bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
/
Luke 10
Luke 10
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
← Chapter 9
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 11 →
1
ต่อมาองค์พระผู้เป็นเจ้าแต่งตั้งสาวกอีกเจ็ดสิบสองคน แล้วส่งออกไปเป็นคู่ๆ ให้ล่วงหน้าพระองค์ไปทุกเมืองและทุกแห่งที่พระองค์จะไป
2
พระองค์บอกพวกเขาว่า “พืชผลที่ต้องเก็บเกี่ยวมีมาก แต่คนงานมีน้อย ดังนั้นจงขอองค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งการเก็บเกี่ยว ให้ส่งคนงานมาเก็บเกี่ยวพืชผลของพระองค์
3
ไปเถอะ! เรากำลังส่งเจ้าออกไปเหมือนลูกแกะท่ามกลางฝูงหมาป่า
4
อย่าเอาถุงเงิน ย่าม หรือรองเท้าไป และไม่ต้องแวะทักทายใครระหว่างทาง
5
เมื่อเข้าไปในบ้านใด จงพูดก่อนว่า ‘ขอให้บ้านนี้มีสันติสุข’
6
ถ้ามีคนรักสันติสุขอยู่ที่นั่น สันติสุขของเจ้าก็จะอยู่กับเขา ถ้าไม่เช่นนั้นสันติสุขก็จะกลับคืนมาหาเจ้า
7
จงพักที่บ้านนั้น กินและดื่มทุกสิ่งที่เขาให้ เพราะคนงานสมควรได้รับค่าจ้างของตน อย่าเที่ยวย้ายจากบ้านนี้ไปบ้านนั้น
8
เมื่อเข้าไปในเมืองไหน และได้รับการต้อนรับ เจ้าจงกินสิ่งที่เขาจัดให้
9
จงรักษาคนเจ็บป่วยที่นั่นและบอกพวกเขาว่า ‘อาณาจักรของพระเจ้ามาใกล้พวกท่านแล้ว’
10
แต่ถ้าเข้าไปเมืองที่ไม่มีใครไม่ต้อนรับ จงไปที่กลางถนนแล้วพูดว่า
11
‘แม้แต่ฝุ่นจากเมืองของท่านที่ติดเท้าเรา เราก็จะเช็ดออกเป็นการเตือนพวกท่าน แต่จงแน่ใจในสิ่งนี้ว่า อาณาจักรของพระเจ้ามาใกล้แล้ว’
12
เราบอกว่า ในวันนั้นโทษของเมืองโสโดมจะเบากว่าโทษของเมืองนั้น
13
วิบัติแก่เจ้า ชาวโคราซินและชาวเบธไซดา หากการอัศจรรย์ที่ทำในเมืองของเจ้า ได้ทำในเมืองไทระและไซดอน พวกเขาคงกลับใจใหม่ด้วยการนุ่งผ้ากระสอบนั่งบนกองขี้เถ้าไปนานแล้ว
14
แต่ในการพิพากษานั้น โทษของเมืองไทระและไซดอนจะเบากว่าโทษของเจ้า
15
ส่วนเจ้า เมืองคาเปอรนาอุม เจ้าจะถูกยกขึ้นสูงเทียมฟ้าสวรรค์หรือ ไม่เลย เจ้าจะต้องลงไปในแดนคนตายต่างหาก
16
ใครที่ฟังเจ้าก็ฟังเรา ใครที่ไม่ยอมรับเจ้าก็ไม่ยอมรับเรา ใครที่ไม่ยอมรับเราก็ไม่ยอมรับพระองค์ผู้ส่งเรามา”
17
สาวกเจ็ดสิบสองคนกลับมาด้วยความยินดี และพูดว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ด้วยนามของพระองค์ แม้แต่พวกผีก็สยบต่อพวกเรา”
18
พระองค์ตอบว่า “เราเห็นซาตานหล่นลงจากฟ้าเหมือนฟ้าแลบ
19
เราให้สิทธิอำนาจกับพวกเจ้าที่จะเหยียบงูร้ายและแมงป่อง และให้มีชัยชนะเหนืออำนาจทั้งสิ้นของศัตรู ไม่มีอะไรทำอันตรายเจ้าได้
20
แต่อย่ายินดีกับการที่พวกผียอมสยบให้ แต่จงยินดีที่เจ้ามีชื่อจดไว้ในสวรรค์”
21
ในเวลานั้น พระเยซูเต็มไปด้วยความยินดีผ่านทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ และกล่าวว่า “พระบิดา องค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก ขอสรรเสริญพระองค์ เพราะพระองค์ปิดบังสิ่งเหล่านี้จากคนฉลาดและคนรอบรู้ แต่เปิดเผยกับเด็กเล็กๆ ใช่แล้วพระบิดา นี่คือสิ่งที่พระองค์ยินดีทำ
22
พระบิดาได้มอบทุกสิ่งแก่เรา ไม่มีใครรู้จักพระบุตรว่าเป็นใครนอกจากพระบิดา และไม่มีใครรู้จักพระบิดาว่าเป็นใครนอกจากพระบุตรกับคนที่พระบุตรเลือกจะเปิดเผยพระบิดาแก่เขา”
23
จากนั้นพระองค์หันมาพูดกับสาวกเป็นการส่วนตัวว่า “พระพรมีแด่ดวงตาซึ่งได้เห็นสิ่งที่พวกเจ้าเห็น
24
เพราะเราบอกว่า มีผู้เผยพระวจนะและกษัตริย์มากมายอยากเห็นสิ่งที่เจ้าเห็น แต่ไม่ได้เห็น และอยากได้ยินสิ่งที่เจ้าได้ยิน แต่ไม่ได้ยิน”
25
มีผู้เชี่ยวชาญกฎบัญญัติคนหนึ่งยืนขึ้นทดสอบพระเยซู เขาถามว่า “อาจารย์ ข้าพเจ้าต้องทำสิ่งใดจึงจะได้รับชีวิตนิรันดร์”
26
พระองค์ตอบว่า “กฎบัญญัติเขียนไว้ว่าอย่างไร อ่านแล้วเข้าใจว่าอย่างไร”
27
เขาตอบว่า “ ‘จงรักองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านอย่างสุดใจ สุดจิต สุดกำลัง และสุดความคิดของท่าน’ และ ‘จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง’ ”
28
พระเยซูตอบว่า “ถูกแล้ว จงทำตามนี้ แล้วท่านจะได้ชีวิต”
29
แต่เขาอยากรักษาหน้าตัวเอง จึงถามพระเยซูว่า “แล้วใครคือเพื่อนบ้านของข้าพเจ้า”
30
พระเยซูตอบว่า “ชายคนหนึ่งถูกโจรปล้นระหว่างเดินทางจากเยรูซาเล็มไปเยรีโค พวกโจรถอดเอาเสื้อผ้าของเขาไป ทุบตีเขาปางตายแล้วจากไป
31
มีปุโรหิตคนหนึ่งบังเอิญผ่านมาทางนั้น เมื่อเห็นคนเจ็บก็เลี่ยงไปเดินอีกฟากหนึ่ง
32
คนเลวีก็เหมือนกัน พอเห็นเขาก็เลี่ยงไปเดินอีกฟากหนึ่ง
33
แต่ชาวสะมาเรียคนหนึ่งเดินทางผ่านมา พอเห็นเขาก็สงสาร
34
และเข้าไปช่วย เอาน้ำมันกับเหล้าองุ่นเทใส่แผล พันแผลให้ แล้วประคองชายผู้นั้นขึ้นลาของตน พาไปที่โรงแรมและดูแลเขา
35
วันรุ่งขึ้นชาวสะมาเรียให้เงินสองเดนาริอัน กับผู้ดูแลโรงแรมและบอกว่า ‘ช่วยดูแลเขาด้วย และตอนขากลับ ถ้ามีส่วนเกินข้าพเจ้าจะจ่ายให้’
36
เจ้าคิดว่าในสามคนนี้ คนไหนคือเพื่อนบ้านของชายที่ถูกปล้น”
37
ผู้เชี่ยวชาญกฎบัญญัติตอบว่า “คนที่เมตตาเขา” พระเยซูจึงบอกเขาว่า “จงไปทำอย่างเดียวกัน”
38
ขณะที่พระเยซูและพวกสาวกกำลังเดินทาง พระองค์ก็มาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ที่นั่นมีผู้หญิงชื่อมารธาเปิดบ้านต้อนรับพระองค์
39
มารีย์น้องสาวของมารธานั่งอยู่แทบเท้าขององค์พระผู้เป็นเจ้า และฟังพระองค์พูด
40
แต่มารธาวุ่นอยู่กับการเตรียมงานที่ต้องทำทั้งหมด เธอมาหาพระองค์แล้วถามว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ไม่สนใจเลยหรือที่น้องสาวทิ้งให้ดิฉันทำงานอยู่คนเดียว สั่งให้เธอมาช่วยดิฉันด้วย!”
41
องค์พระผู้เป็นเจ้าตอบว่า “มารธา มารธา เจ้ากังวลและไม่พอใจกับหลายสิ่งหลายอย่าง
42
แต่มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่จำเป็น มารีย์ได้เลือกสิ่งที่ดีกว่าแล้ว และไม่มีใครจะเอาสิ่งนั้นไปจากเธอได้”
← Chapter 9
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 11 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24