bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai Bible (TNCV) 2007 - New Contemporary Version (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)
/
Jeremiah 23
Jeremiah 23
Thai Bible (TNCV) 2007 - New Contemporary Version (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)
← Chapter 22
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 41
Chapter 42
Chapter 43
Chapter 44
Chapter 45
Chapter 46
Chapter 47
Chapter 48
Chapter 49
Chapter 50
Chapter 51
Chapter 52
Chapter 24 →
1
องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศว่า “วิบัติแก่บรรดาคนเลี้ยงแกะซึ่งผลาญทำลายและทำให้ลูกแกะในท้องทุ่งของเรากระจัดกระจายไป!”
2
ฉะนั้นพระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลจึงตรัสกับบรรดาคนเลี้ยงแกะซึ่งดูแลพี่น้องร่วมชาติของข้าพเจ้าว่า “เนื่องจากเจ้าทำให้ฝูงแกะของเรากระจัดกระจายไป เจ้าขับไล่ไสส่งและไม่ได้ดูแลเอาใจใส่พวกเขา ฉะนั้นเราจะลงโทษพวกเจ้าเพราะความชั่วที่เจ้าได้ทำ” องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศดังนั้น
3
“เราเองจะรวบรวมฝูงแกะที่เหลือออกจากประเทศต่างๆ ที่เราขับไล่พวกเขาไป และจะนำพวกเขากลับมายังท้องทุ่งเดิม ที่ซึ่งพวกเขาจะมีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง
4
เราจะตั้งคนเลี้ยงแกะซึ่งรับผิดชอบดูแลเขา เขาจะไม่ต้องหวาดกลัวอกสั่นขวัญแขวนอีกต่อไป และจะไม่มีคนใดขาดหายไป” องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศดังนั้น
5
องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศว่า “วันนั้นจะมาถึง เมื่อเราจะสถาปนากิ่งอันชอบธรรมให้แก่ดาวิด ผู้นั้นเป็นกษัตริย์ซึ่งจะปกครองอย่างชาญฉลาด และทำสิ่งที่ถูกต้องเที่ยงธรรมในแผ่นดิน
6
ในยุคสมัยของเขา ยูดาห์จะได้รับการช่วยกู้ และอิสราเอลจะอาศัยอยู่อย่างปลอดภัย เขาผู้นั้นจะได้รับการขนานนามว่า ‘พระยาห์เวห์ผู้ทรงเป็นความชอบธรรมของเรา’”
7
องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศว่า “ฉะนั้นเมื่อเวลานั้นมาถึง ประชากรจะไม่พูดอีกต่อไปว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงนำชนอิสราเอลออกมาจากอียิปต์นั้นทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด’
8
แต่จะพูดว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงนำวงศ์วานอิสราเอลออกมาจากดินแดนทางเหนือและจากทุกประเทศที่พระองค์ทรงเนรเทศเขาไปนั้นทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด’ และพวกเขาจะอาศัยอยู่ในดินแดนของตนเอง”
9
พระวจนะของพระเจ้าเกี่ยวกับบรรดาผู้เผยพระวจนะความว่า ดวงใจข้าพเจ้าแหลกสลายอยู่ภายใน กระดูกทุกซี่สั่นสะท้าน ข้าพเจ้าเหมือนคนเมา เหมือนคนที่ถูกครอบงำด้วยฤทธิ์เมรัย เนื่องด้วยองค์พระผู้เป็นเจ้า และพระวจนะอันบริสุทธิ์ของพระองค์
10
แผ่นดินเต็มไปด้วยคนล่วงประเวณี เพราะคำสาปแช่ง ผืนแผ่นดินก็แตกระแหง ทุ่งหญ้าในถิ่นกันดารก็เหี่ยวเฉาไป เหล่าผู้เผยพระวจนะทำชั่ว และใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม
11
“ทั้งปุโรหิตและผู้เผยพระวจนะล้วนแต่อธรรม แม้แต่ในวิหารของเรา เราก็ยังเห็นความชั่วช้าเลวทรามของพวกเขา” องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศดังนั้น
12
“ฉะนั้นหนทางของเขาจึงลื่น เขาจะถูกขับไล่ไสส่งไปสู่ความมืดมน และจะล้มตายที่นั่น เราจะนำภัยพิบัติมาสู่พวกเขา ในปีที่พวกเขาถูกลงโทษ” องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศดังนั้น
13
“ในหมู่ผู้เผยพระวจนะของสะมาเรีย เราเห็นสิ่งน่ารังเกียจคือ พวกเขาพยากรณ์ในนามพระบาอัล และนำประชากรอิสราเอลของเราหลงผิดไป
14
และเราก็เห็นสิ่งน่าขยะแขยง ในหมู่ผู้เผยพระวจนะของเยรูซาเล็มคือ พวกเขาล่วงประเวณีและดำเนินชีวิตอยู่ในความหลอกลวง พวกเขาสนับสนุนคนทำชั่ว เพื่อจะไม่มีใครหันกลับจากความชั่วร้ายของตน สำหรับเรา พวกเขาเป็นเหมือนโสโดม ชาวเยรูซาเล็มเป็นเหมือนโกโมราห์”
15
ฉะนั้นพระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์ตรัสเกี่ยวกับบรรดาผู้เผยพระวจนะว่า “เราจะทำให้พวกเขากินอาหารขม และดื่มน้ำมีพิษ เพราะความอธรรมก็ระบาดไปทั่วดินแดน จากบรรดาผู้เผยพระวจนะของเยรูซาเล็ม”
16
พระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์ตรัสว่า “อย่าฟังสิ่งที่ผู้เผยพระวจนะเหล่านั้นพยากรณ์แก่เจ้า พวกเขาให้แต่ความหวังลมๆ แล้งๆ แจ้งนิมิตต่างๆ จากความคิดของตน ไม่ใช่ถ้อยคำจากพระโอษฐ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า
17
เขาพร่ำบอกคนที่หมิ่นประมาทเราว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า พวกท่านจะอยู่เย็นเป็นสุข’ บอกกับคนที่ทำตามใจดื้อดึงว่า ‘จะไม่มีภัยอันตรายใดๆ เกิดแก่ท่าน’
18
แต่มีคนไหนบ้างในพวกเขาซึ่งยืนอยู่ในที่ชุมนุมขององค์พระผู้เป็นเจ้า เพื่อจะเห็นหรือได้ยินพระวจนะของพระองค์? มีใครบ้างที่ฟังและได้ยินถ้อยคำของพระองค์?
19
ดูเถิด พายุขององค์พระผู้เป็นเจ้า จะปะทุขึ้นด้วยความเกรี้ยวกราด เป็นพายุหมุนลงมา เหนือศีรษะของบรรดาคนชั่วร้าย
20
พระพิโรธขององค์พระผู้เป็นเจ้าจะไม่หันกลับ จนกว่าจะสำเร็จตามเป้าหมายในพระทัยของพระองค์ทุกประการ ในภายภาคหน้า เจ้าจะเข้าใจสิ่งนี้แจ่มแจ้ง
21
เราไม่ได้ใช้ผู้เผยพระวจนะเหล่านี้มา แต่พวกเขาก็กล่าวถ้อยคำของตนออกมา เราไม่ได้ตรัสอะไรกับเขา แต่พวกเขาก็พยากรณ์
22
แต่หากเขายืนอยู่ในที่ประชุมของเรา ก็คงจะประกาศถ้อยคำของเราแก่เหล่าประชากร และชักจูงให้เหล่าประชากรหันจากวิถี และการกระทำอันชั่วร้ายของตน”
23
องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศว่า “เราเป็นพระเจ้าผู้อยู่แต่เพียงใกล้ๆ แค่นั้นหรือ? ไม่ได้เป็นพระเจ้าผู้อยู่ห่างไกลด้วยหรือ?”
24
องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศว่า “มีใครสามารถหลบซ่อนในที่ลับจนเรามองไม่เห็นหรือ?” องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศว่า “เราอยู่ทั่วฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกไม่ใช่หรือ?”
25
“เราได้ยินคำพูดของผู้เผยพระวจนะซึ่งพยากรณ์เท็จโดยอ้างนามของเรา พวกเขาพูดว่า ‘ข้าพเจ้าฝันเห็น! ข้าพเจ้าฝันเห็น!’
26
อีกนานสักเท่าไรที่สิ่งนี้จะคงอยู่ในใจของผู้เผยพระวจนะเท็จผู้ซึ่งพยากรณ์ภาพหลอนในใจของตนเอง?
27
พวกเขาคิดว่าความฝันที่ตนเล่าสู่กันฟังจะทำให้ประชากรของเราลืมนามของเรา เหมือนที่บรรพบุรุษของพวกเขาได้ลืมนามของเราไปกราบไหว้พระบาอัล
28
ให้ผู้เผยพระวจนะเหล่านี้เล่าความฝันของเขาไปเถิด แต่ผู้ที่มีถ้อยคำของเราก็จงประกาศไปอย่างซื่อสัตย์ เพราะฟางข้าวก็ต่างจากเมล็ดข้าวไม่ใช่หรือ?” องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศดังนั้น
29
องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศว่า “ถ้อยคำของเราเหมือนไฟ และเหมือนค้อนที่ทุบหินแตกเป็นเสี่ยงๆ ไม่ใช่หรือ?”
30
องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศว่า “ฉะนั้นเราเป็นศัตรูกับผู้เผยพระวจนะที่พยากรณ์แล้วอ้างว่าเป็นถ้อยคำของเรา และพวกเขาขโมยถ้อยคำเหล่านั้นจากกันและกัน”
31
องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศว่า “ถูกแล้ว เราเป็นศัตรูกับผู้เผยพระวจนะซึ่งกระดกลิ้นตัวเอง แต่ก็ยังอ้างว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศว่า’ ”
32
องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศว่า “แน่ละ เราเป็นศัตรูกับผู้พยากรณ์เท็จที่เล่าฝันซึ่งกุขึ้นมาเอง พวกเขาชักนำประชากรของเราให้หลงผิดโดยคำโกหกคล่องปาก ทั้งๆ ที่เราไม่ได้ใช้เขาหรือแต่งตั้งเขา เขาไม่ได้เป็นประโยชน์แก่ประชากรเหล่านี้แม้แต่น้อย” องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศดังนั้น
33
“เมื่อใครในหมู่ประชากร ผู้เผยพระวจนะหรือปุโรหิตมาถามเจ้าว่า ‘วันนี้องค์พระผู้เป็นเจ้ามีพระดำรัส อะไรบ้าง?’ เจ้าจงตอบว่า ‘พระดำรัสน่ะหรือ? องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศว่า เราจะเหวี่ยงเจ้าทิ้ง’
34
ถ้าปุโรหิตหรือผู้เผยพระวจนะหรือผู้หนึ่งผู้ใดแอบอ้างว่า ‘นี่คือพระดำรัสจากองค์พระผู้เป็นเจ้า’ เราจะลงโทษผู้นั้นกับครอบครัวของเขา
35
ที่พวกเจ้าแต่ละคนเฝ้าถามกับญาติมิตรของตนว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้ามีพระดำรัสตอบว่าอย่างไร?’ หรือ ‘องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสอะไร?’
36
แต่เจ้าอย่าพูดว่า ‘นี่คือพระดำรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้า’ อีกเลย เพราะเมื่อเจ้าเอาคำพูดของตัวเองมาแอบอ้างเป็นพระดำรัสของพระองค์ เจ้าก็บิดเบือนพระวจนะของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ พระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์พระเจ้าของเรา
37
เจ้าทั้งหลายมักพูดกับผู้เผยพระวจนะว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้ามีพระดำรัสตอบท่านว่าอย่างไร?’ หรือ ‘องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสอะไร?’
38
ถึงแม้เจ้าอ้างว่า ‘นี่คือพระดำรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้า’ องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า เจ้าใช้คำพูดว่า ‘นี่คือพระดำรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้า’ ทั้งๆ ที่เราห้ามไม่ให้เจ้าอ้างว่า ‘นี่คือพระดำรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้า’
39
ฉะนั้นเราจะลืมเจ้าและเหวี่ยงเจ้าออกไปให้พ้นหน้าเราอย่างแน่นอน พร้อมทั้งกรุงนี้ซึ่งเราได้ยกให้เจ้าและบรรพบุรุษของเจ้า
40
เราจะนำความอัปยศอดสูตลอดกาลมาสู่เจ้า ความอับอายเนืองนิตย์ซึ่งไม่มีวันลืม”
← Chapter 22
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 41
Chapter 42
Chapter 43
Chapter 44
Chapter 45
Chapter 46
Chapter 47
Chapter 48
Chapter 49
Chapter 50
Chapter 51
Chapter 52
Chapter 24 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
41
42
43
44
45
46
47
48
49
50
51
52