bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
/
John 6
John 6
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
← Chapter 5
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 7 →
1
ต่อมาพระเยซูข้ามทะเลสาบกาลิลี (คือทะเลทิเบเรียส) ไปยังอีกฟากหนึ่ง
2
ฝูงชนกลุ่มใหญ่ติดตามพระองค์ไปเพราะเห็นหมายสำคัญที่กระทำแก่คนป่วย
3
พระเยซูขึ้นไปบนเนินเขาและนั่งกับพวกสาวก
4
ขณะนั้นใกล้ถึงเทศกาลปัสกาของชาวยิวแล้ว
5
เมื่อพระเยซูเงยหน้าขึ้นเห็นคนกลุ่มใหญ่กำลังมาจึงพูดกับฟีลิปว่า “เราจะไปซื้ออาหารที่ไหนมาให้คนเหล่านี้กิน”
6
พระองค์ถามเพื่อทดสอบฟีลิป เพราะพระองค์คิดไว้แล้วว่าจะทำอะไร
7
ฟีลิปตอบว่า “เงินค่าแรงมากกว่าครึ่งปียัง ซื้ออาหารพอให้คนเหล่านี้กินได้แค่คนละคำ”
8
สาวกอีกคนหนึ่ง คืออันดรูว์น้องชายของซีโมนเปโตรพูดขึ้นว่า
9
“เด็กคนหนึ่งที่นี่มีขนมปังบาร์เลย์ก้อนเล็กห้าก้อนกับปลาเล็กๆ สองตัว แต่จะพออะไรกับคนมากมายขนาดนี้”
10
พระเยซูพูดว่า “ให้ทุกคนนั่งลง” ที่นั่นมีหญ้ามาก พวกเขาจึงนั่งลง (มีผู้ชายประมาณห้าพันคน)
11
พระเยซูรับขนมปังมา ขอบคุณพระเจ้า และแจกจ่ายให้คนเหล่านั้นที่นั่งอยู่ได้กินกันมากเท่าที่ต้องการ พระองค์หยิบปลามาทำอย่างเดียวกัน
12
เมื่อทุกคนอิ่มแล้ว พระองค์พูดกับพวกสาวกว่า “เก็บรวบรวมเศษที่เหลือ อย่าให้เสียของ”
13
พวกเขาจึงเก็บเศษที่เหลือจากขนมปังบาร์เลย์ห้าก้อนได้เต็มสิบสองตะกร้า
14
หลังจากผู้คนเห็นหมายสำคัญที่พระเยซูทำ ก็เริ่มพูดกันว่า “นี่คือผู้เผยพระวจนะคนนั้นที่จะเข้ามาในโลกอย่างแน่นอน”
15
พระเยซูรู้ว่าพวกเขาตั้งใจมาบังคับพระองค์ให้ขึ้นเป็นกษัตริย์ จึงปลีกตัวขึ้นไปบนภูเขาอีกครั้งตามลำพัง
16
เมื่อถึงตอนเย็น พวกสาวกของพระองค์มาที่ทะเลสาบ
17
แล้วลงเรือข้ามฟากไปยังเมืองคาเปอรนาอุม เวลานั้นมืดแล้ว แต่พระเยซูยังไม่มาสมทบกับพวกเขา
18
ทะเลปั่นป่วนเพราะลมพัดแรง
19
เมื่อพวกเขาพายเรือไปได้ประมาณหกกิโลเมตร ก็เห็นพระเยซูเดินบนน้ำมาที่เรือ พวกเขาหวาดกลัว
20
แต่พระองค์พูดกับเขาว่า “นี่เราเอง อย่ากลัวเลย”
21
เขาจึงเต็มใจรับพระองค์ขึ้นเรือ และเรือก็ถึงฝั่งที่กำลังมุ่งหน้าไปโดยทันที
22
วันรุ่งขึ้น ฝูงชนที่ยังอยู่อีกฟากเห็นว่าตรงนั้นเคยมีเรืออยู่ลำเดียว และพระเยซูก็ไม่ได้ลงเรือไปกับพวกสาวก แต่พวกสาวกไปกันเอง
23
จากนั้นมีเรือบางลำจากทิเบเรียสมาจอดใกล้ๆ ตรงที่ผู้คนได้กินขนมปังหลังจากองค์พระผู้เป็นเจ้าขอบคุณพระเจ้าแล้ว
24
ทันทีที่ฝูงชนเห็นว่าพระเยซูกับสาวกไม่ได้อยู่ที่นั่น จึงลงเรือไปยังคาเปอรนาอุมเพื่อตามหาพระเยซู
25
เมื่อพวกเขาพบพระองค์ที่อีกฟากของทะเลสาบก็ถามพระองค์ว่า “รับบี ท่านมาถึงที่นี่เมื่อใด”
26
พระเยซูตอบว่า “เราบอกความจริงว่า พวกท่านตามหาเราไม่ใช่เพราะเห็นหมายสำคัญ แต่เพราะได้กินขนมปังจนอิ่ม
27
อย่าทำงานเพื่ออาหารที่เน่าเสียได้ แต่จงทำเพื่อได้อาหารที่คงอยู่ถึงชีวิตนิรันดร์ ซึ่งบุตรมนุษย์จะให้แก่ท่าน พระเจ้าพระบิดาประทับตรารับรองบุตรมนุษย์แล้ว”
28
พวกเขาถามพระองค์ว่า “เราต้องทำอะไรเพื่อทำตามความประสงค์ของพระเจ้า”
29
พระเยซูตอบว่า “งานของพระเจ้าคือ การเชื่อในผู้ที่พระองค์ส่งมา”
30
พวกเขาจึงถามว่า “ท่านจะให้หมายสำคัญอะไร เราจะได้เห็นและเชื่อ ท่านจะทำอะไรบ้าง
31
บรรพบุรุษของเราได้กินมานาในถิ่นทุรกันดารตามที่มีเขียนไว้ว่า ‘พระองค์มอบอาหารจากสวรรค์ให้แก่เขาเพื่อกิน’ ”
32
พระเยซูพูดว่า “เราบอกความจริงว่า โมเสสไม่ได้มอบอาหารจากสวรรค์นั้นให้แก่ท่าน แต่พระบิดาของเราเป็นผู้มอบให้ และเวลานี้พระองค์มอบอาหารแท้จากสวรรค์ให้แก่ท่าน
33
เพราะอาหารจากพระเจ้า คืออาหารที่ลงมาจากสวรรค์และให้ชีวิตแก่โลกนี้”
34
พวกเขาพูดว่า “นายท่าน โปรดมอบอาหารนี้ให้แก่เราเสมอไป”
35
พระเยซูประกาศว่า “เราเป็นอาหารแห่งชีวิต ใครที่มาหาเราจะไม่มีวันหิว และใครที่เชื่อในเราจะไม่มีวันกระหายอีก
36
ตามที่เราได้บอกไว้ว่า ท่านได้เห็นเราแต่ก็ยังไม่เชื่อ
37
ทุกคนที่พระบิดามอบให้เราจะมาหาเรา และใครที่มาหาเรา เราจะไม่ขับไล่เลย
38
เพราะเราลงมาจากสวรรค์ มิใช่เพื่อทำตามใจตัวเอง แต่เพื่อทำตามความประสงค์ของผู้ที่ส่งเรามา
39
และความประสงค์ของผู้ที่ส่งเรามา คือไม่ให้เราสูญเสียบรรดาคนที่พระองค์มอบให้แก่เราแม้สักคนเดียว แต่ให้คนเหล่านี้ฟื้นขึ้นมาในวันสุดท้าย
40
เพราะพระบิดาของเราต้องการให้ทุกคนที่มองดูพระบุตรและเชื่อในพระองค์จะมีชีวิตนิรันดร์ และในวันสุดท้ายเราจะให้พวกเขาฟื้นขึ้นจากความตาย”
41
แล้วพวกยิวจึงเริ่มบ่นพึมพำเพราะพระองค์พูดว่า “เราเป็นอาหารที่ลงมาจากสวรรค์”
42
พวกเขาพูดว่า “นี่คือเยซูลูกชายของโยเซฟไม่ใช่หรือ เรารู้จักพ่อแม่ของเขา เขาพูดได้อย่างไรว่า ‘เราลงมาจากสวรรค์’ ”
43
พระเยซูตอบว่า “หยุดพูดพึมพำกันได้แล้ว
44
ไม่มีใครมาหาเราได้ นอกจากพระบิดาผู้ส่งเรามาชักนำเขา และในวันสุดท้ายเราจะให้เขาฟื้นขึ้นจากความตาย
45
หนังสือผู้เผยพระวจนะเขียนไว้ว่า ‘พวกเขาจะรับการสอนจากพระเจ้า’ ทุกคนที่ฟังพระบิดาและเรียนรู้จากพระองค์ก็มาหาเรา
46
ไม่มีใครได้เห็นพระบิดา นอกจากผู้นั้นที่มาจากพระเจ้า มีเพียงพระองค์ที่ได้เห็นพระบิดา
47
เราบอกความจริงว่า คนที่เชื่อก็มีชีวิตนิรันดร์
48
เราเป็นอาหารแห่งชีวิต
49
บรรพบุรุษของท่านได้กินมานาในถิ่นทุรกันดาร แต่พวกเขาก็ตาย
50
แต่นี่คืออาหารซึ่งลงมาจากสวรรค์ที่ใครกินแล้วก็จะไม่ตาย
51
เราเป็นอาหารที่มีชีวิตซึ่งลงมาจากสวรรค์ ใครได้กินอาหารนี้จะมีชีวิตอยู่ตลอดไป อาหารนี้คือเนื้อของเราซึ่งเราจะให้ เพื่อโลกนี้จะมีชีวิต”
52
แล้วชาวยิวจึงเริ่มโต้เถียงกันอย่างรุนแรงว่า “คนนี้จะเอาเนื้อของเขาให้เรากินได้อย่างไร”
53
พระเยซูพูดกับพวกเขาว่า “เราบอกความจริงว่า ถ้าท่านไม่กินเนื้อและดื่มโลหิตของบุตรมนุษย์ ก็จะไม่มีชีวิตอยู่ในตัวท่าน
54
ใครกินเนื้อและดื่มโลหิตของเรา ย่อมมีชีวิตนิรันดร์ และในวันสุดท้ายเราจะให้เขาฟื้นขึ้นจากความตาย
55
เพราะเนื้อของเราเป็นอาหารแท้และโลหิตของเราเป็นเครื่องดื่มแท้
56
ใครกินเนื้อและดื่มโลหิตของเรา คนนั้นก็อยู่ในเราและเราอยู่ในเขา
57
เหมือนที่พระบิดาผู้มีชีวิตได้ส่งเรามา และเรามีชีวิตอยู่เพราะพระบิดา ดังนั้นผู้ที่กินเราก็จะมีชีวิตอยู่เพราะเรา
58
นี่คืออาหารซึ่งลงมาจากสวรรค์ บรรพบุรุษของท่านกินมานาและตายไป แต่ใครกินอาหารนี้จะมีชีวิตอยู่ตลอดไป”
59
พระองค์พูดสิ่งเหล่านี้ขณะสอนในธรรมศาลาในเมืองคาเปอรนาอุม
60
สาวกของพระองค์หลายคนได้ฟังเรื่องนี้ก็พูดว่า “คำสอนนี้ยากนัก ใครเล่าจะรับได้”
61
พระเยซูรู้ว่าพวกสาวกกำลังบ่นพึมพำเรื่องนี้ จึงพูดกับพวกเขาว่า “เรื่องนี้ทำให้เจ้าขุ่นเคืองใจหรือ
62
แล้วเจ้าจะว่าอย่างไรหากได้เห็นบุตรมนุษย์ถูกรับขึ้นไปยังที่ซึ่งพระองค์อยู่มาก่อน
63
พระวิญญาณให้ชีวิต เนื้อหนังให้ชีวิตไม่ได้ ถ้อยคำที่เราพูดกับเจ้าเต็มไปด้วยพระวิญญาณ และชีวิต
64
แต่มีบางคนในพวกเจ้าที่ไม่เชื่อ” เนื่องจากพระเยซูรู้ตั้งแต่แรกว่าคนใดในพวกเขาที่ไม่เชื่อและใครจะทรยศพระองค์
65
พระองค์พูดต่อไปว่า “นี่คือเหตุผลที่เราบอกพวกเจ้าว่า ไม่มีใครมาหาเราได้นอกจากพระบิดาจะให้เขามา”
66
ตั้งแต่นั้นมาสาวกของพระองค์หลายคนก็หันกลับ และเลิกติดตามพระองค์
67
พระเยซูถามสาวกทั้งสิบสองคนว่า “เจ้าไม่จากไปด้วยหรือ”
68
ซีโมนเปโตรตอบว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า พวกเราจะไปหาใครได้ พระองค์มีถ้อยคำแห่งชีวิตนิรันดร์
69
เราเชื่อและรู้ว่าพระองค์เป็นองค์บริสุทธิ์ของพระเจ้า”
70
พระเยซูจึงตอบว่า “เราได้เลือกเจ้าทั้งสิบสองคนไม่ใช่หรือ แต่คนหนึ่งในพวกเจ้าคือมารร้าย!”
71
(พระองค์หมายถึงยูดาสผู้เป็นลูกชายของซีโมนอิสคาริโอท แม้ยูดาสเป็นหนึ่งในสาวกสิบสองคน แต่ภายหลังทรยศพระองค์)
← Chapter 5
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 7 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21