bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
2 Kings 23
2 Kings 23
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 22
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 24 →
1
กษัตริย์ได้รับสั่งให้ผู้เฒ่าผู้แก่ทั้งปวงแห่งชาวยูดา, และกรุงยะรูซาเลมมาประชุมกัน.
2
กษัตริย์ได้เสด็จขึ้นไปในโบสถ์แห่งพระยะโฮวา, กับชาวยูดาและชาวกรุงยะรูซาเลม, พวกปุโรหิต, พวกผู้พยากรณ์, และราษฎรทั้งปวง, ทั้งผู้ใหญ่ผู้น้อย: แล้วท่านได้อ่านถ้อยคำทั้งปวงแห่งหนังสือสัญญาไมตรีซึ่งได้พบในโบสถ์แห่งพระยะโฮวาให้เขาฟัง
3
กษัตริย์ได้ทรงยืนอยู่ริมเสา, และได้กระทำสัญญาฉะเพาะพระยะโฮวาว่า, จะประพฤติตามพระยะโฮวา, จะรักษาพระบัญญัติข้อปฏิญาณและข้อกฎหมายของพระองค์ด้วยสุดใจสุดจิตต์, จะให้สำเร็จตามคำสัญญาไมตรีซึ่งเขียนไว้ในหนังสือนี้. ประชาชนทั้งปวงก็รับรองคำสัญญาไมตรีนั้น.
4
กษัตริย์มีรับสั่งแก่ฮีลคียาปุโรหิตผู้ใหญ่กับพวกปุโรหิตรอง, และผู้เฝ้าประตูให้เอาเครื่องภาชนะทั้งหมดซึ่งทำไว้สำหรับพระบาละ, สำหรับรูปเคารพสลักด้วยไม้, และสำหรับดวงดาวทั้งหลายในท้องฟ้าออกมาจากโบสถ์พระยะโฮวา: ให้เผาเครื่องเหล่านั้นนอกกรุงยะรูซาเลมในทุ่งคิดโรน, และเอาเถ้าไปยังเมืองเบ็ธเอล.
5
ท่านก็ถอดปุโรหิตทั้งหลายผู้ถวายบูชาพระเทียมเท็จ, ซึ่งกษัตริย์ยูดาทั้งหลายได้ตั้งไว้สำหรับเผาเครื่องหอมในที่นมัสการบนเนินสูงตามหัวเมืองทั้งหลายในประเทศยูดา, และในที่แขวงที่ล้อมรอบกรุงยะรูซาเลม; กับผู้ที่เผาเครื่องหอมบูชาแก่พระบาละ, แก่ดวงอาทิตย์, ดวงจันทร์, แก่ดวงดาวสิบสองราษี, และแก่ดวงดาราทั้งปวงในท้องฟ้า.
6
แล้วก็เอารูปเคารพสลักด้วยไม้ออกจากโบสถ์แห่งพระยะโฮวา, ไปข้างนอกกรุงยะรูซาเลม, และเผาเสียที่ลำธารคิดโรนนั้น, แล้วทุบตีจนเป็นผงละเอียด, เอาไปโปรยที่ฝังศพแห่งพลไพร่นั้น.
7
ท่านก็ทำลายเรือนทั้งหลายแห่งพวกน้องสวาท, ซึ่งอยู่ริมโบสถ์แห่งพระยะโฮวา, ที่มีผู้หญิงทอผ้าม่านสำหรับรูปเคารพสลักด้วยไม้.
8
ท่านก็ไล่พวกปุโรหิตทั้งสิ้นออกจากเมืองทั้งหลายแห่งประเทศยูดา, และทำลายที่นมัสการบนเนินสูงนั้นที่พวกปุโรหิตได้เผาเครื่องหอม, ตั้งแต่เมืองเฆบาจนถึงเมืองบะเอ็ลซาบา, และทำลายที่นมัสการบนเนินสูงแห่งประตูทั้งหลาย, ซึ่งเป็นทางที่เข้าประตูแห่งยะโฮซูอะผู้ครอบครองเมืองที่อยู่ข้างซ้ายของประตูเมืองนั้น.
9
แต่พวกปุโรหิตสำหรับนมัสการบนเนินสูงนั้นก็ไม่มาที่แท่นแห่งพระยะโฮวาในกรุงยะรูซาเลม, แต่เขาได้กินขนมไม่มีเชื้อด้วยกันกับพี่น้องของเขา.
10
ท่านได้ทำให้ตำบลโธเฟธ, ซึ่งอยู่ในหว่างเขาแห่งลูกหลานฮีโนมมลทิลไป, เพื่อจะไม่ให้ผู้ใดเผาลูกชายหรือลูกหญิงของเขาบูชาแก่พระโมเล็คนั้น.
11
ท่านก็เอาม้าทั้งหลายซึ่งกษัตริย์ยูดาทั้งปวงได้ถวายแก่ดวงอาทิตย์ไปเสีย, ม้านั้นเขาเก็บไว้ที่ทางเข้าโบสถ์แห่งพระยะโฮวา, ใกล้ห้องนะธัลเมเล็คขันที, ซึ่งอยู่ข้างนอกโบสถ์, และรถทั้งหลายที่เขาถวายแก่ดวงอาทิตย์นั้นท่านก็เผาเสียด้วยไฟ.
12
แท่นทั้งหลายซึ่งอยู่บนหลังคาห้องชั้นบนของอาฮาศ, ซึ่งกษัตริย์ยูดาทั้งหลายได้สร้าง, และแท่นทั้งหลายซึ่งมะนาเซได้สร้างไว้ในบริเวณทั้งสองแห่งโบสถ์พระยะโฮวา, กษัตริย์โยซียาได้ทำลายเสียจากที่นั่น, และผงคลีได้ทิ้งเสียในลำธารคิดโรน.
13
ที่นมัสการบนเนินสูงข้างหน้ากรุงยะรูซาเลม, ซึ่งอยู่ข้างขวาภูเขาแห่งความมลทิล, ที่ซะโลโมกษัตริย์ยิศราเอลได้สร้างสำหรับไว้อัศโธเร็ธพระอันน่าเกลียดของชาวซีโดน, สำหรับไว้คีโมศพระอันน่าเกลียดของชาวโมอาบ, และสำหรับไว้มิลโคมพระอันน่าเกลียดของชาวอำโมน, กษัตริย์นั้นก็ทำให้เป็นที่มลทิลไป.
14
รูปเคารพเหล่านั้นท่านก็หักทำลายเสีย, รูปเคารพสลักด้วยไม้ท่านก็เผาเสีย และที่สำหรับนมัสการพระเหล่านั้นท่านก็ถมเสียด้วยกะดูกคน
15
แท่นซึ่งอยู่ในเมืองเบ็ธเอล, และที่สำหรับนมัสการบนเนินสูงนั้นซึ่งยาราบะอามบุตรนะบาต, ผู้ได้กระทำให้พวกยิศราเอลหลงผิด, ได้สร้างไว้, คือทั้งแท่นนมัสการบนเนินสูงนั้น, กษัตริย์ก็ได้ทำลายเสีย, ที่นมัสการบนเนินสูงนั้นท่านได้เผาและทุบตีให้แหลกเป็นผง, รูปเคารพสลักด้วยไม้นั้นท่านก็เผาเสีย.
16
เมื่อโยซียาเหลียวไปเห็นเหล่าอุโมงค์ฝังศพทั้งหลาย, ซึ่งอยู่บนภูเขานั้น, ท่านก็ทรงใช้ให้เอากะดูกคนออกจากอุโมงค์เผาเสียบนแท่น, เพื่อทำให้แท่นเป็นมลทิลไปตามคำพระยะโฮวาซึ่งผู้พยากรณ์แห่งพระเจ้าได้ประกาศไว้.
17
ท่านก็ถามว่า, อนุสสาวรีย์ซึ่งเราได้เห็นนั้นคืออะไร? ชาวเมืองนั้นก็ทูลตอบว่า. นั่นคืออุโมงค์ฝังศพของคนแห่งพระเจ้า, ซึ่งมาจากประเทศยูดา, ได้ประกาศว่าจะทำการเหล่านี้ที่ท่านได้ทำแล้วต่อแท่นเมืองเบ็ธเอล.
18
ท่านตรัสว่า, จงให้เขาอยู่ที่นี่; อย่าให้ผู้ใดเอากะดูกของเขาออกไปเลย. เขาทั้งหลายจึงละกะดูกนั้นไว้, ให้อยู่ด้วยกันกับกะดูกผู้พยากรณ์ที่ได้มาจากกรุงซะมาเรีย.
19
โบสถ์สำหรับนมัสการบนเนินสูงทั้งหมดในหัวเมืองทั้งหลายแห่งประเทศซะมาเรีย, ซึ่งกษัตริย์ยิศราเอลทั้งหลายได้สร้างไว้ให้เป็นที่เคืองพระทัยพระยะโฮวา, โยซียาก็ทำลายเสีย, และกระทำแก่โบสถ์เหล่านั้นทุกประการเหมือนท่านได้กระทำในเมืองเบ็ธเอล.
20
ท่านก็ประหารชีวิตปุโรหิตทั้งปวงแห่งที่นมัสการบนเนินสูงบนแท่นนั้น, และก็เผากะดูกคนบนแท่นนั้น, แล้วท่านก็เสด็จกลับไปยังกรุงยะรูซาเลม
21
กษัตริย์มีรับสั่งแก่คนทั้งปวงว่า, จงถือการเลี้ยงปัศคาถวายพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าตามซึ่งเขียนไว้แล้วในหนังสือสัญญาไมตรี.
22
แท้จริงไม่ได้ถือการเลี้ยงปัศคาอย่างนั้นตั้งแต่สมัยแห่งผู้วินิจฉัยที่ครอบครองพวกยิศราเอล, หรือในสมัยของกษัตริย์ทั้งหลายแห่งประเทศยิศราเอล, หรือในสมัยกษัตริย์ทั้งหลายแห่งประเทศยูดา;
23
แต่ในปีที่สิบแปดแห่งรัชชกาลกษัตริย์โยซียา, เขาจึงถือการเลี้ยงปัศคานี้ถวายพระยะโฮวาในกรุงยะรูซาเลม
24
อีกประการหนึ่งแม่มดคนทรงผี, รูปเธเรฟิม, และรูปเคารพทั้งหลาย, และสิ่งซึ่งน่าเกลียดชังที่ได้พบในประเทศยูดาและในกรุงยะรูซาเลม, โยซียาก็ได้ทำลายเสีย, เพื่อท่านจะได้กระทำให้สำเร็จตามถ้อยคำแห่งพระธรรมที่เขียนไว้ในหนังสือซึ่งฮีลคียาปุโรหิตได้พบในโบสถ์แห่งพระยะโฮวา.
25
ก่อนนั้นไม่มีกษัตริย์เหมือนอย่างท่าน, ที่ได้กลับหาพระยะโฮวาด้วยสุดใจสุดจิตต์, และด้วยสุดกำลัง, ตามข้อต่างๆ ซึ่งอยู่ในพระธรรมของโมเซ; หรือภายหลังท่านก็มิได้มีกษัตริย์เหมือนอย่างท่านเลย
26
ถึงกระนั้นพระยะโฮวาก็ยังหาได้หันกลับจากความพิโรธอันใหญ่ยิ่งพระองค์ซึ่งติดพลุ่งขึ้นต่อชาวยูดา, เพราะการทั้งปวงซึ่งมะนาเซได้ทำให้พระองค์เคืองพระทัยนั้นไม่.
27
พระยะโฮวาตรัสว่า, “เราจะยกประเทศยูดาออกให้พ้นจากคลองเนตรของเราเหมือนอย่างผู้ได้ยกประเทศยิศราเอลแล้ว, กรุงเยรูซาเลมนี้ซึ่งเราได้เลือกไว้, และโบสถ์นี้ซึ่งเราได้ว่า, นามของเราจะอยู่ที่นั่น เราจะละทิ้งเสีย.”
28
ประวัตินอกนั้นของโยซียา, และกิจการต่างๆ ซึ่งท่านได้กระทำก็ได้จดไว้ในหนังสือพงศาวดารกษัตริย์ยูดามิใช่หรือ?
29
ในรัชชกาลของโยซียาฟาโรนะโคกษัตริย์ประเทศอายฆุบโตยกทัพไปรบกับกษัตริย์อะซูริยะที่แม่น้ำฟาราธ: กษัตริย์โยซียาก็ยกทัพออกไปรบกับฟาโรนะโค; เมื่อฟาโรนะโคได้เห็นโยซียาแล้ว, ก็ได้ฆ่าท่านเสียที่หุบเขามะฆีโด.
30
ข้าราชการของท่านก็นำพระศพใส่รถรบมาจากหุบเขามะฆีโดยังกรุงยะรูซาเลม, ฝังไว้ในอุโมงค์ของท่านเอง. ราษฎรทั้งปวงในแผ่นดินนั้นก็ยกยะโฮอาฮัศโอรสของโยซียา เฉลิมไว้เป็นกษัตริย์แทนราชบิดา
31
ยะโฮอาฮัศมีพระชนม์ได้ยี่สิบสามพรรษาเมื่อขึ้นเสวยราชย์; ท่านได้เสวยราชย์อยู่สามเดือน ณ กรุงยะรูซาเลม. พระมารดาท่านนามว่าฮะมุตัล, บุตรีของยิระมะยาชาวลิบนา.
32
ท่านได้ประพฤติชั่วร้ายในคลองพระเนตรแห่งพระยะโฮวา, ตามกิจการทั้งปวงซึ่งอัยยกาของท่านได้กระทำ.
33
ฟาโรนะโคก็จับท่านขังไว้ ณ เมืองริบลาในแผ่นดินฮามัศ, เพื่อมิให้ท่านเสวยราชย์ในกรุงยะรูซาเลม; แล้วท่านเร่งส่วยอากรจากประเทศยูดาคือเงินร้อยตะลันต์, และทองคำตะลันต์หนึ่ง.
34
ฟาโรนะโคก็ยกเอ็ลยาคิมโอรสโยซียาขึ้นเป็นกษัตริย์แทนราชบิดา, และได้เปลี่ยนนามเรียกว่ายะโฮยาคิม, แล้วนำยะโฮอาฮัศไปยังประเทศอายฆุบโต: ท่านก็สิ้นพระชนม์ที่นั่น.
35
ยะโฮยาคิมก็ถวายเงินและทองแก่กษัตริย์ฟาโร; ทั้งได้เก็บส่วยอากรจากราษฎรในแผ่นดินนั้น, เพื่อจะได้เงินตามคำสั่งของฟาโร: คือท่านได้เร่งเงินและทองจากฝูงคนแห่งแผ่นดินนั้นทุกคนตามกำหนด, เพื่อจะถวายแก่ฟาโรนะโค
36
ยะโฮยาคิมมีพระชนม์ได้ยี่สิบห้าพรรษาเมื่อขึ้นเสวยราชย์; และได้เสวยราชย์สิบเอ็ดปีในกรุงยะรูซาเลม. พระมารดาของท่านนามว่าซะบุดา, บุตรของฟะดายาชาวรูมา,
37
ท่านได้ประพฤติชั่วร้ายในคลองพระเนตรแห่งพระยะโฮวา, ตามกิจการซึ่งอัยยกาของท่านได้กระทำ
← Chapter 22
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 24 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25