bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai Bible (TNCV) 2007 - New Contemporary Version (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)
/
Jeremiah 17
Jeremiah 17
Thai Bible (TNCV) 2007 - New Contemporary Version (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)
← Chapter 16
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 41
Chapter 42
Chapter 43
Chapter 44
Chapter 45
Chapter 46
Chapter 47
Chapter 48
Chapter 49
Chapter 50
Chapter 51
Chapter 52
Chapter 18 →
1
“บาปของยูดาห์ถูกสลักไว้ด้วยปากกาเหล็ก จารึกไว้ด้วยปลายเพชร ลงบนแผ่นหัวใจของเขา และบนเชิงงอนที่แท่นบูชาของพวกเขา
2
แม้แต่ลูกหลานของเขาก็ระลึกถึง แท่นบูชาและเสาเจ้าแม่อาเชราห์ ข้างต้นไม้ที่แผ่กิ่งก้านสาขา และบนภูเขาสูงทั้งหลาย
3
ภูเขาของเรา ในดินแดนนั้น และทรัพย์สมบัติทั้งหมดของพวกเจ้า ตลอดจนสถานบูชาบนที่สูงของเจ้า เราจะให้ศัตรูมาริบไป เพราะบาปทั่วแดนของเจ้า
4
โดยความผิดของเจ้าเอง เจ้าจะสูญเสียกรรมสิทธิ์ที่เรามอบให้ เราจะส่งเจ้าไปเป็นทาสของศัตรู ในดินแดนซึ่งเจ้าไม่รู้จัก เพราะเจ้าจุดไฟโทสะของเรา มันจะเผาผลาญตลอดไป”
5
องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “คำสาปแช่งตกอยู่แก่ผู้ที่ไว้วางใจในมนุษย์ พึ่งพละกำลังของเขา และเอาใจออกห่างองค์พระผู้เป็นเจ้า
6
เขาจะเป็นเหมือนพุ่มไม้ในถิ่นกันดาร มองไม่เห็นความเจริญรุ่งเรืองที่มาถึง เขาจะอาศัยในถิ่นแห้งแล้งของทะเลทราย ในเขตดินกร่อยซึ่งไม่มีใครอาศัย
7
“แต่ความสุขมีแก่ผู้ที่ไว้วางใจในองค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ที่มีความเชื่อมั่นในพระองค์
8
เขาจะเป็นเหมือนต้นไม้ที่ปลูกไว้ริมน้ำ ซึ่งหยั่งรากลงไปริมธารน้ำ มันไม่กลัวความร้อนที่มาถึง ใบของมันเขียวขจีอยู่เสมอ มันไม่วิตกในปีที่แห้งแล้ง และไม่หยุดออกผล”
9
จิตใจเป็นตัวล่อลวงเหนือกว่าสิ่งอื่นใด และเสื่อมทรามจนสุดจะแก้ ใครจะเข้าใจจิตใจนั้นได้?
10
“เราผู้เป็นพระยาห์เวห์พิเคราะห์ดูจิตใจ และตรวจสอบความคิด เพื่อให้บำเหน็จแก่ทุกคนตามผลการกระทำ และตามความประพฤติของเขา”
11
ผู้ซึ่งมั่งมีด้วยวิธีทุจริต ก็เหมือนนกที่กกไข่ซึ่งมันไม่ได้วาง เมื่อถึงวัยกลางคน ทรัพย์สมบัติก็พรากจากเขาไป และในบั้นปลายเขาจะกลายเป็นคนโง่เขลา
12
สถานนมัสการของข้าพระองค์ทั้งหลายเป็นบัลลังก์อันรุ่งเรือง ได้รับการเทิดทูนไว้ตั้งแต่ต้น
13
ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเป็นความหวังของอิสราเอล คนทั้งปวงที่ละทิ้งพระองค์จะอัปยศอดสู ผู้ที่หันไปจากพระองค์จะถูกจารึกไว้ในธุลีดิน เพราะเขาละทิ้งองค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงเป็นบ่อน้ำพุซึ่งมีน้ำที่ให้ชีวิต
14
ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอทรงรักษาข้าพระองค์ แล้วข้าพระองค์จะหายดี ขอทรงช่วย แล้วข้าพระองค์จะรอด เพราะพระองค์คือผู้ที่ข้าพระองค์ถวายการสรรเสริญ
15
พวกเขาพร่ำพูดกับข้าพระองค์ว่า “ไหนล่ะ พระดำรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้า? ให้มันเป็นไปตามนั้น เดี๋ยวนี้สิ!”
16
ข้าพระองค์ไม่ได้หนีจากการเป็นคนเลี้ยงแกะของพระองค์ พระองค์ทรงทราบว่าข้าพระองค์ไม่ได้ปรารถนาวันแห่งความสิ้นหวัง สิ่งที่ข้าพระองค์เอ่ยปากบอกพวกเขา ก็แจ้งอยู่ต่อหน้าพระองค์
17
ขออย่าทรงเป็นเหตุให้ข้าพระองค์คร้ามกลัว พระองค์ทรงเป็นที่ลี้ภัยของข้าพระองค์ในวันแห่งภัยพิบัติ
18
ขอให้ผู้กดขี่ข่มเหงข้าพระองค์ต้องอับอายขายหน้า แต่ขอทรงปกป้องข้าพระองค์จากความอัปยศ ขอให้พวกเขาอกสั่นขวัญแขวน แต่ขอทรงคุ้มครองข้าพระองค์ให้พ้นจากความหวาดหวั่น ขอทรงนำวันแห่งภัยพิบัติมายังเขา ขอทรงทำลายเขาด้วยหายนะที่รุนแรงเป็นสองเท่า
19
องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าว่า “จงไปยืนอยู่ที่ประตูเมืองเยรูซาเล็มซึ่งกษัตริย์ยูดาห์เสด็จเข้าออก รวมทั้งประตูอื่นๆ ทั้งหมดของเยรูซาเล็ม
20
จงบอกคนทั้งปวงว่า ‘จงฟังพระดำรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้าเถิด กษัตริย์ยูดาห์ ชนยูดาห์ และชาวกรุงเยรูซาเล็มซึ่งผ่านเข้าออกประตูเหล่านี้
21
องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่าจงระวังอย่าแบกสิ่งของในวันสะบาโต หรือนำสิ่งใดผ่านเข้าออกประตูของเยรูซาเล็ม
22
อย่าแบกสิ่งใดออกจากบ้านเรือนของเจ้า หรือกระทำกิจการงานใดๆ ในวันสะบาโต แต่จงรักษาวันสะบาโตให้บริสุทธิ์ตามที่เราได้บัญชาบรรพบุรุษของเจ้าไว้
23
แต่คนเหล่านั้นไม่ฟัง ไม่ใส่ใจ พวกเขาดื้อดึงหัวแข็ง ไม่ยอมใส่ใจและรับฟังคำตักเตือน
24
องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศว่า แต่ถ้าพวกเจ้าใส่ใจเชื่อฟังเรา และไม่แบกสิ่งใดผ่านประตูในวันสะบาโต แต่รักษาวันสะบาโตให้บริสุทธิ์โดยไม่ทำงานใดๆ ในวันนั้น
25
เมื่อนั้นเหล่ากษัตริย์ผู้ครองบัลลังก์ของดาวิดจะเข้าออกประตูต่างๆ ของกรุงนี้พร้อมกับเหล่าขุนนาง พวกเขาจะนั่งบนรถม้าศึกและหลังม้า ติดตามด้วยชนยูดาห์และชาวเยรูซาเล็ม และกรุงนี้จะมีผู้คนอาศัยอยู่ตลอดไป
26
ประชาชนจากเมืองต่างๆ ของยูดาห์ และหมู่บ้านต่างๆ รอบเยรูซาเล็ม จากเขตแดนของเบนยามิน จากเชิงเขาตะวันตก จากแถบภูเขาและเนเกบ จะนำเครื่องเผาบูชา ธัญบูชา เครื่องหอม และเครื่องบูชาขอบพระคุณมายังพระนิเวศขององค์พระผู้เป็นเจ้า
27
แต่หากพวกเจ้ายไม่เชื่อฟังเรา ไม่ยอมรักษาวันสะบาโตให้บริสุทธิ์ หากเจ้ายังนำสัมภาระผ่านประตูเมืองทั้งหลายของเยรูซาเล็มในวันสะบาโต เราก็จะจุดไฟเผาประตูเมืองเหล่านี้ เป็นไฟไม่รู้ดับซึ่งจะเผาผลาญป้อมต่างๆ ของเมืองนี้จนหมดสิ้น’ ”
← Chapter 16
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 41
Chapter 42
Chapter 43
Chapter 44
Chapter 45
Chapter 46
Chapter 47
Chapter 48
Chapter 49
Chapter 50
Chapter 51
Chapter 52
Chapter 18 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
41
42
43
44
45
46
47
48
49
50
51
52