bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
/
2 Samuel 14
2 Samuel 14
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
← Chapter 13
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 15 →
1
ครั้นโยอาบลูกชายของเศรุยาห์ทราบว่ากษัตริย์คิดถึงอับซาโลมมาก
2
เขาจึงใช้คนไปตามตัวหญิงฉลาดคนหนึ่งจากเทโคอาให้มาพบและกล่าวกับเธอว่า “จงแกล้งทำเป็นว่าเจ้าไว้ทุกข์อยู่ สวมเสื้อผ้าไว้ทุกข์ ไม่ใช้เครื่องประทินโฉม ทำทีว่าเจ้าเศร้าโศกเสียใจอย่างหนักมาหลายวันเพราะคนตาย
3
แล้วไปพบกษัตริย์และพูดตามที่ข้าสั่ง” แล้วโยอาบก็สอนคำพูดให้หญิงนั้น
4
เมื่อหญิงจากเทโคอามาพบ ดาวิด ก็หมอบซบลงที่พื้นเพื่อคำนับและพูดว่า “ข้าแต่กษัตริย์โปรดช่วยดิฉันด้วยเถิด”
5
กษัตริย์ถามว่า “เจ้ามีเรื่องทุกข์ร้อนอะไรหรือ” เธอพูดว่า “ดิฉันเป็นม่าย สามีตายไปแล้ว
6
มีลูกชายสองคน เขาทะเลาะกันที่กลางทุ่ง เนื่องจากไม่มีคนคอยห้ามเขา คนหนึ่งก็เลยถูกฆ่าตาย
7
ตอนนี้ญาติพี่น้องทั้งหมดเรียกร้องให้ดิฉันมอบตัวลูกชายเพื่อนำตัวไปประหารโทษฐานฆ่าคน จะได้กำจัดทายาทไป พวกเขาจะดับถ่านไฟก้อนเดียวที่ดิฉันเหลืออยู่ เห็นทีสามีดิฉันจะไร้ผู้สืบสกุลเป็นแน่”
8
ดาวิดพูดกับหญิงนั้นว่า “จงกลับไปบ้าน ข้าจะสั่งการให้เจ้า”
9
แต่หญิงจากเทโคอาพูดว่า “กษัตริย์ผู้เป็นเจ้านายของดิฉัน ขอให้โทษตกอยู่กับดิฉันและครอบครัว แต่ขอให้กษัตริย์และบัลลังก์ของท่านพ้นความผิด”
10
ดาวิดตอบว่า “หากผู้ใดกล่าวอะไรกับเจ้า จงนำตัวเขามาพบข้า เขาจะไม่มากวนใจเจ้าอีกเลย”
11
เธอพูดว่า “ขอกษัตริย์พูดในนามพระยาห์เวห์พระเจ้าของเขา อย่าให้มีการสูญเสียเลือดเนื้ออีกนอกเหนือจากที่ได้สูญเสียไปแล้ว ลูกชายของดิฉันจะได้ไม่ต้องเสียชีวิต” ดาวิดพูดว่า “พระยาห์เวห์มีชีวิตอยู่แน่ฉันใด ผมสักเส้นบนศีรษะลูกชายของเจ้า ข้าจะไม่ยอมให้ตกถึงดินฉันนั้น”
12
เธอพูดว่า “โปรดอนุญาตให้ดิฉันพูดสักคำกับเจ้านาย” ดาวิดตอบว่า “พูดมาเถิด”
13
หญิงนั้นพูดว่า “ก็แล้วทำไมท่านถึงทำเช่นนี้ต่อประชาชนของพระเจ้า เมื่อท่านพูดเช่นนี้ เท่ากับตัดสินว่าท่านเองเป็นฝ่ายผิด เพราะท่านไม่ยอมให้ลูกชายที่ถูกเนรเทศไปนั้นกลับมา
14
พวกเราล้วนต้องตายไปเหมือนน้ำหกรดแผ่นดิน จะรวบรวมคืนมาอีกไม่ได้ แต่นั่นไม่ใช่ความปรารถนาของพระเจ้า พระองค์คิดหาหนทางเพื่อไม่ให้คนที่ถูกเนรเทศไปจะต้องอยู่อย่างคนถูกเนรเทศจากพระองค์ตลอดไปอย่างนั้น
15
ที่ดิฉันมาพูดกับกษัตริย์ผู้เป็นเจ้านายของดิฉันก็เพราะมีคนมาข่มขู่ให้กลัว ดิฉันบอกตัวเองว่า ‘ดิฉันจะพูดกับกษัตริย์ บางทีพระองค์อาจให้ตามคำร้องขอของผู้รับใช้
16
บางทีกษัตริย์อาจจะเห็นชอบที่จะช่วยผู้รับใช้ของเขาให้พ้นจากมือของคนที่พยายามตัดดิฉันกับลูกจากมรดกของพระเจ้า’
17
และบัดนี้ผู้รับใช้ของท่านพูดว่า ‘ขอให้ถ้อยคำของกษัตริย์ผู้เป็นเจ้านายทำให้มรดกของดิฉันมั่นคงปลอดภัย เพราะท่านเป็นเสมือนทูตของพระเจ้าที่แยกแยะความดีจากความชั่ว ขอพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านอยู่กับท่านเถิด’ ”
18
แล้วกษัตริย์พูดกับหญิงนั้นว่า “อย่าปิดบัง ข้าจะถามอะไรเจ้าสักอย่างหนึ่ง” เธอพูดว่า “ขอกษัตริย์ผู้เป็นเจ้านายของดิฉัน โปรดพูดเถิด”
19
ดาวิดพูดว่า “ทั้งหมดนี้โยอาบเป็นผู้หนุนหลังเจ้าใช่หรือไม่” หญิงนั้นตอบว่า “กษัตริย์ผู้เป็นเจ้านายของดิฉัน ท่านมีชีวิตอยู่แน่ฉันใด ไม่มีใครสามารถพลิกซ้ายหันขวาจากสิ่งใดๆ ที่ท่านพูดได้ฉันนั้น ถูกแล้วโยอาบผู้รับใช้ของท่านคือผู้สอนให้ดิฉันทำตามนี้ และแนะนำทุกถ้อยคำที่ออกจากปากของดิฉัน
20
โยอาบผู้รับใช้ของท่านทำเช่นนี้เพื่อพลิกสถานการณ์ เจ้านายของดิฉันมีสติปัญญาเสมือนทูตของพระเจ้า เขารู้เหตุการณ์ทุกอย่างในแผ่นดิน”
21
กษัตริย์จึงพูดกับโยอาบว่า “ดีมาก ข้าจะทำตามนั้น จงไปรับตัวอับซาโลมชายหนุ่มคนนั้นกลับมาเถิด”
22
โยอาบก็หมอบกราบซบหน้าลงกับพื้นเพื่อคำนับและอวยพรกษัตริย์ โยอาบพูดว่า “วันนี้ผู้รับใช้ของท่านรู้แล้วว่า เขาเป็นที่โปรดปรานในสายตาของท่าน คือกษัตริย์ผู้เป็นเจ้านายของข้าพเจ้า เพราะกษัตริย์ให้ตามที่ข้าพเจ้าร้องขอ”
23
โยอาบจึงไปยังเกชูร์และรับตัวอับซาโลมกลับมายังเยรูซาเล็ม
24
แต่กษัตริย์พูดว่า “ให้เขาไปอยู่ที่บ้านของเขา อย่ามาให้ข้าเห็นหน้า” อับซาโลมจึงไปพำนักที่บ้านของตนและไม่ได้พบกษัตริย์
25
ทั่วอิสราเอลไม่มีใครได้รับคำชมว่าเป็นชายชาตรีรูปงามเท่าอับซาโลม ตั้งแต่เส้นผมจดปลายเท้าไม่มีตำหนิเลยแม้แต่น้อย
26
เมื่อใดที่เขาตัดผมบนศีรษะซึ่งปกติเขาจะตัดปีละครั้ง เขาก็เอาผมที่ตัดมาชั่งดู ผมนั้นหนักสองร้อยเชเขล ตามพิกัดหลวง
27
อับซาโลมมีลูกชายสามคนและมีลูกสาวหนึ่งคนชื่อว่าทามาร์ เธอมีรูปโฉมงดงามยิ่งนัก
28
ตลอดสองปีที่อับซาโลมอยู่ในเยรูซาเล็ม เขาไม่ได้พบกษัตริย์เลย
29
อับซาโลมจึงให้คนไปตามตัวโยอาบมาเพื่อให้พบกษัตริย์แทน แต่โยอาบไม่ยอมมา แม้อับซาโลมให้คนไปตามอีก เขาก็ยังคงไม่มา
30
อับซาโลมจึงสั่งพวกคนรับใช้ว่า “ไปจุดไฟเผานาข้าวบาร์เลย์ของโยอาบที่อยู่ถัดจากนาของข้า” เขาก็ปฏิบัติตาม
31
โยอาบจึงมาพบอับซาโลมที่บ้าน และพูดกับเขาว่า “เหตุใดคนรับใช้ของท่านจึงไปจุดไฟเผานาของข้าพเจ้า”
32
อับซาโลมกล่าวกับโยอาบว่า “ข้าส่งคนไปหาท่านและกล่าวว่า ‘มาที่นี่เถิด ข้าจะได้ให้ท่านช่วยไปถามกษัตริย์ว่า “ทำไมจึงรับตัวข้ากลับมาจากเกชูร์ ข้าอยู่ที่นั่นยังดีเสียกว่า!” ’ ตอนนี้ข้าอยากพบกษัตริย์สักครั้ง หากข้าผิดด้วยเรื่องใดก็ให้พระองค์ประหารข้าเถิด”
33
โยอาบจึงไปบอกกษัตริย์ตามนี้ ดาวิดจึงเรียกตัวอับซาโลมมาพบ อับซาโลมเข้ามาหมอบกราบซบหน้าลงถึงพื้นต่อหน้ากษัตริย์และกษัตริย์ก็จูบอับซาโลม
← Chapter 13
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 15 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
หนังสือแนะนำ
อรรถาธิบาย
อรรถาธิบาย 2 Samuel
→
เฝ้าเดี่ยว
คู่มือเฝ้าเดี่ยว 2 Samuel
→
รับพระคัมภีร์นี้
พระคัมภีร์ศึกษา TCV (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
→