bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
Hebrews 11
Hebrews 11
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 10
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 12 →
1
ฝ่ายความเชื่อนั้นคือความแน่ใจในสิ่งที่เราหวังไว้, เป็นความรู้สึกอย่างแน่นอนว่า สิ่งที่ยังไม่ได้เห็นนั้นมีจริง.
2
ด้วยว่าโดยความเชื่อนั้น พวกผู้เฒ่าผู้แก่ได้มีคำพะยานกล่าวถึงตัวเขาเอง.
3
โดยความเชื่อนั้น เราจึงรู้เข้าใจว่า พระเจ้าได้ทรงสร้างโลกทั้งปวงด้วยคำตรัสของพระองค์, จนถึงสิ่งของที่ปรากฏนั้น มิได้บังเกิดขึ้นจากสิ่งที่เห็นได้นั้น
4
โดยความเชื่อ เฮเบลนั้นจึงได้นำเครื่องบูชาอันประเสริฐกว่าเครื่องบูชาของคายินมาถวายแก่พระเจ้า เพราะเหตุเครื่องบูชานั้นจึงมีพะยานว่าเขาเป็นคนชอบธรรม, คือพระเจ้าทรงเป็นพะยานแก่ของถวายของเขา โดยความเชื่อนั้น, แม้ว่าเฮเบลตายแล้ว เขาก็ยังพูดอยู่.
5
เพราะเหตุความเชื่อ ฮะโนคได้วันการเปลี่ยนแปลงแห่งกาย, เพื่อท่านจะไม่ต้องเห็นความตาย เขาหาท่านไม่พบ. เพราะพระเจ้าทรงเปลี่ยนแปลงกายของท่านเสียแล้ว เพราะเมื่อก่อนทรงเปลี่ยนแปลงนั้น ได้มีพะยานกล่าวถึงท่านว่า ท่านได้เป็นที่ชอบพระทัยพระเจ้า.
6
แต่ถ้าไม่มีความเชื่อแล้ว. จะเป็นที่ชอบพระทยพระเจ้าก็หามิได้ เพราะว่าผู้ที่มาหาพระเจ้าต้องเชื่อว่า พระองค์ทรงพระชนม์อยู่, และต้องเชื่อว่า พระองค์เป็นผู้ประทานบำเหน็จให้แก่ทุกคนที่ปลงใจแสวงหาพระองค์.
7
โดยความเชื่อ. เมื่อพระเจ้าทรงเตือนถึงการณ์ที่ยังไม่ได้เห็น, โนฮาจึงมีใจเกรงกลัว จัดแจงต่อนาวาซึ่งเป็นที่ให้ครอบครัวของตนรอดได้ เพราะความเชื่อนั้นท่านจึงปรับโทษแก่โลก, และเป็นเจ้ามฤดกแห่งความชอบธรรมซึ่งบังเกิดแต่ความเชื่อ
8
โดยความเชื่อ. ครั้นพระเจ้าทรงเรียกแล้ว, อับราฮามก็ได้เชื่อฟังและออกไปถึงตำบลที่จะได้รับเป็นมฤดก และท่านได้ออกไปโดยหารู้ไม่ว่าจะไปทางไหน.
9
โดยความเชื่อ ท่านจึงได้อาศัยในตำบลซึ่งเป็นที่ทรงสัญญาไว้นั้น, เหมือนท่านเป็นคนแขกเมือง, คือตั้งทับอาศัยอยู่คับยิศฮาคและยาโคบซึ่งเป็นผู้รับมฤดกด้วยกันในคำทรงสัญญาอันเดียวนั้น
10
เพราะว่าท่านได้คอยอยู่เพื่อจะได้เมืองที่มีราก, ซึ่งพระเจ้าเป็นนายช่างและเป็นผู้ทรงสร้างขึ้น.
11
โดยความเชื่อ ถึงนางซาราเองก็ได้กำลังตั้งครรค์เมื่ออายุแก่เกินแล้ว, เพราะนางนั้นได้ถือว่าพระองค์ผู้ได้ทรงสัญญาไว้นั้นเป็นผู้สัตย์ซื่อ
12
เหตุฉะนั้นคนเป็นอันมากดุจดาวในท้องฟ้าและดุจเม็ดทรายที่ทะเลซึ่งนับไม่ได้ ได้บังเกิดแต่ชายคนเดียว, และชายคนนั้นก็เท่ากับคนที่ตายแล้วด้วย
13
คนเหล่านั้นได้ตายไปในระหว่างที่เชื่ออยู่, ยังไม่ได้รับผลตามที่ทรงสัญญาไว้นั้น, แต่แลเห็นและยินดีต้อนรับไว้แต่ไกล, และได้รับว่าเขาทั้งหลายเป็นแขกเมืองเที่ยวสัญจรอยู่ในโลก.
14
ด้วยว่าคนทั้งหลายที่กล่าวอย่างนั้นก็สำแดงเป็นแน่ว่า เขากำลังแสวงหาเมืองที่จะได้เป็นสิทธิ์ของตนเอง.
15
และถ้าเขาได้นึกหวังจะกลับไปยังเมืองที่เขาออกมาแล้วนั้น, เขาคงจะมีโอกาสที่จะกลับไปได้.
16
แต่บัดนี้เขาปรารถนาที่จะได้เมืองที่ประเสริฐกว่า, คือเมืองสวรรค์. เหตุฉะนั้นพระเจ้ามิได้ทรงละอายในการที่เขาได้เรียกพระองค์ว่า เป็นพระเจ้าของเขา ด้วยว่าพระองค์ได้ทรงจัดเตรียมเมืองหนึ่งไว้สำหรับเขาแล้ว
17
โดยความเชื่อ เมื่ออับราฮามถูกลองใจ ก็ได้ถวายยิศฮาคเป็นเครื่องบูชา นี่แหละท่านผู้ได้รับคำสัญญานั้นไว้ด้วยความยินดี ก็ได้ถวายบุตรคนเดียวของตน.
18
คือบุตรที่มีคำเขียนไว้แล้วกล่าวถึงบุตรนั้นว่า, เชื้อสายของท่านจะนับตั้งแต่ยิคฮาค.
19
คือเชื่อว่า พระเจ้าทรงฤทธิ์อาจบันดาลให้ยิศฮาคนั้นเป็นขึ้นมาจากตายได้ และท่านได้รับบุตรนั้นกลับคืนมาอีก ประหนึ่งว่าบุตรนั้นเป็นขึ้นมาจากตาย.
20
โดยความเชื่อ ยิศฮาคได้อวยพรแก่ยาโคบและเอชาว, คือเกี่ยวกับเหตุการณ์ซึ่งจะบังเกิดภายหน้านั้น.
21
โดยความเชื่อ ยาโคบเมื่อจะตายได้อวยพรแก่บุตรทั้งสองของโยเซฟ, และได้นมัสการพระเจ้าในเวลาที่พิงหัวไม้เท้าของท่าน.
22
โดยความเชื่อ โยเซฟเมื่อกำลังจะตายได้กล่าวถึงการที่พวกยิศราเอลจะออกไป, และได้มีคำสั่งไว้เรื่องกะดูกของท่าน
23
โดยความเชื่อ เมื่อโมเซบังเกิดมาแล้ว บิดามารดาได้ซ่อนท่านไว้ถึงสามเดือน, เพราะเห็นว่าเป็นเด็กรูปงาม และไม่ได้กลัวคำสั่งของกษัตริย์นั้น.
24
โดยความเชื่อ ครั้นโมเซวัฒนาโตขึ้นแล้ว ไม่ยอมให้เรียกว่าเป็นบุตรของธิดากษัตริย์ฟาโร
25
คือเห็นว่าที่จะทนการเคี่ยวเข็ญด้วยกันกับพลไพร่ของพระเจ้า ดีกว่ามีใจยินดีในการชั่วสักเวลาหนึ่ง,
26
คือถือว่าความอัปยศของพระคริสต์ ประเสริฐกว่าคลังทรัพย์ในประเทศอายฆุปโต ด้วยท่านเห็นแก่ประโยชน์บำเหน็จนั้น.
27
โดยความเชื่อ ท่านได้ละทิ้งประเทศอายฆุปโต, ไม่ได้กลัวความกริ้วแห่งกษัตริย์นั้น เพราะท่านมั่นใจอยู่เหมือนหนึ่งเห็นพระองค์ผู้ไม่ทรงปรากฏแก่ตา.
28
โดยความเชื่อ ท่านได้ถือการเลี้ยงปัศคาและพิธีประพรมเลือด, เพื่อไม่ให้ผู้ประหารบุตรหัวปีนั้นมาถูกต้องพวกยิศราเอลได้
29
โดยความเชื่อ พวกยิศราเอลทั้งหลายได้ข้ามทะเลแดงเหมือนเดินที่ดินแห้ง และเมื่อพวกอายฆุปโตได้เดินลองดูจะข้ามก็จมน้ำตายทั้งสิ้น.
30
โดยความเชื่อ, เมื่อพวกยิศราเอลล้อมกำแพงเมืองยะรีโฮไว้ถึงเจ็ดวันแล้ว, กำแพงนั้นก็พังลง.
31
โดยความเชื่อ ราฮาบหญิงแพศยา, เมื่อรับคนสอดแนมนั้นไว้โดยดีแล้ว, ก็ไม่ได้พินาศด้วยกันกับคนเหล่านั้นที่มิได้เชื่อฟัง
32
และข้าพเจ้าจะว่าอะไรอีกต่อไป? เพราะเวลาไม่พอที่จะกล่าวถึงฆิดโอน. บาราค, ซิมโซน. และยิพธา, ดาวิด, และซามูเอล, และผู้พยากรณ์ทั้งหลาย.
33
คนเหล่านั้นอาศัยความเชื่อจึงได้ชัยชะนะแผ่นดินต่างๆ, ได้กระทำการชอบธรรม, ได้รับตามคำทรงสัญญาไว้. ได้ปิดปากสิงห์โต,
34
ได้ดับไฟอันไหม้รุนแรงมาก. ได้พ้นจากคมดาพ. เมื่อก่อนอ่อนกำลังแล้วก็มีกำลังมากขึ้น. มีกำลังเรี่ยแรงมากในการสงคราม, ได้กระทำให้กองทัพประเทศอื่นๆ แตกพ่ายแพ้หนีไป.
35
พวกผู้หญิงได้รับคนพวกของเขาที่ตายแล้วเป็นขึ้นมาจากตายอีก. บางคนได้ถูกการทรมาน, เพราะไม่ยอมรับการช่วยให้รอดตาย. เพื่อเขาจะได้รับการเป็นขึ้นมาจากตายอันประเสริฐกว่า
36
บางคนถูกทดลองโดยคำเยาะเย้ยและถูกเฆี่ยน, แล้วก็ถูกจำและขังไว้ในคุกด้วย
37
และบางคนถูกหินขว้าง, บางคนถูกเลื่อยเป็นท่อนๆ, บางคนถูกทดลองต่างๆ, บางคนถูกฆ่าด้วยคมดาพ บางคนเที่ยวสัญจรไปนุ่งห่มหนังแกะหนังแพะอดอยาก, ทนทุกข์เวทนาและทนการเคี่ยวเข็ญ
38
(แผ่นดินโลกไม่สมกบคนเช่นนั้นเลย). เขาจึงได้เทียวซุ่มซ่อนตัวอยู่ในถ้ำและในโพรง.
39
คนเหล่านั้นทุกคนได้ชื่อเสียงอันดีเล่าลือโดยความเชื่อของเขา. แต่เหตุการณ์ซึ่งทรงสัญญาไว้แล้วนั้น เขาไม่ได้รับ.
40
ด้วยว่าพระเจ้าทรงจัดเตรียมการอย่างดีกว่าไว้สำหรับเราทั้งหลาย. เพื่อไม่ให้เขาทั้งหลายถึงที่สำเร็จนอกจากเรา
← Chapter 10
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 12 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13