bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai Bible (TNCV) 2007 - New Contemporary Version (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)
/
Jeremiah 9
Jeremiah 9
Thai Bible (TNCV) 2007 - New Contemporary Version (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)
← Chapter 8
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 41
Chapter 42
Chapter 43
Chapter 44
Chapter 45
Chapter 46
Chapter 47
Chapter 48
Chapter 49
Chapter 50
Chapter 51
Chapter 52
Chapter 10 →
1
โอ ถ้าศีรษะของข้าพเจ้าเป็นเหมือนแหล่งน้ำ และตาของข้าพเจ้าเป็นเหมือนบ่อน้ำพุแห่งน้ำตา! ข้าพเจ้าจะได้ร่ำไห้ทั้งวันทั้งคืน เพื่อพี่น้องร่วมชาติซึ่งถูกสังหาร
2
โอ ข้าพเจ้าอยากมีที่พักแรม สำหรับคนเดินทางในถิ่นกันดารนัก เพื่อข้าพเจ้าจะได้ไปให้พ้น จากพี่น้องร่วมชาติของข้าพเจ้า เพราะพวกเขาล้วนเป็นคนล่วงประเวณี เป็นฝูงชนที่ไม่ซื่อสัตย์
3
“พวกเขาโก่งลิ้นเหมือนคันศร เพื่อยิงคำโกหกออกมา ความเท็จจึงมีชัย เหนือความจริง ในแผ่นดิน พวกเขาทำบาปอย่างหนึ่ง แล้วก็แล่นไปสู่บาปอีกอย่างหนึ่ง พวกเขาไม่ยอมรับเรา” องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศดังนั้น
4
“จงระวังเพื่อนของเจ้า และอย่าไว้ใจพี่น้องของเจ้า เพราะว่าพี่น้องทุกคนเป็นคนหลอกลวง และเพื่อนทุกคนเป็นนักใส่ร้ายป้ายสี
5
เพื่อนหลอกลวงเพื่อน และไม่มีใครพูดความจริง พวกเขาฝึกลิ้นตัวเองให้โกหก ทำให้ตัวเองเหนื่อยล้าด้วยการทำบาป
6
เจ้า อาศัยอยู่ท่ามกลางการหลอกลวง เพราะความหลอกลวงของพวกเขา พวกเขาจึงไม่ยอมรับเรา” องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศดังนั้น
7
ฉะนั้นพระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์ตรัสว่า “ดูเถิด เราจะถลุงและทดสอบพวกเขา เพราะนอกจากนี้เราจะทำสิ่งอื่นใดได้อีก เนื่องจากบาปที่ประชากรของเราได้ทำ?
8
ลิ้นของพวกเขาเป็นลูกศรคร่าชีวิต พูดจาตลบตะแลง ทุกคนพูดอย่างเป็นมิตรกับเพื่อนบ้านของเขา แต่ในใจคิดวางแผนเล่นงานเขา
9
ไม่ควรหรือที่เราจะลงโทษพวกเขาเพราะเหตุนี้?” องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศดังนั้น “ไม่ควรหรือที่เราจะแก้แค้น ชนชาติที่เป็นเช่นนี้?”
10
ข้าพเจ้าจะร้องไห้คร่ำครวญเพื่อภูเขาทั้งหลาย และเปล่งคำคร่ำครวญเรื่องทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ที่ถูกทิ้งร้าง มันถูกทอดทิ้ง ไม่มีใครสัญจรไปมา ไม่ได้ยินเสียงสัตว์ร้อง ทั้งนกในอากาศและสัตว์ทั้งปวง ก็หนีไปหมด
11
“เราจะทำให้เยรูซาเล็มกลายเป็นซากปรักหักพัง เป็นถิ่นที่อยู่ของหมาใน และเราจะทำให้หัวเมืองต่างๆ ของยูดาห์เป็นที่รกร้าง เพื่อจะไม่มีใครอาศัยอยู่ที่นั่น”
12
ใครหนอฉลาดพอที่จะเข้าใจเรื่องทั้งหมดนี้? ใครบ้างที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสอนและอธิบายได้? เหตุใดดินแดนจึงถูกทำให้ย่อยยับและถูกทิ้งร้างเหมือนถิ่นกันดารที่ไม่มีใครผ่านไปมา?
13
องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “ก็เพราะพวกเขาละทิ้งบทบัญญัติของเรา ซึ่งเราตั้งไว้ตรงหน้าพวกเขา พวกเขาไม่ได้เชื่อฟังเรา หรือทำตามบทบัญญัติของเรา
14
พวกเขากลับทำตามใจดื้อดึงของตน เขานมัสการพระบาอัลตามที่บรรพบุรุษสอน”
15
ฉะนั้นพระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์พระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสว่า “ดูเถิดเราจะทำให้ชนชาตินี้กินอาหารขมและดื่มน้ำซึ่งมีพิษ
16
เราจะทำให้พวกเขากระจัดกระจายไปตามชนชาติต่างๆ ซึ่งพวกเขาเองหรือบรรพบุรุษไม่เคยรู้จักมาก่อน เราจะถือดาบไล่ล่าพวกเขาจนกว่าเราจะได้ทำลายล้างพวกเขาให้สิ้น”
17
พระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์ตรัสว่า “บัดนี้จงพิจารณาดู! จงตามนางร้องไห้มา เรียกคนที่ชำนาญที่สุดมา
18
จงให้พวกนางรีบมาโดยเร็ว มาร่ำไห้เพื่อพวกเรา จนน้ำตาท่วมตาของเรา และธารน้ำหลั่งรินจากนัยน์ตาของเรา
19
ได้ยินเสียงร่ำไห้ดังจากศิโยนว่า ‘เราพินาศย่อยยับแล้ว! เราอัปยศอดสูนัก! เราต้องทิ้งดินแดนไป เพราะบ้านเรือนของเราปรักหักพัง’ ”
20
บัดนี้ หญิงเอ๋ย จงฟังพระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้า จงเปิดหูฟังพระดำรัสจากพระโอษฐ์ของพระองค์ จงสอนลูกสาวทั้งหลายของเจ้าให้ร่ำไห้ และจงสอนเพลงคร่ำครวญให้เพื่อนบ้านของตน
21
ความตายได้ปีนเข้ามาทางหน้าต่างของเรา มันทะลวงป้อมต่างๆ เข้ามา คร่าเอาเด็กๆ ไปจากท้องถนน และคร่าคนหนุ่มๆ ไปจากลานเมือง
22
จงบอกเขาว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศว่า “ ‘ซากศพจะระเนระนาดเหมือนขยะอยู่ในทุ่งโล่ง เหมือนข้าวที่ถูกตัดเก็บไว้ข้างหลังผู้เกี่ยว ไม่มีใครมาเก็บรวบรวม’ ”
23
องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “คนฉลาด อย่าโอ้อวดสติปัญญาของตน คนแข็งแรง อย่าโอ้อวดพละกำลังของตน คนรวยก็อย่าโอ้อวดทรัพย์สมบัติของตน
24
แต่ให้ผู้ที่อวดจงอวดเรื่องนี้ คือที่เขามีความเข้าใจและรู้จักเรา รู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์ผู้ผดุงความเมตตากรุณา ความยุติธรรมและความชอบธรรมในโลกนี้ เพราะเราปีติยินดีในสิ่งเหล่านี้” องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศดังนั้น
25
องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศว่า “เวลานั้นจะมาถึง เมื่อเราจะลงโทษคนทั้งปวงที่เข้าสุหนัตแต่เพียงทางกาย
26
คือชาวอียิปต์ ชาวยูดาห์ ชาวเอโดม ชาวอัมโมน ชาวโมอับ และคนทั้งปวงที่อาศัยในถิ่นกันดารในที่ห่างไกล เพราะชนชาติทั้งหมดนี้ยังไม่ได้เข้าสุหนัตอย่างแท้จริง และแม้แต่พงศ์พันธุ์ของอิสราเอลก็ไม่ได้เข้าสุหนัตทางใจ”
← Chapter 8
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 41
Chapter 42
Chapter 43
Chapter 44
Chapter 45
Chapter 46
Chapter 47
Chapter 48
Chapter 49
Chapter 50
Chapter 51
Chapter 52
Chapter 10 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
41
42
43
44
45
46
47
48
49
50
51
52