bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
/
John 1
John 1
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 2 →
1
ในปฐมกาลพระวาทะดำรงอยู่ และพระวาทะอยู่กับพระเจ้า และพระวาทะเป็นพระเจ้า
2
พระองค์อยู่กับพระเจ้าตั้งแต่ปฐมกาล
3
ทุกสิ่งถูกสร้างขึ้นโดยทางพระองค์ ไม่มีสิ่งใดที่ไม่ถูกสร้างขึ้นโดยทางพระองค์
4
ในพระองค์คือชีวิต และชีวิตนั้นเป็นความสว่างของมนุษย์
5
ความสว่างส่องเข้ามาในความมืด และความมืดเอาชนะ ความสว่างไม่ได้
6
มีชายคนหนึ่งที่พระเจ้าส่งมาชื่อยอห์น
7
เขามาในฐานะพยานยืนยันถึงความสว่างนั้น เพื่อทุกคนจะได้เชื่อผ่านทางเขา
8
เขาเองไม่ใช่ความสว่าง แต่เป็นเพียงพยานให้กับความสว่างนั้น
9
ความสว่างแท้ซึ่งให้ความสว่างแก่ทุกคนกำลังเข้ามาในโลก
10
พระองค์อยู่ในโลก และแม้โลกถูกสร้างขึ้นโดยทางพระองค์ แต่โลกไม่รู้จักพระองค์
11
พระองค์เข้ามาในบ้านเมืองของพระองค์ แต่คนในบ้านเมืองของพระองค์ไม่ยอมรับพระองค์
12
ส่วนทุกคนที่ยอมรับและเชื่อในนามของพระองค์ พระองค์ให้สิทธิ์เป็นลูกของพระเจ้า
13
คือลูกที่ไม่ได้เกิดจากการสืบเชื้อสายตามธรรมชาติ หรือจากการตัดสินใจของมนุษย์ หรือจากความตั้งใจของสามี แต่เกิดจากพระเจ้า
14
พระวาทะมาเกิดเป็นมนุษย์และพำนักอยู่ท่ามกลางเรา เราได้เห็นเกียรติสิริของพระองค์ คือเกียรติสิริของพระบุตรองค์เดียว ผู้เต็มไปด้วยพระคุณและความจริง ซึ่งมาจากพระบิดา
15
ยอห์นเป็นพยานเกี่ยวกับพระองค์ เขาร้องประกาศว่า “นี่คือผู้ที่เราได้บอกไว้ว่า ‘พระองค์ผู้มาภายหลังเราก็ยิ่งใหญ่กว่าเรา เพราะพระองค์ดำรงอยู่ก่อนเรา’ ”
16
เราทุกคนได้รับพระคุณจากความบริบูรณ์ของพระองค์ ซึ่งมาแทนที่พระคุณที่ให้ไว้แล้ว
17
เพราะกฎบัญญัติได้มอบไว้ทางโมเสส ส่วนพระคุณและความจริงมาทางพระเยซูคริสต์
18
ไม่มีใครเคยเห็นพระเจ้า แต่ผู้นั้นคือพระบุตรองค์เดียวผู้เป็นพระเจ้าและ ใกล้ชิดสนิทสนมกับพระบิดา ได้ทำให้พระองค์เป็นที่รู้จักแล้ว
19
นี่คือคำพยานของยอห์น เมื่อพวกผู้นำยิว ที่กรุงเยรูซาเล็มส่งพวกปุโรหิตและคนเลวีมาถามว่าเขาเป็นใคร
20
เขาไม่ปิดบังความจริง แต่ยอมรับอย่างเปิดเผยว่า “เราไม่ใช่พระเมสสิยาห์”
21
คนเหล่านั้นจึงถามว่า “ถ้าเช่นนั้น ท่านเป็นใคร เอลียาห์ใช่ไหม เขาบอกว่า ‘ไม่ใช่’ ท่านเป็นผู้เผยพระวจนะคนนั้นหรือ เขาตอบว่า ‘ไม่ใช่’
22
ในที่สุดพวกเขาจึงกล่าวว่า ‘ท่านเป็นใคร เราต้องการคำตอบเพื่อจะกลับไปบอกคนที่ส่งเรามา ท่านพูดว่าตัวเองเป็นใคร’ ”
23
ยอห์นตอบด้วยถ้อยคำของผู้เผยพระวจนะอิสยาห์ว่า “เราคือเสียงของผู้หนึ่งร้องในถิ่นทุรกันดารว่า ‘จงทำทางให้ตรงสำหรับองค์พระผู้เป็นเจ้า’ ”
24
พวกฟาริสีบางคนที่ถูกส่งมา
25
จึงถามเขาว่า “ถ้าท่านไม่ใช่พระเมสสิยาห์ ไม่ใช่เอลียาห์ ไม่ใช่ผู้เผยพระวจนะนั้น ทำไมท่านจึงให้บัพติศมา”
26
ยอห์นตอบว่า “เราให้บัพติศมาด้วย น้ำ แต่มีผู้หนึ่งในหมู่พวกเจ้าซึ่งเจ้าไม่รู้จัก
27
พระองค์คือผู้นั้นที่มาหลังจากเรา เราไม่คู่ควรแม้แต่จะแก้เชือกรองเท้าของพระองค์”
28
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นที่หมู่บ้านเบธานี ซึ่งอยู่อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำจอร์แดนที่ยอห์นกำลังให้บัพติศมา
29
วันต่อมา ยอห์นเห็นพระเยซูเดินมาทางเขา จึงพูดว่า “จงดูลูกแกะของพระเจ้า ผู้รับบาปของโลกไป!
30
นี่คือผู้ที่เรากล่าวถึงว่า ‘พระองค์ผู้มาภายหลังเราก็ยิ่งใหญ่กว่าเรา เพราะพระองค์ดำรงอยู่ก่อนเรา’
31
เราไม่รู้จักพระองค์ แต่เหตุผลที่เรามาให้บัพติศมาด้วยน้ำ ก็เพื่อเปิดเผยพระองค์ให้อิสราเอลได้เห็น”
32
แล้วยอห์นเป็นพยานว่า “เราเห็นพระวิญญาณลงมาจากฟ้าสวรรค์ดุจนกพิราบและอยู่กับพระองค์
33
เราเองก็ไม่รู้ว่าพระองค์คือผู้นั้น แต่ผู้ที่ใช้เรามาให้บัพติศมาด้วยน้ำบอกว่า ‘เจ้าเห็นพระวิญญาณลงมาอยู่กับผู้ใด ผู้นั้นคือผู้ที่จะให้บัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์’
34
เราได้เห็นแล้ว และเป็นพยานว่า ท่านนี้คือผู้ที่พระเจ้าเลือก”
35
วันรุ่งขึ้น ยอห์นกับสาวกสองคนก็อยู่ที่นั่นอีก
36
เมื่อยอห์นเห็นพระเยซูเดินผ่านไป จึงพูดว่า “จงดูลูกแกะของพระเจ้า”
37
เมื่อสาวกทั้งสองได้ยินเช่นนั้นก็ติดตามพระเยซูไป
38
พระเยซูหันมาเห็นพวกเขาตามมา จึงถามว่า “เจ้าต้องการอะไร” พวกเขากล่าวว่า “รับบี” (หมายถึง อาจารย์) “ท่านพักอยู่ที่ไหน”
39
พระองค์ตอบว่า “มาเถิด แล้วเจ้าจะเห็น” พวกเขาไปและเห็นที่พักของพระองค์ ได้อยู่กับพระองค์ในวันนั้น เวลานั้นเป็นเวลาสี่โมงเย็น
40
หนึ่งในสองคนที่ได้ยินยอห์นกล่าวและติดตามพระเยซูไปนั้นคือ อันดรูว์น้องชายของซีโมนเปโตร
41
สิ่งแรกที่อันดรูว์ทำคือ ไปหาซีโมนผู้เป็นพี่ชายและบอกว่า “เราพบพระเมสสิยาห์แล้ว” (คือ พระคริสต์)
42
และพาเขามาหาพระเยซู พระเยซูมองเห็นเขาและพูดว่า “เจ้าคือซีโมนลูกชายยอห์น เจ้าจะได้ชื่อว่า เคฟาส” (แปลว่า เปโตร)
43
วันต่อมา พระเยซูตัดสินใจไปแคว้นกาลิลี พระองค์พบฟีลิปและพูดกับเขาว่า “จงตามเรามา”
44
ฟีลิปมาจากเมืองเบธไซดาเหมือนอันดรูว์กับเปโตร
45
ฟีลิปเจอนาธานาเอลและบอกเขาว่า “เราพบผู้นั้นที่โมเสสเขียนถึงในหนังสือกฎบัญญัติ และที่พวกผู้เผยพระวจนะก็เขียนถึงด้วย คือพระเยซูชาวนาซาเร็ธลูกชายโยเซฟ”
46
นาธานาเอลถามว่า “นาซาเร็ธ! จะมีอะไรดีมาจากที่นั่นได้หรือ” ฟีลิปบอกว่า “มาดูเถิด”
47
เมื่อพระเยซูเห็นนาธานาเอลเข้ามาหา จึงพูดถึงเขาว่า “นี่คืออิสราเอลแท้ ในตัวเขาไม่มีเล่ห์เหลี่ยมเลย”
48
นาธานาเอลถามว่า “ท่านรู้จักข้าพเจ้าได้อย่างไร” พระเยซูตอบว่า “เราเห็นเจ้าขณะยังนั่งอยู่ใต้ต้นมะเดื่อก่อนฟีลิปจะเรียกเจ้า”
49
นาธานาเอลจึงประกาศว่า “รับบี พระองค์เป็นพระบุตรของพระเจ้า พระองค์เป็นกษัตริย์ของอิสราเอล”
50
พระเยซูพูดว่า “เจ้าเชื่อ เพราะเราบอกว่าเราเห็นเจ้าอยู่ใต้ต้นมะเดื่อ เจ้าจะเห็นสิ่งยิ่งใหญ่กว่านั้นอีก”
51
แล้วพระองค์พูดต่อไปว่า “เราบอกความจริงว่า พวกเจ้าจะเห็น ‘ฟ้าสวรรค์เปิดออก และพวกทูตสวรรค์ของพระเจ้าขึ้นและลง’ เหนือบุตรมนุษย์”
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 2 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21