bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai Bible (TNCV) 2007 - New Contemporary Version (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)
/
Jeremiah 31
Jeremiah 31
Thai Bible (TNCV) 2007 - New Contemporary Version (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)
← Chapter 30
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 41
Chapter 42
Chapter 43
Chapter 44
Chapter 45
Chapter 46
Chapter 47
Chapter 48
Chapter 49
Chapter 50
Chapter 51
Chapter 52
Chapter 32 →
1
องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศว่า “ในครั้งนั้น เราจะเป็นพระเจ้าของอิสราเอลทุกตระกูล และพวกเขาจะเป็นประชากรของเรา”
2
องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “ชนชาติที่รอดชีวิตจากคมดาบ จะได้รับพระคุณในถิ่นกันดาร เราจะมาเพื่อให้อิสราเอลได้พักสงบ”
3
องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงปรากฏแก่พวกเราในอดีต และตรัสว่า “เราได้รักเจ้าด้วยความรักนิรันดร์ เราได้โน้มนำเจ้าเข้ามาหาเราด้วยความรักความเอ็นดู
4
อิสราเอลพรหมจารีเอ๋ย เราจะสร้างเจ้าขึ้นมาอีก และเจ้าจะได้รับการสร้างขึ้นใหม่ เจ้าจะหยิบรำมะนาขึ้นมาอีกครั้ง และออกไปเต้นรำกับผู้ที่รื่นเริงยินดี
5
เจ้าจะทำไร่องุ่น บนภูเขาของสะมาเรียอีกครั้ง กสิกรจะเพาะปลูก และชื่นชมกับพืชผลที่ได้
6
จะมีวันหนึ่งซึ่งยามรักษาการณ์ร้องบอก บนภูเขาของเอฟราอิมว่า ‘มาเถิด ให้พวกเราขึ้นไปยังศิโยน ไปเข้าเฝ้าพระยาห์เวห์พระเจ้าของเรา’ ”
7
องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “จงร้องเพลงรื่นเริงยินดีให้ยาโคบ จงโห่ร้องให้กับผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในหมู่ประชาชาติ จงร้องเพลงสรรเสริญให้ได้ยินทั่วกันว่า ‘ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอทรงช่วยชนหยิบมือที่เหลือของอิสราเอล ประชากรของพระองค์’
8
ดูเถิด เราจะนำพวกเขามาจากดินแดนทางเหนือ และรวบรวมพวกเขามาจากสุดปลายแผ่นดินโลก ในหมู่พวกเขามีคนตาบอดและคนง่อย หญิงมีครรภ์และผู้หญิงที่กำลังจะคลอดลูก ฝูงชนกลุ่มใหญ่จะกลับมา
9
พวกเขาจะร้องไห้มา พวกเขาจะอธิษฐานขณะที่เรานำพวกเขากลับมา เราจะนำพวกเขาเลียบธารน้ำ มาตามทางราบเรียบซึ่งพวกเขาจะไม่สะดุดล้ม เพราะเราเป็นบิดาของอิสราเอล และเอฟราอิมเป็นลูกชายหัวปีของเรา
10
“ประชาชาติทั้งหลาย จงฟังพระดำรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้า จงประกาศในดินแดนชายฝั่งทะเลอันไกลโพ้นว่า ‘พระองค์ผู้ทรงทำให้ชนอิสราเอลกระจัดกระจายจะทรงรวบรวมพวกเขากลับมา และจะทรงดูแลพวกเขาเหมือนคนเลี้ยงแกะดูแลฝูงแกะของตน’
11
เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงไถ่ยาโคบ จะทรงไถ่พวกเขาออกจากมือของผู้ที่เข้มแข็งกว่าพวกเขา
12
พวกเขาจะมาและโห่ร้องยินดีบนภูเขาศิโยน จะชื่นชมยินดีในสิ่งดีงามจากองค์พระผู้เป็นเจ้า ทั้งเมล็ดข้าว เหล้าองุ่นใหม่ และน้ำมัน ลูกอ่อนในฝูงแพะแกะและฝูงสัตว์ ใจของพวกเขาจะเป็นเหมือนสวนที่ได้รับน้ำชุ่มฉ่ำ และพวกเขาจะไม่ต้องทุกข์โศกอีกต่อไป
13
หญิงสาวจะร่ายรำและยินดี ผู้ชายทั้งหนุ่มและแก่ก็เช่นกัน เราจะเปลี่ยนความโศกเศร้าของเขาให้กลายเป็นความยินดี เราจะให้การปลอบประโลมและความชื่นชมยินดีแก่เขาแทนความทุกข์โศก
14
เราจะให้ปุโรหิตอิ่มเอมด้วยความอุดมสมบูรณ์ ประชากรของเราจะอิ่มด้วยความอุดมสมบูรณ์จากเรา” องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศดังนั้น
15
องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “ได้ยินเสียงหนึ่งในรามาห์ เป็นเสียงคร่ำครวญสะอึกสะอื้น ราเชลร่ำไห้ถึงลูกๆ ของนาง และไม่ยอมรับคำปลอบโยนใดๆ เพราะลูกๆ ของนางจากไปเสียแล้ว”
16
องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “หยุดร้องไห้ หยุดหลั่งน้ำตาเสียเถิด เพราะผลงานของเจ้าจะได้รับรางวัล” องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศดังนั้น “พวกเขาจะกลับมาจากแดนศัตรู
17
ดังนั้นอนาคตของเจ้ายังมีความหวัง” องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศดังนั้น “ลูกๆ ของเจ้าจะกลับมายังบ้านเกิดเมืองนอนของตนอีก
18
“แน่ทีเดียว เราได้ยินเสียงเอฟราอิมโอดครวญว่า ‘พระองค์ทรงฝึกข้าพระองค์เหมือนฝึกลูกวัวที่ยังไม่เชื่อง และข้าพระองค์ก็ถูกฝึกฝน โปรดทรงช่วยให้ข้าพระองค์คืนสู่ปกติสุข แล้วข้าพระองค์จะหวนกลับมา เพราะพระองค์ทรงเป็นพระยาห์เวห์ พระเจ้าของข้าพระองค์
19
เมื่อข้าพระองค์หลงทางไปแล้ว ข้าพระองค์ก็สำนึกผิด เมื่อข้าพระองค์เข้าใจแล้ว ข้าพระองค์ก็ตีอกชกตัว ข้าพระองค์อับอายและตกต่ำ เพราะทนรับความอัปยศอดสูจากบาปที่ทำในวัยหนุ่ม’
20
เอฟราอิมเป็นลูกชายที่รัก เป็นลูกคนโปรดของเราไม่ใช่หรือ? แม้เราจะพูดตำหนิเขาเนืองๆ แต่เราก็ยังคงคิดถึงเขา ฉะนั้นจิตใจของเราอาลัยหาเขา เราเอ็นดูสงสารเขายิ่งนัก” องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศดังนั้น
21
“จงตั้งป้ายริมทางขึ้น ตั้งป้ายชี้ทางไว้ สังเกตทางหลวง เส้นทางที่เจ้าดำเนินไป อิสราเอลพรหมจารีเอ๋ย กลับมาเถิด จงกลับมายังหัวเมืองต่างๆ ของเจ้า
22
ลูกสาวไม่ซื่อเอ๋ย เจ้าจะเตร็ดเตร่ไปนานสักเท่าใด? องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงสร้างสิ่งใหม่ในโลกคือ ผู้หญิงคนหนึ่งจะโอบล้อม ผู้ชายไว้”
23
พระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์ พระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสว่า “เมื่อเรานำพวกเขากลับมาจากการเป็นเชลย ประชาชนในยูดาห์และหัวเมืองต่างๆ จะกลับมาพูดอย่างแต่ก่อนว่า ‘ขอองค์พระผู้เป็นเจ้าอวยพรเจ้าเถิด ที่พำนักอันชอบธรรมเอ๋ย ภูเขาศักดิ์สิทธิ์เอ๋ย’
24
ผู้คนทั้งชาวนาและผู้ที่โยกย้ายไปกับฝูงสัตว์ของตนจะอาศัยอยู่ร่วมกันในยูดาห์และหัวเมืองต่างๆ ของยูดาห์
25
เราจะให้คนอ่อนระโหยชุ่มชื่นขึ้นใหม่ และให้คนหมดแรงได้อิ่มเอม”
26
ถึงตอนนี้ข้าพเจ้าก็ตื่นขึ้นมองไปรอบๆ การนอนหลับครั้งนี้ทำให้ข้าพเจ้าชื่นใจ
27
องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศว่า “เวลานั้นจะมาถึง เมื่อเราจะสร้างพงศ์พันธุ์อิสราเอลและยูดาห์ โดยให้ทั้งมนุษย์และสัตว์มีลูกหลานมากมาย
28
เช่นเดียวกับที่เราจับตาดูพวกเขาเพื่อถอนรากถอนโคนและรื้อโค่น คว่ำทลาย ล้างผลาญและนำภัยพิบัติมา เราก็จะจับตาดูเขาเพื่อปลูกและสร้างขึ้น” องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศดังนั้น
29
“เมื่อถึงเวลานั้นผู้คนจะเลิกพูดว่า “ ‘พ่อกินองุ่นเปรี้ยว ลูกๆ ก็เข็ดฟัน’
30
เพราะแต่ละคนจะตายเพราะบาปของตนเอง ใครกินองุ่นเปรี้ยว คนนั้นก็เข็ดฟัน”
31
องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศว่า “เวลานั้นจะมาถึง เมื่อเราจะทำพันธสัญญาใหม่ กับพงศ์พันธุ์อิสราเอล และกับพงศ์พันธุ์ยูดาห์
32
เป็นพันธสัญญาซึ่งไม่เหมือนพันธสัญญา ที่เราได้ทำไว้กับบรรพบุรุษของพวกเขา เมื่อเราจูงมือพวกเขา นำออกมาจากดินแดนอียิปต์ เพราะพวกเขาละเมิดพันธสัญญาที่ทำไว้กับเรา ทั้งๆ ที่เราเป็นเจ้านายของ พวกเขา ” องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศดังนั้น
33
องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศว่า “นี่คือพันธสัญญาที่เราจะทำกับพงศ์พันธุ์อิสราเอล หลังจากสมัยนั้น คือเราจะใส่บทบัญญัติของเราในจิตใจของพวกเขา จารึกบนหัวใจของพวกเขา เราจะเป็นพระเจ้าของพวกเขา และพวกเขาจะเป็นประชากรของเรา
34
ผู้คนจะไม่สอนเพื่อนบ้าน หรือสอนพี่น้องของตนอีกต่อไปว่า ‘จงรู้จักองค์พระผู้เป็นเจ้า’ เพราะพวกเขาทุกคนจะรู้จักเรา ตั้งแต่ผู้น้อยที่สุดไปจนถึงผู้ใหญ่ที่สุด” องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศดังนั้น “เพราะเราจะอภัยความชั่วร้ายของเขา และจะไม่จดจำบาปทั้งหลายของเขาอีกต่อไป”
35
องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงตั้งดวงอาทิตย์ ให้ส่องแสงยามกลางวัน ผู้ทรงบัญชาดวงจันทร์และดวงดาว ให้ส่องแสงยามกลางคืน ผู้ทรงกวนทะเล จนคลื่นคำรามกึกก้อง ทรงพระนามว่า พระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์
36
องค์พระผู้เป็นเจ้า ประกาศว่า “ตราบใดที่กฎเกณฑ์ธรรมชาติเหล่านี้ยังไม่ลับหายไปต่อหน้าเรา ตราบนั้นวงศ์วานอิสราเอล จะยังคงเป็นประชาชาติหนึ่งต่อหน้าเราเสมอ”
37
องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “ต่อเมื่อฟ้าสวรรค์เบื้องบนหยั่งถึงได้ และฐานรากของโลกเบื้องล่างถูกค้นพบ เราจึงจะละทิ้งวงศ์วานอิสราเอล เพราะทุกสิ่งที่พวกเขาได้ทำ” องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศดังนั้น
38
องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศว่า “วันเวลาจะมาถึง เมื่อกรุงนี้จะได้รับการสร้างขึ้นใหม่เพื่อเรา ตั้งแต่หอคอยฮานันเอลถึงประตูมุม
39
สายวัดจะขึงตรงจากที่นั่นจดเนินเขากาเรบ แล้วเลี้ยวไปยังโกอาห์
40
ทั่วทั้งหุบเขาซึ่งเป็นที่ทิ้งซากศพและเถ้าถ่าน ตลอดจนลาดเขาต่างๆ สู่หุบเขาขิดโรนทางฟากตะวันออก ไปจนถึงมุมประตูม้าจะบริสุทธิ์แด่องค์พระผู้เป็นเจ้า กรุงนี้จะไม่ถูกถอนรากถอนโคนหรือล้มล้างอีกต่อไป”
← Chapter 30
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 41
Chapter 42
Chapter 43
Chapter 44
Chapter 45
Chapter 46
Chapter 47
Chapter 48
Chapter 49
Chapter 50
Chapter 51
Chapter 52
Chapter 32 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
41
42
43
44
45
46
47
48
49
50
51
52