bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
/
Luke 7
Luke 7
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
← Chapter 6
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 8 →
1
เมื่อพระเยซูพูดทั้งหมดนี้ให้คนที่มาฟังเสร็จแล้ว พระองค์ก็เข้าไปในเมืองคาเปอรนาอุม
2
มีคนรับใช้ของนายร้อยคนหนึ่งซึ่งเขารักมากป่วยหนักใกล้จะตาย
3
เมื่อนายร้อยได้ยินเรื่องพระเยซูก็ส่งผู้อาวุโสของชาวยิวบางคน เพื่อขอพระองค์มารักษาคนรับใช้ของเขา
4
เมื่อพวกเขามาถึง ก็อ้อนวอนพระเยซูด้วยความร้อนใจว่า “นายร้อยคนนี้เป็นคนที่พระองค์สมควรจะช่วย
5
เพราะเขารักชนชาติของเราและสร้างธรรมศาลาให้เรา”
6
พระเยซูจึงไปกับพวกเขา เมื่อใกล้ถึงบ้าน นายร้อยก็ให้เพื่อนๆ มาบอกพระเยซูว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า อย่าต้องลำบากเลย เพราะข้าพเจ้าไม่คู่ควรให้พระองค์มาอยู่ใต้ชายคาบ้าน
7
ข้าพเจ้าเองก็ไม่คู่ควรแม้จะมาพบพระองค์ เพียงแต่พระองค์สั่งเท่านั้น คนรับใช้ของข้าพเจ้าก็จะหายป่วย
8
เพราะข้าพเจ้าเองมีทั้งผู้บังคับบัญชาและมีทหารใต้บัญชา ข้าพเจ้าสั่งคนนี้ว่า ‘ไป’ เขาก็ไป สั่งคนนั้นว่า ‘มา’ เขาก็มา สั่งคนรับใช้ว่า ‘ทำสิ่งนี้’ เขาก็ทำ”
9
เมื่อพระเยซูได้ยินเช่นนี้ก็ประหลาดใจ จึงหันมาพูดกับฝูงชนที่ติดตามพระองค์ว่า “เราบอกท่านว่า เราไม่เคยเห็นความเชื่อที่ยิ่งใหญ่อย่างนี้ แม้แต่ในอิสราเอล”
10
แล้วคนที่นายร้อยส่งมาก็กลับบ้านไป และพบว่าคนรับใช้นั้นหายดีแล้ว
11
หลังจากนั้นไม่นาน พระเยซูไปที่เมืองนาอิน พวกสาวกและฝูงชนกลุ่มใหญ่ก็ตามไปด้วย
12
เมื่อพระองค์มาเกือบถึงประตูเมือง มีคนหามศพชายหนุ่มคนหนึ่งมา เขาเป็นลูกชายคนเดียวของหญิงม่าย ชาวเมืองมากมายเดินมากับเธอ
13
เมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าเห็นเธอก็สงสาร และพูดว่า “อย่าร้องไห้เลย”
14
แล้วพระองค์เดินเข้าไปแตะเปลหามศพ คนหามก็หยุดยืนนิ่ง พระองค์พูดว่า “พ่อหนุ่ม เราสั่งให้เจ้าลุกขึ้น!”
15
คนตายก็ลุกขึ้นนั่งและเริ่มพูด พระเยซูจึงมอบเขาให้กับแม่
16
ทุกคนต่างเกรงกลัวและสรรเสริญพระเจ้าว่า “ผู้เผยพระวจนะที่ยิ่งใหญ่มาอยู่ท่ามกลางพวกเรา พระเจ้ามาช่วยคนของพระองค์แล้ว”
17
ชื่อเสียงของพระเยซูก็เลื่องลือไปทั่วแคว้นยูเดียและดินแดนโดยรอบ
18
พวกศิษย์ของยอห์นมาเล่าเรื่องทั้งหมดนี้ให้เขาฟัง ยอห์นจึงเรียกศิษย์มาสองคน
19
และส่งเขาไปถามองค์พระผู้เป็นเจ้าว่า “ท่านคือผู้นั้นที่จะมา หรือเราจะต้องคอยผู้อื่นอีก”
20
เมื่อทั้งสองมาถึงก็บอกพระองค์ว่า “ยอห์นผู้ให้บัพติศมาส่งพวกเรามาถามท่านว่า ‘ท่านคือผู้นั้นที่จะมา หรือเราจะต้องคอยผู้อื่นอีก’ ”
21
ในเวลานั้น พระเยซูรักษาคนมากมายให้หายจากโรคและวิญญาณชั่ว และทำให้คนตาบอดหลายคนมองเห็น
22
พระองค์บอกคนส่งสารนั้นว่า “กลับไปรายงานยอห์นถึงสิ่งที่พวกเจ้าได้เห็นและได้ยิน คือ คนตาบอดมองเห็น คนง่อยเดินได้ คนโรคเรื้อน หายสะอาด คนหูหนวกได้ยิน คนตายฟื้นขึ้นมา และข่าวประเสริฐถูกประกาศแก่คนยากจน
23
คนที่ไม่สะดุดเพราะสิ่งที่เราทำก็ได้รับพระพร”
24
หลังจากศิษย์ของยอห์นไปแล้ว พระเยซูก็เริ่มกล่าวกับฝูงชนเรื่องยอห์นว่า “พวกท่านออกไปดูอะไรในถิ่นทุรกันดาร ดูต้นอ้อลู่ตามลมหรือ
25
ถ้าไม่ใช่แล้ว ท่านออกไปดูอะไร ดูคนใส่เสื้อผ้าหรูหราหรือ ไม่เลย คนที่ใส่เสื้อผ้าราคาแพงและฟุ้งเฟ้อย่อมอยู่ในวัง
26
แต่พวกท่านออกไปดูอะไร ดูผู้เผยพระวจนะหรือ ใช่แล้ว เราบอกว่ายอห์นเป็นยิ่งกว่าผู้เผยพระวจนะเสียอีก
27
เขาคือคนที่ถูกเขียนถึงไว้ว่า ‘เราจะส่งทูตของเรามาก่อนท่าน เพื่อเตรียมทางไว้ให้ท่านล่วงหน้า’
28
เราบอกว่าในบรรดาคนที่เกิดจากผู้หญิง ไม่มีใครยิ่งใหญ่กว่ายอห์น แต่คนต่ำต้อยที่สุดในอาณาจักรของพระเจ้า ก็ยังยิ่งใหญ่กว่ายอห์น”
29
(ทุกคนแม้แต่คนเก็บภาษี เมื่อได้ยินคำพูดของพระเยซู ก็ยอมรับว่าทางของพระเจ้าถูกต้อง เพราะพวกเขารับบัพติศมาจากยอห์นแล้ว
30
แต่พวกฟาริสีและครูสอนกฎบัญญัติปฏิเสธเจตนาที่พระเจ้ามีต่อพวกเขา เพราะคนเหล่านี้ปฏิเสธที่จะรับบัพติศมาจากยอห์น)
31
พระเยซูกล่าวต่อไปว่า “เราจะเปรียบคนในยุคนี้กับอะไรดี พวกเขาเป็นเช่นไร
32
เขาเป็นเหมือนเด็กๆ ที่นั่งอยู่กลางตลาดและร้องบอกกันว่า ‘เราเป่าปี่ให้ เจ้าก็ไม่เต้นรำ เราร้องเพลงไว้อาลัย เจ้าก็ไม่ร้องไห้’
33
เพราะยอห์นผู้ให้บัพติศมา มาโดยไม่กินขนมปังและไม่ดื่มเหล้าองุ่น พวกเจ้าก็ว่า ‘คนนี้มีผีสิง’
34
พอบุตรมนุษย์มาทั้งกินและดื่ม พวกเจ้าก็ว่า ‘นี่คือคนตะกละและขี้เมา เป็นเพื่อนคนเก็บภาษีและคนบาป’
35
แต่สติปัญญาของพระเจ้าก็ได้พิสูจน์แล้วว่าถูกต้องโดยลูกหลานทั้งปวงของปัญญานั้น”
36
ฟาริสีคนหนึ่งเชิญพระเยซูไปกินอาหารค่ำ พระองค์จึงไปที่บ้านของเขาและอยู่ที่โต๊ะอาหาร
37
หญิงบาปคนหนึ่งในเมืองนั้น เมื่อรู้ว่าพระเยซูกินอาหารอยู่ที่บ้านของฟาริสี เธอก็นำขวดที่ทำจากหินงดงามใส่น้ำมันหอมเข้ามา
38
เธอยืนอยู่ข้างหลังใกล้เท้าพระเยซู และร้องไห้จนน้ำตาเปียกเท้าของพระองค์ เธอจึงเอาผมเช็ดเท้า จูบเท้าและรินน้ำมันหอมชโลมเท้าของพระองค์
39
เมื่อฟาริสีที่เชิญพระเยซูได้เห็นก็นึกในใจว่า “ถ้าชายคนนี้เป็นผู้เผยพระวจนะ ก็น่าจะรู้ว่าหญิงที่แตะตัวเขาเป็นคนประเภทไหน เพราะเธอเป็นคนบาป”
40
พระเยซูพูดกับเขาว่า “ซีโมน เรามีอะไรจะบอก” เขาตอบว่า “ท่านอาจารย์ บอกมาเถิด
41
คนปล่อยเงินกู้คนหนึ่งมีลูกหนี้สองคน คนหนึ่งเป็นหนี้ห้าร้อยเหรียญเดนาริอัน อีกคนเป็นหนี้ห้าสิบเหรียญ
42
ทั้งสองคนไม่มีเงินใช้หนี้ เขาจึงยกหนี้ให้ทั้งคู่ แล้วในสองคนนี้คนไหนจะรักเจ้าหนี้มากกว่า”
43
ซีโมนตอบว่า “ข้าพเจ้าคิดว่าคนที่ติดหนี้เยอะกว่า” พระเยซูพูดว่า “เจ้าตัดสินถูกต้องแล้ว”
44
แล้วพระองค์หันไปทางหญิงคนนั้น และพูดกับซีโมนว่า “เห็นหญิงคนนี้ไหม เราเข้ามาในบ้านของเจ้า เจ้าไม่ได้เอาน้ำมาล้างเท้าเรา แต่เธอเอาน้ำตาล้างเท้าของเรา และเช็ดด้วยผมของเธอ
45
เจ้าไม่ได้จูบเรา แต่หญิงคนนี้จูบเท้าเราไม่หยุดตั้งแต่เราเข้ามา
46
เจ้าไม่ได้รินน้ำมันชโลมศีรษะของเรา แต่เธอรินน้ำมันหอมชโลมเท้าของเรา
47
ดังนั้นเราบอกว่า บาปของเธอได้รับการอภัยมากมาย ตามความรักที่เธอแสดงออกมา แต่คนที่ได้รับการอภัยน้อยก็รักน้อย”
48
พระเยซูพูดกับเธอว่า “บาปของเจ้าได้รับการอภัยแล้ว”
49
แขกคนอื่นๆ เริ่มพูดกันว่า “คนนี้เป็นใครถึงอภัยบาปได้”
50
พระเยซูพูดกับหญิงคนนั้นว่า “ความเชื่อของเจ้าทำให้เจ้ารอด จงไปด้วยสันติสุขเถิด”
← Chapter 6
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 8 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24