bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
1 Corinthians 10
1 Corinthians 10
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 9
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 11 →
1
ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย. ข้าพเจ้าอยากให้ท่านทั้งหลายเข้าใจว่า บรรพบุรุษของเราได้อยู่ใต้เมฆนั้น. และได้ผ่านตามช่องทะเลไปทุกคน
2
ได้รับบัพติศมาในเมฆและในทะเลด้วยกันกับโมเซทุกคน
3
ได้รับประทานอาหารสำหรับวิญญาณทุกคน
4
และได้ดื่มน้ำสำหรับวิญญาณทุกคน ด้วยว่าเขาได้ดื่มนํ้าซึ่งออกมาจากศิลาแห่งวิญญาณที่ตามเขาไป ศิลานั้นคือพระคริสต์.
5
แต่ถึงกระนั้นก็ดีในพวกเหล่านั้นมีคนเป็นอันมากที่พระเจ้าไม่พอพระทัย, เพราะเขาล้มตายกลาดเกลื่อนอยู่ในป่า
6
เหตุการณ์เหล่านั้นเป็นตัวอย่างแก่เราทั้งหลาย. ไม่ให้เรามีใจโลภปรารถนาสิ่งชั่วเหมือนเขาเหล่านั้นได้ปรารถนา.
7
ท่านทั้งหลายอย่าไหว้รูปเคารพเหมือนบางคนในพวกเขาได้กระทำ, ดุจมีคำเขียนไว้แล้วว่า, ไพร่พลทั้งหลายได้นั่งลงกินและดื่มแล้วลุกขึ้นเล่นเต้นรำ.
8
อย่าคบกับหญิงชั่วเหมือนบางคนในพวกเขาได้กระทำ, แล้วก็ล้มลงตายในวันเดียวสองหมื่นสามพันคน.
9
อย่าให้เราลองดีองค์พระผู้เป็นเจ้าเหมือนบางคนในพวกเขาได้กระทำ, แล้วตายด้วยงูร้าย.
10
อย่าบ่นเหมือนบางคนในพวกเขาได้บ่น, แล้วก็พินาศด้วยเพ็ชฌฆาต.
11
เหตุการณ์เหล่านี้ได้บังเกิดแก่เขาเป็นตัวอย่างสำหรับผู้อื่น และได้บันทีกไว้แล้วเพื่อจะเตือนสติเราทั้งหลายผู้อยู่ในบัจจุบันนี้, ผู้ซึ่งกำลังอยู่ในกาลสุดปลายของแผ่นดินโลก.
12
เหตุฉะนั้นคนที่คิดว่าตัวมั่นคงดีอยู่แล้วจงระวังให้ดี, กลัวว่าจะหลงผิดไป.
13
ไม่มีการทดลองอะไรมาถึงท่านทั้งหลาย เว้นไว้แต่การทดลองซึ่งเคยมีแก่มนุษย์ทั้งปวง แต่พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อ, พระองค์จะไม่ทรงยอมให้ท่านถูกทดลองเกินที่จะทนได้ และเมื่อทรงยอมให้ท่านถูกทดลองนั้น, จะทรงโปรดให้มีทางที่จะหลีกเลี่ยงได้ด้วย, เพื่อท่านทั้งหลายจะมีกำลังทนได้
14
เหตุฉะนั้นดูก่อน พวกที่รักของข้าพเจ้า, ท่านทั้งหลายจงหลีกเลี่ยงจากการไหว้รูปเคารพ.
15
ข้าพเจ้าพูดเหมือนอย่างพูดกับคนที่มีสติปัญญา ท่านทั้งหลายจงพิจารณาตามคำที่ข้าพเจ้าพูดนั้นเถิด.
16
ฝ่ายจอกแห่งความสุขซึ่งเราขอพระพรนั้น เป็นที่ให้เราเข้าส่วนในพระโลหิตของพระคริสต์มิไช่หรือ ฝ่ายขนมปังซึ่งเราหักนั้นเป็นที่ให้เราเข้าส่วนในพระกายของพระคริสต์มิใช่หรือ
17
แม้เราเป็นบุคคลหลายคนก็ดี, เราก็ยังเป็นขนมก้อนเดียวและเป็นกายอันเดียวกัน เพราะว่าเราได้รับประทานขนมก้อนเดียวด้วยกันทุกคน.
18
จงพิจารณาดูพวกยิศราเอลตามเนื้อหนังคนเหล่านั้นซึ่งกินของซึ่งบูชาแล้ว, เขาก็กินเป็นการเข้าส่วนสักการบูชาต่อแท่นนั้นมิไช่หรือ
19
ถ้าอย่างนั้นแล้วจะให้ข้าพเจ้าว่าอย่างไร? เครื่องบูชาที่ถวายรูปเคารพนั้นเป็นของศักดิ์สิทธิ์หรือและรูปเคารพนั้นศักดิ์สิทธิ์หรือ
20
แต่ข้าพเจ้าว่าเครื่องบูชาซึ่งพวกต่างประเทศถวายนั้น, เขาก็ถวายบูชาแก่พวกปีศาจ, ไม่ได้ถวายบูชาแก่พระเจ้า และข้าพเจ้าไม่ปรารถนาให้ท่านทั้งหลายเข้าส่วนสักการบูชากับพวกปีศาจ.
21
ท่านทั้งหลายจะดื่มจากจอกขององค์พระผู้เป็นเจ้าและจากจอกของปีศาจด้วยก็ไม่ได้, จะรับประทานที่โต๊ะขององค์พระผู้เป็นเจ้าและที่โต๊ะของปีศาจด้วยก็ไม่ได้.
22
เราจะอุสส่าห์กระทำให้องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอิจฉาหรือ เรามีฤทธิ์มากกว่าพระองค์หรือ
23
เราทำสิ่งสารพัตรได้ไม่มีใครห้าม แต่ไม่สมควรที่เราจะทำทุกสิ่ง. เราทำทุกสิ่งได้ไม่มีใครห้าม แต่ไม่ใช่ทุกสิ่งที่เรากระทำนั้นจะทำให้เราเจริญขึ้น.
24
อย่าให้ผู้ใดกระทำอะไรเพื่อประโยชน์ของตนเองเท่านั้น แต่ให้คิดถึงประโยชน์ของคนอื่นด้วย.
25
ทุกสิ่งที่เขาขายตามตลาดนั้นกินได้, ไม่ต้องถามอะไรเลยโดยเห็นแก่ใจวินิจฉัยผิดและชอบนั้น
26
ด้วยว่าแผ่นดินโลกกับสิ่งของทั้งมวลในโลกนั้นเป็นของๆ องค์พระผู้เป็นเจ้า.
27
ถ้าคนที่ไม่เชื่อถือพระเยซูจะเชิญท่านไปในการเลี้ยง, และท่านมีน้ำใจจะไป, สิ่งของใดๆ ที่เขาจัดตั้งให้กินจงกินเถิด, ไม่ต้องถามอะไรเลยโดยเห็นแก่ใจวินิจฉัยผิดและชอบนั้น.
28
แต่ถ้ามีคนใดมาบอกท่านว่า, “ของนี้เขาบูชารูปเคารพแล้ว,” ท่านอย่ากิน, เพราะเห็นแก่คนที่บอกนั้น และเพราะเกี่ยวกับใจวินิจฉัยผิดและชอบของเขาด้วย. (ซึ่งข้าพเจ้าว่าใจวินิจฉัยผิดและชอบนั้น),
29
ข้าพเจ้ามิได้กล่าวถึงใจวินิจฉัยผิดและชอบของท่าน, แต่กล่าวถึงใจวินิจฉัยผิดและชอบของคนที่บอกนั้น เพราะถ้าใจวินิจฉัยผิดและชอบของข้าพเจ้าเองไม่ตำหนิข้าพเจ้าแล้ว, เป็นไฉนใจวินิจฉัยผิดและชอบของผู้อื่นจะมาขัดขวางความอิสสระของข้าพเจ้าเล่า?
30
ถ้าข้าพเจ้ารับประทานด้วยขอบพระคุณ, เป็นไฉนเขาจะติเตียนข้าพเจ้าเพราะสิ่งนั้นที่ข้าพเจ้าได้ขอบพระคุณแล้วเล่า?
31
เหตุฉะนั้นถ้าท่านทั้งหลายจะกินจะดื่มก็ดี, หรือจะทำประการใดก็ดี, จงกระทำทุกสิ่งให้เป็นที่ถวายเกียรติยศแก่พระเจ้า.
32
อย่าเป็นต้นเหตุให้พวกยูดาย หรือพวกต่างประเทศ หรือคริสตจักรของพระเจ้าหลงผิด
33
เช่นข้าพเจ้าได้กระทำทุกสิ่งให้เป็นที่พอใจแก่คนทั้งปวง, มิได้เห็นแต่ประโยชน์ของตัวเอง, แต่เห็นแก่ประโยชน์ของคนทั้งหลาย, เพื่อเขาจะรอดได้.
← Chapter 9
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 11 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16