bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
1 Corinthians 1
1 Corinthians 1
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 2 →
1
เปาโลที่พระองค์ได้ทรงเรียกให้เป็นอัครสาวกของพระเยซูคริสต์ตามน้ำพระทัยของพระเจ้า, กับโซษะเธเนผู้เป็นพี่น้อง,
2
คำนับมายังคริสตจักรของพระเจ้าซึ่งอยู่ที่เมืองโกรินโธ, คือเหล่าสมาชิกผู้ที่ถวายตัวไว้แล้วในพระเยซูคริสต์, และซึ่งพระองค์ได้ทรงเลือกให้เป็นสิทธิชน, กับทั้งคนทั้งปวงในทุกตำบลที่อธิษฐานออกพระนามพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเขาและของเราด้วย.
3
ขอให้พระคุณและสันติสุขซึ่งมาจากพระเจ้าพระบิดาของเราทั้งหลายและจากพระเยซูคริสต์เจ้าจงได้แก่ท่านทั้งหลายเทอญ
4
ข้าพเจ้าขอบพระเดชพระคุณพระเจ้าของข้าพเจ้าเนื่องด้วยท่านทั้งหลายเสมอ, เพราะพระคุณของพระเจ้าซึ่งประทานแก่ท่านทั้งหลายในพระเยซูคริสต์.
5
เพราะท่านทั้งหลายได้สมบูรณ์ด้วยทุกสิ่งในพระองค์, คือด้วยวาจาและความรู้ทุกอย่าง.
6
ดังนั้นคำพะยานที่ข้าพเจ้าได้อ้างถึงพระเยซูคริสต์นั้นเป็นที่แน่ใจของท่านทั้งหลายแล้ว.
7
จนถึงท่านทั้งหลายมิได้ล้าหลังในการรับพระคุณใดๆ, ในขณะเมื่อคอยท่าพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราผู้ที่จะเสด็จมาปรากฏ
8
และพระองค์จะทรงบันดาลให้ท่านทั้งหลายตั้งมั่นคงจนถึงที่สุด, เพื่อท่านทั้งหลายจะพ้นจากการถูกติในวันของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา.
9
พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อ, ผู้ได้ทรงเรียกท่านทั้งหลายให้สมาคมสนิทกับพระบุตรของพระองค์, คือพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา
10
ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย, ข้าพเจ้าวิงวอนท่านทั้งหลายในพระนามพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา, ให้ท่านทั้งหลายปรองดองกันอย่าถือพวกถือคณะแต่ให้ท่านทั้งหลายเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวและถืออย่างเดียวกัน.
11
พี่น้องทั้งหลายของข้าพเจ้า, มีบางคนมาจากนางโคลเอได้เล่าเรื่องของท่านทั้งหลายให้ข้าพเจ้าฟังว่า, เกิดการทุ่มเถียงกันในระหว่างพวกท่าน.
12
ข้าพเจ้าหมายความดังนี้ว่า, พวกท่านต่างคนต่างก็ว่า, “ข้าพเจ้าเป็นศิษย์เปาโล ข้าพเจ้าเป็นศิษย์อะโปโล ข้าพเจ้าเป็นศิษย์เปโตร และข้าพเจ้าเป็นศิษย์พระคริสต์.”
13
พระคริสต์แบ่งออกเป็นหลายองค์แล้วหรือ เขาได้ตรึงเปาโลไว้เพื่อท่านทั้งหลายหรือ ท่านได้รับพิธีบัพติศมาในนามของเปาโลหรือ
14
ข้าพเจ้าขอขอบพระเดชพระคุณพระเจ้าที่ข้าพเจ้ามิได้ทำพิธีบัพติศมาให้ผู้หนึ่งผู้ใดในพวกท่าน เว้นแต่กริศโปและคาโย.
15
เกรงว่าจะมีผู้หนึ่งผู้ใดกล่าวว่า ข้าพเจ้าได้ทำพิธีบัพติศมาในนามของข้าพเจ้าเอง.
16
ข้าพเจ้าได้ให้ครอบครัวของซะเตฟานารับบัพติศมาด้วย แต่นอกจากคนเหล่านั้นข้าพเจ้าไม่ทราบว่าข้าพเจ้าได้ให้ใครรับบัพติศมาอีก.
17
เพราะว่าพระคริสต์มิได้ทรงใช้ข้าพเจ้าไปเพื่อให้เขารับบัพติศมา, แต่ทรงใช้ให้ไปประกาศกิตติคุณ แต่มิใช่ด้วยคำฉลาดในเชิงพูด, เกรงว่าเรื่องกางเขนของพระคริสต์จะหมดฤทธิ์เดช
18
ด้วยว่าคนทั้งหลายที่กำลังจะพินาศนั้นเห็นว่าเรื่องกางเขนเป็นเรื่องโง่, แต่พวกเราทั้งหลายที่กำลังจะรอดก็เห็นว่าเป็นฤทธิ์เดชของพระเจ้า.
19
ด้วยมีคำเขียนไว้แล้วว่า, เราจะทำลายปัญญาของคนมีปัญญา, และจะให้ความฉลาดของคนฉลาดศูนย์ไป.
20
คนมีปัญญาหายไปไหนแล้ว? อาลักษณ์หายไปไหนแล้ว? นักตั้งปัญหาสมัยนี้หายไปไหนแล้ว? พระเจ้ามิได้ทรงกระทำปัญญาของโลกให้กลายเป็นการโฉดเขลาไปหรือ
21
เพราะตามสติปัญญาของพระเจ้าเห็นว่าโดยปัญญาของโลกๆ ย่อมไม่รู้จักพระเจ้าได้แล้ว, พระเจ้าจึงทรงโปรดช่วยคนทั้งหลายที่เชื่อนั้นให้รอดโดยคำเทศนาที่เขาถือว่าโง่.
22
ฝ่ายพวกยูดายขอเห็นนิมิตต์, และพวกเฮเลนเสาะหาปัญญา.
23
แต่พวกเราป่าวประกาศเรื่องพระคริสต์ผู้ถูกตรึงไว้ที่กางเขนแล้วนั้น. สิ่งที่ให้พวกยูดายสะดุด. และพวกต่างประเทศถือว่าเป็นการโฉดเขลา.
24
แต่คนทั้งหลายที่พระเจ้าทรงเลือกแล้วนั้น. ทั้งพวกยูดายและพวกเฮเลน. ก็ถือว่า พระคริสต์เป็นฤทธิ์เดชและพระปัญญาของพระเจ้า.
25
เพราะความเขลาของพระเจ้าก็ยังมีปัญญามากกว่าปัญญามนุษย์, และพระกำลังอ่อนของพระเจ้าก็ยังมีกำลังมากยิ่งกว่ากำลังมนุษย์
26
ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย. จงพิจารณาดูคนทั้งหลายในพวกท่านที่พระเจ้าได้ทรงเรียกมาแล้วคือว่า. คนที่โลกนิยมว่ามีปัญญา, คนมีอำนาจ. คนตระกูลสูงมีน้อยคนนัก
27
แต่พระเจ้าได้ทรงเลือกสิ่งที่โลกถือว่าโฉดเขลา, เพื่อจะให้คนมีปัญญาอับอาย และได้ทรงเลือกสิ่งทีโลกถือว่าอ่อนกำลัง. เพื่อจะให้คนมีกำลังมากอับอาย.
28
พระเจ้าได้ทรงเลือกสิ่งที่โลกถือว่าต่ำและสิ่งที่ถูกดูหมิ่น, ทั้งทรงเลือกสิ่งเหล่านั้นซึ่งยังมิได้เกิดเป็นตัวจริงด้วย, เพื่อจะได้ทำลายสิ่งซึ่งเป็นตัวจริงอยู่แล้ว
29
เพื่อมิให้มนุษย์สักคนหนึ่งอวดได้ฉะเพาะพระเจ้า.
30
แต่ท่านทั้งหลายเป็นของพระองค์เพราะเชื่อในพระเยซูคริสต์, ผู้ซึ่งพระเจ้าได้ทรงตั้งให้ประกอบไปด้วยปัญญา, ความชอบธรรม, การสรรไว้ฉะเพาะ, และการไถ่โทษสำหรับเราทั้งหลาย
31
เพื่อจะเหมือนคำที่เขียนไว้แล้วว่า, ผู้ที่อวดนั้นจงอวดองค์พระผู้เป็นเจ้า
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 2 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16