bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
Hebrews 9
Hebrews 9
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 8
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 10 →
1
ถึงแม้คำสัญญาไมตรีเดิมนั้น ก็ยังได้มีกฎสำหรับการปรนนิบัติในพิธีนมัสการ, และได้มีสถานอันบริสุทธิ์สำหรับโลกนี้.
2
เพราะว่าได้มีพลับพลาสร้างขึ้นตกแต่งเสร็จแล้ว, คืออันเดิม, ซึ่งมีตะเกียง, มีโต๊ะ, มีขนมปังตั้งถวาย, ห้องนั้นจึงเรียกว่าที่บริสุทธิ์
3
และภายในพระวิสูตรชั้นที่สองมีห้องพลับพลาซึ่งเรียกว่า ที่บริสุทธิ์ที่สุด.
4
ห้องนั้นมีแท่นทองคำสำหรับถวายเครื่องหอม, และมีหีบสัญญาไมตรีหุ้มด้วยทองคำ ในหีบนั้นมีโถทองคำใส่มานา, และมีไม้ของอาโรนที่ออกช่อ และมีศิลาสองแผ่นจารึกคำสัญญาไมตรี.
5
และเหนือหีบนั้นมีรูปคะรูบิม ประกอบด้วยแสงรัศมีคลุมพระทีนั่งแห่งพระกรุณานั้น แต่เราจะพรรณนาถึงสิ่งเหล่านี้ให้ละเอียดเดี๋ยวนี้ไม่ได้
6
ครั้นจัดตั้งสิ่งเหล่านี้ไว้อย่างนั้นแล้ว, ปุโรหิตทั้งหลายจึงเข้าไปในพลับพลาห้องที่หนึ่งเสมอทุกเวลา กระทำการปรนนิบัติตามพิธีนมัสการ.
7
แต่ในห้องที่สองนั้นมหาปุโรหิตผู้เดียวเข้าไปได้ปีละครั้ง. และต้องนำโลหิตเข้าไปถวายเป็นเครื่องบูชาเพื่อความบาปของตัวเอง และเพื่อความบาปของคนทั้งปวง.
8
อย่างนั้นแหละพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงสำแดงว่า, ทางซึ่งจะเข้าไปในที่บริสุทธิ์นั้นไม่ได้ปรากฏแจ้ง คราวเมื่อพลับพลาเดิมยังตั้งอยู่.
9
พลับพลาเดิมเป็นเครื่องเปรียบสำหรับในเวลานั้น. คือมีการถวายของให้และเครื่องบูชา ซึ่งจะกระทำให้ใจวินิจฉัยผิดและชอบของผู้ถวายนั้นถึงที่สำเร็จไม่ได้
10
เพราะเครื่องบูชานั้นเป็นของกินของดื่ม และพิธีชำระล้างต่างๆ, คือเป็นพิธีสำหรับเนื้อหนังที่ได้ทรงบัญญัติไว้แก่เขาจนถึงเวลาที่จะทรงแก้ไขใหม่.
11
แต่เมื่อพระคริสต์ได้เสด็จมาเป็นมหาปุโรหิตสำหรับการดีซึ่งเป็นมานั้น, พระองค์ก็ได้เสด็จมาทางพลับพลาอันประเสริฐกว่า, ที่มือมนุษย์ไม่ได้สร้าง, คือไม่ได้เกี่ยวข้องกับสิ่งซึ่งทรงสร้างไว้ในโลกนี้.
12
และพระองค์ไม่ได้ทรงนำเลือดแพะและเลือดลูกวัวเข้าไป, แต่ทรงนำพระโลหิตของพระองค์เอง, เสด็จเข้าไปในที่บริสุทธิ์นั้นแต่เพียงครั้งเดียว, และทรงได้ความรอดนิรันดร์ไว้.
13
เพราะว่าถ้าเลือดแพะและเลือดวัวตัวผู้และเถ้าลูกโคตัวเมียประพรมหรือโปรยลงบนคนเหล่านั้นที่มลทินแล้วยังอาจชำระเนื้อหนังให้บริสุทธิ์ได้,
14
มากยิ่งกว่านั้นสักเท่าไรพระโลหิตของพระเยซูคริสต์, ผู้ประกอบด้วยพระวิญญาณนิรันดร์ได้ทรงถวายพระองค์เองแก่พระเจ้าเป็นเครื่องบูชาอันปราศจากตำหนิ, จะได้ทรงชำระใจวินิจฉัยผิดและชอบของท่านทั้งหลายให้พ้นจากการประพฤติที่ตายแล้ว, เพื่อจะได้ปฏิบัติพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่
15
เพราะเหตุนี้ พระองค์จึงทรงเป็นคนกลางแห่งคำสัญญาไมตรีใหม่, เพื่อเมื่อมีผู้หนึ่งตายสำหรับที่จะไถ่ความผิดของคนที่ได้ละเมิดต่อคำสัญญาไมตรีเดิมนั้นแล้ว, คนทั้งหลายที่ถูกเรียกแล้วนั้นจะได้รับมฤดกนิรันดร์ตามคำสัญญา.
16
ด้วยว่าถ้ามีหนังสือพินัยกรรม์, ผู้ทำหนังสือนั้นก็ต้องถึงแก่ความตายแล้ว.
17
เพราะว่าเมื่อคนตายแล้ว หนังสือพินัยกรรม์นั้นจึงใช้ได้ แต่ว่าเมื่อผู้ทำยังมีชีวิตอยู่. หนังสือพินัยกรรม์นั้นก็ใช้ไม่ได้
18
เหตุฉะนั้นคำสัญญาไมตรีเดิมนั้นเองก็ไม่ได้ทรงตั้งขึ้นปราศจากเลือด.
19
เพราะว่าเมื่อโมเซประกาศพระบัญญัติทุกข้อแก่บรรดาพลไพร่ตามกฎหมายแล้ว, ท่านจึงได้เอาเลือดลูกโคและเลือดลูกแพะกับน้ำ และเอาขนแกะสีแดงและต้นหุสบมาจุ่มแล้วประพรมหนังสือกับทั้งบรรดาคนทั้งปวง,
20
และกล่าวว่า, “นี่แหละเป็นเลือดแห่งคำสัญญาไมตรี ซึ่งพระเจ้าทรงบัญญัติไว้แก่ท่านทั้งหลาย.”
21
แล้วท่านได้เอาเลือดประพรมพลับพลา กับทั้งบรรดาเครื่องใช้ในการปฏิบัตินั้นเช่นเดียวกัน.
22
และตามพระบัญญัตินั้นข้าพเจ้าเกือบจะพูดได้ว่า ทุกสิ่งถูกชำระด้วยโลหิต, และถ้าไม่มีโลหิตไหลออกแล้ว. ก็จะไม่มีการยกบาป
23
เหตุฉะนั้นจำเป็นที่จะต้องชำระตัวอย่างซึ่งได้มาจากแบบในฟ้าสวรรค์ โดยใช้เครื่องบูชาอย่างนี้. แต่ว่าแบบบ้านสวรรค์นั้นเองต้องชำระโดยบูชาอันประเสริฐกว่าบูชาเหล่านั้น.
24
เพราะว่าพระคริสต์ไม่ได้เสด็จเข้าในที่บริสุทธิ์ซึ่งมือมนุษย์ได้กระทำไว้เป็นตัวจำลองจากแบบแท้นั้น, แต่ได้เสด็จเข้าไปในสวรรค์นั้นเอง. และบัดนี้ทรงปรากฏจำเพาะพระพักตรพระเจ้าเพื่อเราทั้งหลาย.
25
และพระองค์ไม่ต้องถวายพระองค์เองเป็นเครื่องบูชาย่อยๆ. เหมือนอย่างมหาปุโรหิตนั้นผู้ได้เข้าไปในที่บริสุทธิ์ทุกปีๆ นำเอาเลือดซึ่งมิใช่โลหิตตัวเองเข้าไป.
26
มิฉะนั้น พระองค์คงต้องทนทุกข์ทรมานบ่อยๆ ตั้งแต่สร้างโลกมา. แต่ว่าเดี๋ยวนี้พระองค์ได้ทรงปรากฏในเวลาที่สุดนี้ครั้งเดียว เพื่อจะได้กำจัดความบาปได้โดยถวายพระองค์เองเป็นเครื่องบูชา.
27
และมนุษย์ทั้งหลายมีกำหนดไว้แล้วว่าจะต้องตายหนหนึ่ง และภายหลังนั้นจะถึงการพิพากษาฉันใด.
28
พระคริสต์จึงต้องถวายพระองค์เองเป็นเครื่องบูชาหนหนึ่ง, เพื่อจะได้ทรงรับเอาความบาปของคนเป็นอันมาก. แล้วพระองค์จะทรงปรากฏครั้งที่สองปราศจากความบาป แก่บรรดาคนที่คอยพระองค์ให้เขาถึงความรอดฉันนั้น
← Chapter 8
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 10 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13