเข้าเมืองทันที เมื่อกาอัลและพรรคพวกออกมาสู้กับท่าน ท่านจงหาโอกาสโจมตีพวกเขา”
34
อาบีเมเลคกับกองทหารทั้งหมดจึงยกออกมาในยามค่ำคืน กระจายเป็นสี่กลุ่ม ซ่อนตัวอยู่ใกล้เมืองเชเคม
35
ฝ่ายกาอัลลูกชายของเอเบดออกไปยืนอยู่ที่ทางเข้าประตูเมือง ขณะเดียวกับที่อาบีเมเลคและเหล่าทหารออกมาจากที่ซ่อนของเขา
36
เมื่อกาอัลเห็นคนเหล่านั้นก็ร้องบอกเศบุลว่า “ดูซิ มีคนกำลังลงมาจากยอดเขา!” เศบุลตอบว่า “ท่านตาฝาดเห็นเงาภูเขาเป็นคนไปได้”
37
แต่กาอัลพูดขึ้นอีกว่า “ดูตรงโน้นเถิด คนกำลังลงมาจากกลางเนินเขา มาหาเรา และโน่นอีกกลุ่มหนึ่งกำลังมาจากทางต้นไม้ของผู้ทำนาย”
38
แล้วเศบุลกล่าวกับเขาว่า “ไหนล่ะปากช่างเจรจา ใครนะที่พูดว่า ‘อาบีเมเลคเป็นใครกันที่เราจะต้องไปอยู่ใต้อาณัติเขา’ นี่ไม่ใช่คนที่ท่านเยาะเย้ยหรือ จงออกไปสู้กับเขาสิ!”
39
ดังนั้นกาอัลจึงนำชาวเชเคมออกไปสู้กับ อาบีเมเลค
40
อาบีเมเลคไล่ล่าเขาไปตลอดทางจนถึงประตูเมือง และหลายคนถูกฆ่าตายขณะหนีไป
41
จากนั้นอาบีเมเลคก็พักอยู่ที่อารูมาห์ และเศบุลขับไล่กาอัลกับตระกูลของเขาออกจากเมืองเชเคม
42
วันรุ่งขึ้นชาวเชเคมออกมาที่ทุ่งนา มีคนรายงานเรื่องนี้ต่ออาบีเมเลค
43
ดังนั้นเขาจึงแบ่งคนเป็นสามกลุ่มซุ่มอยู่ที่ทุ่งนา และเมื่อเขาเห็นผู้คนออกมาจากเมืองก็ลุกขึ้นโจมตี
44
อาบีเมเลคกับพวกรีบรุดไปยึดทางเข้าประตูเมือง ขณะที่คนอีกสองกลุ่มฆ่าคนที่อยู่ในทุ่งนา
45
ตลอดวันนั้นอาบีเมเลคกระหน่ำโจมตีจนยึดเมืองได้และฆ่าชาวเมืองนั้น แล้วทำลายเมืองจนราบเป็นหน้ากลองและเอาเกลือสาดทั่วเมือง
46
ชาวเมืองในหอคอยแห่งเชเคมได้ยินเหตุการณ์ก็ไปหลบภัยอยู่ที่ป้อมของวิหารพระเอลเบรีท
47
เมื่ออาบีเมเลครู้ว่าพวกเขาชุมนุมกันอยู่ที่นั่น
48
จึงนำกองกำลังทั้งหมดขึ้นไปยังภูเขาศัลโมน อาบีเมเลคใช้ขวานตัดกิ่งไม้แบกใส่บ่าไป แล้วสั่งคนของเขาว่า “เร็วเข้า! จงทำตามข้าพเจ้า!”
49
คนทั้งปวงก็ตัดกิ่งไม้แบกตามอาบีเมเลค นำมาสุมเป็นกองอยู่ตรงกำแพงป้อม แล้วจุดไฟเผาคนที่อยู่ในป้อม ดังนั้นชายหญิงทั้งปวงที่อยู่ในหอคอยแห่งเชเคมราวพันคนก็ตายหมด
50
จากนั้นอาบีเมเลคเข้าโจมตีและยึดเมืองเธเบศได้
51
แต่ในเมืองนั้นมีหอคอยที่แข็งแกร่งอยู่แห่งหนึ่ง พลเมืองทั้งหมดทั้งชายและหญิงได้หนีเข้าไปหลบซ่อนในนั้น พวกเขาปิดประตูลงกลอนและขึ้นไปบนยอดหอคอย
52
อาบีเมเลคไปที่หอคอยและเข้าโจมตี แต่ขณะที่เข้าไปใกล้ทางเข้าหอคอยเพื่อจุดไฟเผา
53
หญิงคนหนึ่งเอาหินโม่ชิ้นบนทุ่มลงมาใส่ศีรษะอาบีเมเลค ทำให้กะโหลกศีรษะของเขาแตก
54
อาบีเมเลครีบบอกผู้ถืออาวุธประจำตัวของเขาว่า “ชักดาบออกมาฆ่าเรา อย่าให้เขาพูดกันว่า ‘เขาตายด้วยน้ำมือผู้หญิง’ ” ดังนั้นผู้รับใช้ของเขาจึงเอาดาบแทงอาบีเมเลคตาย
55
เมื่อชาวอิสราเอลเห็นว่าอาบีเมเลคตายแล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
56
พระเจ้าตอบแทนความชั่วที่อาบีเมเลคได้ทำต่อพ่อโดยฆ่าพี่น้องทั้งเจ็ดสิบคนของตนด้วยวิธีนี้
57
พระเจ้าให้ชาวเชเคมได้รับโทษตามความชั่วของเขา คำสาปแช่งของโยธามลูกชายของเยรุบบาอัลก็ตกแก่พวกเขา
← Chapter 8
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 10 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21