bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
/
John 19
John 19
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
← Chapter 18
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 20 →
1
จากนั้นปีลาตจึงให้เอาตัวพระเยซูไปโบยตี
2
พวกทหารสานมงกุฎหนามสวมที่ศีรษะของพระเยซู และสวมเสื้อคลุมสีม่วงให้พระองค์
3
แล้วเข้ามาหาพระองค์ครั้งแล้วครั้งเล่าและกล่าวว่า “ขอให้กษัตริย์ของชาวยิว จงเจริญ!” และพวกเขาก็ตบหน้าพระองค์
4
ปีลาตออกมาอีกครั้งหนึ่งและกล่าวกับพวกยิวที่มาชุมนุมที่นั่นว่า “ดูสิ เรากำลังนำตัวเขาออกมา เพื่อท่านจะได้รู้ว่า เราไม่พบว่าเขาทำอะไรผิดตามข้อกล่าวหา”
5
เมื่อพระเยซูออกมา พระองค์สวมมงกุฎหนามและเสื้อคลุมสีม่วง ปีลาตกล่าวกับพวกยิวว่า “เขาอยู่ที่นี่แล้ว!”
6
ทันทีที่พวกหัวหน้าปุโรหิตและเจ้าหน้าที่เห็นพระเยซูก็ตะโกนว่า “ตรึงที่ไม้กางเขน! ตรึงที่ไม้กางเขน!” แต่ปีลาตตอบว่า “พวกท่านรับตัวเขาไปและตรึงเขาที่ไม้กางเขนเถิด เพราะเราไม่พบว่าเขาทำอะไรผิด”
7
พวกยิวยืนกรานว่า “เรามีกฎบัญญัติและตามกฎบัญญัตินั้น เขาต้องตาย เพราะเขาอ้างตัวเป็นพระบุตรของพระเจ้า”
8
เมื่อปีลาตได้ยินเช่นนี้ก็ยิ่งตกใจกลัว
9
จึงกลับเข้ามาในวังและถามพระเยซูว่า “ท่านมาจากไหน” แต่พระเยซูไม่ตอบ
10
ปีลาตกล่าวว่า “ท่านไม่ยอมพูดกับเราหรือ ท่านไม่รู้หรือว่าเรามีอำนาจที่จะปล่อยหรือตรึงท่านให้ตายที่ไม้กางเขนก็ได้”
11
พระเยซูตอบว่า “ท่านมีอำนาจเหนือเราไม่ได้หากเบื้องบนไม่มอบให้ ด้วยเหตุนี้คนที่นำตัวเรามาให้ท่านจึงมีความผิดบาปร้ายแรงกว่า”
12
นับจากนั้น ปีลาตก็หาทางปล่อยพระเยซู แต่พวกหัวหน้าชาวยิวตะโกนไม่หยุดว่า “ถ้าท่านปล่อยชายคนนี้ ท่านก็ไม่ใช่มิตรของซีซาร์ ใครที่อ้างตัวเป็นกษัตริย์ก็เป็นปฏิปักษ์กับซีซาร์”
13
เมื่อปีลาตได้ยินเช่นนั้นก็นำตัวพระเยซูออกมา ปีลาตนั่งบนบัลลังก์พิพากษา ในบริเวณที่เรียกกันว่า ลานศิลา (ภาษาอารเมคเรียกว่า กับบาธา)
14
วันนั้นเป็นวันเตรียมปัสกา เวลาประมาณเที่ยงวัน ปีลาตกล่าวกับพวกยิวว่า “นี่คือกษัตริย์ของพวกท่าน”
15
แต่พวกเขาตะโกนว่า “เอาตัวไป! เอาตัวเขาไป! ตรึงเขาที่ไม้กางเขน!” ปีลาตถามว่า “จะให้เราตรึงกษัตริย์ของพวกท่านที่ไม้กางเขนหรือ” พวกหัวหน้าปุโรหิตตอบว่า “นอกจากซีซาร์แล้วเราไม่มีกษัตริย์”
16
ในที่สุดปีลาตก็มอบพระเยซูให้พวกเขาไปตรึงที่ไม้กางเขน พวกทหารจึงคุมตัวพระเยซูไป
17
พระองค์แบกกางเขนของพระองค์ไปยังสถานหัวกะโหลก (ซึ่งในภาษาอารเมคเรียกว่า กลโกธา)
18
ที่นั่นพวกเขาตรึงพระองค์บนไม้กางเขนพร้อมกับอีกสองคนอยู่คนละข้าง และพระเยซูอยู่ตรงกลาง
19
ปีลาตให้เขียนป้ายติดไว้บนกางเขนว่า เยซูชาวนาซาเร็ธ กษัตริย์ของชาวยิว***
20
พวกยิวหลายคนอ่านป้ายนี้ เพราะที่ซึ่งพระเยซูถูกตรึงนั้นอยู่นอกเมืองใกล้เยรูซาเล็ม และป้ายนั้นเขียนไว้เป็นภาษาอารเมค ลาติน และกรีก
21
พวกหัวหน้าปุโรหิตของชาวยิวจึงคัดค้านปีลาตว่า “อย่าเขียนว่า ‘กษัตริย์ของชาวยิว’ แต่เขียนว่าชายคนนี้อ้างตัวเป็นกษัตริย์ของชาวยิว”
22
ปีลาตตอบว่า “สิ่งที่เราเขียนแล้ว ก็ให้เป็นไปตามนั้น”
23
เมื่อพวกทหารตรึงพระเยซูที่ไม้กางเขนแล้ว จึงเอาเสื้อคลุมของพระองค์มาแบ่งเป็นสี่ส่วน ได้ไปคนละส่วน เหลือไว้แต่เสื้อผ้าชั้นในซึ่งไม่มีตะเข็บ แต่ทอเป็นผืนเดียวตั้งแต่บนจดล่าง
24
พวกเขาพูดกันว่า “อย่าฉีกแบ่งเลย ให้เราจับฉลากกันว่าใครจะได้เสื้อตัวนี้” ทั้งนี้เพื่อจะเป็นจริงตามพระคัมภีร์ที่ว่า “พวกเขาเอาเครื่องนุ่งห่มของข้าพเจ้ามาแบ่งกัน และเอาเสื้อผ้าของข้าพเจ้ามาจับฉลาก” และนี่คือสิ่งที่พวกทหารทำกัน
25
คนที่ยืนอยู่ข้างไม้กางเขนของพระเยซูได้แก่ แม่และน้าสาวของพระองค์ มารีย์ภรรยาของโคลปัส และมารีย์ชาวมักดาลา
26
เมื่อพระเยซูเห็นแม่ของพระองค์และสาวกที่รักยืนอยู่ใกล้ๆ จึงพูดกับแม่ของพระองค์ว่า “หญิงเอ๋ย นี่คือลูกชายของท่าน”
27
และพูดกับสาวกคนนั้นว่า “นี่คือแม่ของเจ้า” นับจากนั้นมา สาวกคนนี้ก็รับแม่ของพระองค์มาอยู่ที่บ้านของตน
28
ต่อมาเมื่อพระองค์รู้ว่าทุกสิ่งสำเร็จครบถ้วนแล้ว และเพื่อจะเป็นจริงตามพระคัมภีร์ พระเยซูพูดว่า “เรากระหายน้ำ”
29
ที่นั่นมีภาชนะใส่เหล้าองุ่นเปรี้ยวตั้งอยู่ พวกเขาจึงเอาฟองน้ำจุ่มเหล้านั้นเสียบปลายไม้หุสบชูขึ้นถึงริมฝีปากของพระเยซู
30
เมื่อดื่มเหล้าองุ่นเปรี้ยวแล้ว พระเยซูพูดว่า “สำเร็จแล้ว” พระองค์ก็ก้มศีรษะลงสิ้นใจ
31
วันนั้นเป็นวันเตรียมและรุ่งขึ้นจะเป็นวันสะบาโตพิเศษ เนื่องจากพวกหัวหน้าชาวยิวไม่ต้องการให้ศพค้างไว้บนไม้กางเขนระหว่างวันสะบาโต จึงขอปีลาตให้ทุบขาคนที่ถูกตรึงให้หักและเอาศพลงมา
32
พวกทหารจึงมาทุบขาของชายคนแรกที่ถูกตรึงบนไม้กางเขน แล้วทุบขาของอีกคนหนึ่งให้หักด้วย
33
แต่เมื่อมาถึงพระเยซู พวกเขาพบว่าพระองค์ตายแล้วจึงไม่ได้ทุบขาของพระองค์
34
แต่ทหารคนหนึ่งเอาหอกแทงที่สีข้างของพระเยซู โลหิตกับน้ำก็ไหลออกมาทันที
35
คนที่เห็นเหตุการณ์นี้ได้เป็นพยาน และคำพยานของเขาเป็นความจริง เขารู้ว่าเขาพูดความจริง และเป็นพยานเพื่อพวกท่านจะเชื่อด้วย
36
สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเพื่อจะเป็นจริงตามพระคัมภีร์ที่ว่า “กระดูกของเขาจะไม่ถูกหักสักชิ้นเดียว”
37
และพระคัมภีร์อีกตอนหนึ่งที่กล่าวว่า “พวกเขาจะมองดูผู้ที่พวกเขาแทง”
38
หลังจากนั้นโยเซฟชาวอาริมาเธียได้ไปขอรับศพพระเยซูจากปีลาต เขาเป็นสาวกของพระเยซู แต่ไม่กล้าแสดงตัวเพราะกลัวพวกยิว เมื่อปีลาตอนุญาต เขาก็มารับศพไป
39
นิโคเดมัส คนที่เคยมาหาพระเยซูตอนกลางคืนก็มาร่วมด้วย เขานำเครื่องหอมคือ มดยอบผสมกับกฤษณาหนักประมาณ 34 กิโลกรัมมา
40
ทั้งสองเอาศพของพระเยซูลงมา แล้วเอาแถบผ้าลินินพันศพพร้อมกับเครื่องหอมตามธรรมเนียมการฝังศพของชาวยิว
41
ตรงสถานที่ซึ่งพระเยซูถูกตรึงมีสวนแห่งหนึ่ง และในสวนมีอุโมงค์ใหม่ที่ยังไม่เคยวางศพใครมาก่อน
42
เนื่องจากวันนั้นเป็นวันเตรียมของพวกยิวและอุโมงค์ก็อยู่ใกล้ พวกเขาจึงวางศพพระเยซูไว้ที่นั่น
← Chapter 18
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 20 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21