bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
/
John 4
John 4
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
← Chapter 3
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 5 →
1
เมื่อพระเยซูรู้ว่าพวกฟาริสีได้ยินว่า พระองค์มีสาวกและให้บัพติศมามากกว่ายอห์น
2
ความจริงพระเยซูไม่ได้ให้บัพติศมา แต่เป็นพวกสาวกของพระองค์
3
ดังนั้น พระเยซูจึงออกจากแคว้นยูเดีย กลับไปยังแคว้นกาลิลีอีก
4
พระองค์ต้องผ่านแคว้นสะมาเรีย
5
จึงมาที่เมืองหนึ่งในแคว้นสะมาเรียชื่อสิคาร์ ใกล้ที่ดินแปลงที่ยาโคบยกให้โยเซฟลูกชายของเขา
6
บ่อน้ำของยาโคบอยู่ที่นั่น พระเยซูเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง จึงนั่งข้างๆ บ่อ ตอนนั้นเวลาประมาณเที่ยง
7
มีหญิงชาวสะมาเรียคนหนึ่งมาตักน้ำ พระเยซูบอกเธอว่า “ขอน้ำให้เราดื่มได้ไหม”
8
(สาวกของพระองค์เข้าไปซื้ออาหารในเมือง)
9
หญิงชาวสะมาเรียพูดว่า “ท่านเป็นยิว ส่วนฉันเป็นหญิงสะมาเรีย ท่านมาขอน้ำจากฉันได้อย่างไร” (เพราะคนยิวไม่คบหาคนสะมาเรีย)
10
พระเยซูตอบว่า “ถ้าเจ้ารู้จักของประทานที่พระเจ้ามอบให้และผู้ที่ขอน้ำ เจ้าคงจะขอจากผู้นั้น และท่านจะให้น้ำซึ่งให้ชีวิตแก่เจ้า”
11
หญิงนั้นพูดว่า “นายท่าน ท่านจะใช้อะไรตักน้ำและบ่อก็ลึก ท่านจะได้น้ำซึ่งให้ชีวิตจากไหน
12
ท่านยิ่งใหญ่กว่ายาโคบบรรพบุรุษของเราผู้ที่ให้บ่อนี้แก่เราหรือ และยาโคบกับลูกหลานตลอดจนฝูงสัตว์ก็ดื่มน้ำจากบ่อนี้”
13
พระเยซูตอบว่า “ทุกคนที่ดื่มน้ำนี้จะกระหายอีก
14
แต่ใครดื่มน้ำที่เราให้จะไม่กระหายอีกเลย ความจริงคือ น้ำที่เราให้เขาจะกลายเป็นน้ำพุพลุ่งขึ้นสู่ชีวิตนิรันดร์ในตัวเขา”
15
หญิงนั้นพูดว่า “นายท่าน โปรดให้น้ำนั้นแก่ฉัน เพื่อจะไม่กระหายอีก และไม่ต้องกลับมาตักน้ำที่นี่”
16
พระเยซูบอกเธอว่า “จงไปเรียกสามีของเจ้ามา”
17
เธอตอบว่า “ฉันไม่มีสามี” พระเยซูพูดว่า “เจ้าพูดถูกว่าไม่มีสามี
18
เพราะความจริง เจ้ามีสามีห้าคนแล้ว และชายคนที่เจ้าอยู่ด้วยตอนนี้ก็ไม่ใช่สามีของเจ้า สิ่งที่เจ้าเพิ่งพูดไปก็จริงอยู่”
19
หญิงนั้นพูดว่า “นายท่าน ฉันเห็นแล้วว่าท่านเป็นผู้เผยพระวจนะ
20
บรรพบุรุษของเรานมัสการที่ภูเขานี้ แต่พวกท่านชาวยิวอ้างว่าเราต้องนมัสการที่เยรูซาเล็ม”
21
พระเยซูตอบว่า “หญิงเอ๋ย เชื่อเราเถิด ใกล้ถึงเวลาที่พวกเจ้าจะนมัสการพระบิดา ไม่ใช่ที่ภูเขานี้หรือที่เยรูซาเล็ม
22
พวกเจ้าชาวสะมาเรียนมัสการสิ่งที่เจ้าไม่รู้จัก ส่วนพวกเรานมัสการสิ่งที่เรารู้จักเพราะความรอดมาจากชาวยิว
23
กระนั้นก็ใกล้ถึงเวลา และบัดนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่ผู้นมัสการที่แท้จริงจะนมัสการพระบิดาในพระวิญญาณและความจริง เพราะพระบิดาแสวงหาผู้ที่นมัสการพระองค์แบบนั้น
24
พระเจ้าเป็นวิญญาณ ผู้ที่นมัสการพระองค์ต้องนมัสการในพระวิญญาณและความจริง”
25
หญิงนั้นพูดว่า “ฉันรู้ว่าพระเมสสิยาห์ (ที่เรียกว่าพระคริสต์) กำลังมา เมื่อพระองค์มา ก็จะอธิบายทุกสิ่งแก่พวกเรา”
26
พระเยซูจึงประกาศว่า “เราที่พูดกับเจ้าคือผู้นั้น”
27
ขณะนั้น พวกสาวกก็กลับมาและประหลาดใจที่เห็นพระองค์พูดคุยกับผู้หญิง แต่ไม่มีใครถามว่า “พระองค์ต้องการอะไร” หรือ “ทำไมพระองค์พูดคุยกับเธอ”
28
แล้วหญิงนั้นก็ทิ้งหม้อน้ำ กลับเข้าเมือง และบอกกับผู้คนว่า
29
“มาเถิด มาดูชายคนหนึ่งซึ่งบอกทุกสิ่งที่ฉันเคยทำ ท่านผู้นี้จะเป็นพระเมสสิยาห์ได้ไหม”
30
พวกเขาจึงออกจากเมืองมุ่งหน้ามาหาพระองค์
31
ขณะนั้นพวกสาวกรบเร้าพระองค์ว่า “รับบี กินอาหารบ้างเถิด”
32
แต่พระองค์พูดกับเขาว่า “เรามีอาหารที่พวกเจ้าไม่รู้”
33
พวกสาวกจึงพูดกันว่า “มีใครเอาอาหารมาให้พระองค์แล้วหรือ”
34
พระเยซูพูดว่า “อาหารของเราคือการทำตามความประสงค์ของพระองค์ผู้ส่งเรามา และทำงานของพระองค์ให้สำเร็จ
35
พวกเจ้าพูดไม่ใช่หรือว่า ‘อีกสี่เดือนก็จะถึงฤดูเก็บเกี่ยว’ เราบอกพวกเจ้าว่า จงเปิดตาดูทุ่งนา! ข้าวพร้อมให้เก็บเกี่ยวแล้ว
36
เวลานี้คนเก็บเกี่ยวก็รับค่าจ้าง และเก็บเกี่ยวพืชผลสำหรับชีวิตนิรันดร์ เพื่อคนหว่านและคนเก็บเกี่ยวจะยินดีด้วยกัน
37
ดังนี้จึงเป็นจริงตามคำกล่าวที่ว่า ‘คนหนึ่งหว่านและอีกคนเก็บเกี่ยว’
38
เราส่งพวกเจ้าไปเก็บเกี่ยวสิ่งที่เจ้าไม่ได้ลงแรง คนอื่นได้ตรากตรำทำงานหนัก และเจ้าได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการลงแรงของเขา”
39
ชาวสะมาเรียมากมายจากเมืองนั้นเชื่อในพระองค์เพราะคำพยานของหญิงนั้นที่ว่า “ท่านผู้นี้บอกทุกสิ่งที่ฉันเคยทำ”
40
ดังนั้นเมื่อชาวสะมาเรียมาหา พวกเขารบเร้าให้พระองค์พักอยู่ด้วย พระองค์อยู่ที่นั่นสองวัน
41
และเพราะถ้อยคำของพระองค์ คนอีกมากมายจึงได้มาเป็นผู้เชื่อ
42
พวกเขาบอกหญิงนั้นว่า “นับจากนี้เราไม่ได้เชื่อเพราะคำพูดของเจ้า แต่เราได้ยินด้วยตัวเอง และเรารู้ว่าท่านผู้นี้คือพระผู้ช่วยให้รอดของโลกอย่างแท้จริง”
43
หลังจากสองวันนั้น พระเยซูออกจากที่นั่นไปที่แคว้นกาลิลี
44
(พระองค์ชี้ให้เห็นว่าผู้เผยพระวจนะไม่ได้รับเกียรติในบ้านเมืองของตน)
45
เมื่อมาถึงกาลิลี ชาวเมืองนั้นต้อนรับพระองค์ พวกเขาเคยเห็นทุกสิ่งที่พระองค์กระทำในกรุงเยรูซาเล็มตอนเทศกาลปัสกา เพราะพวกเขาอยู่ที่นั่นด้วย
46
พระองค์เคยมาที่เมืองคานาในกาลิลี ซึ่งพระองค์ได้เปลี่ยนน้ำให้เป็นเหล้าองุ่นที่นั่น มีข้าราชการคนหนึ่งที่ลูกชายของเขานอนป่วยอยู่ที่เมืองคาเปอรนาอุม
47
เมื่อคนนี้ได้ยินว่าพระเยซูออกจากยูเดียมาถึงกาลิลีแล้ว จึงมาอ้อนวอนให้พระองค์มารักษาลูกชายของเขาซึ่งใกล้จะตาย
48
พระเยซูบอกกับเขาว่า “ถ้าพวกท่านไม่เห็นหมายสำคัญและการอัศจรรย์ ท่านจะไม่มีวันเชื่อ”
49
ข้าราชการคนนั้นพูดว่า “นายท่าน โปรดมาก่อนที่ลูกของข้าพเจ้าจะตาย”
50
พระเยซูตอบว่า “กลับไปเถิด ลูกชายของท่านจะรอดชีวิต” ชายคนนั้นเชื่อถ้อยคำของพระเยซูและกลับไป
51
ขณะที่เขาอยู่ระหว่างทาง คนรับใช้ของเขามาพบเพื่อบอกข่าวว่าลูกชายของเขารอดชีวิต
52
เมื่อเขาถามถึงเวลาที่ลูกชายของเขาอาการดีขึ้น คนเหล่านั้นบอกว่า “เขาหายไข้เมื่อวานนี้ตอนบ่ายโมง”
53
แล้วผู้เป็นพ่อจึงตระหนักว่าเป็นเวลาเดียวกันกับที่พระเยซูพูดกับเขาว่า “ลูกชายของท่านจะรอดชีวิต” ดังนั้นเขาและทุกคนในบ้านจึงเชื่อ
54
นี่คือหมายสำคัญครั้งที่สองที่พระเยซูทำหลังจากที่ออกจากยูเดียมากาลิลี
← Chapter 3
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 5 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21