bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
Luke 19
Luke 19
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 18
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 20 →
1
ฝ่ายพระเยซูจึงเสด็จผ่านเมืองยะริโฮไป.
2
นี่แน่ะ มีชายคนหนึ่งชื่อซักคาย, เป็นนายด่านภาษีและเป็นคนมั่งมี.
3
ซักคายพยายามจะดูให้เห็นพระเยซูว่า พระองค์เป็นผู้ใด, แต่ดูไม่เห็นเพราะคนแน่น, ด้วยเขาเป็นคนเตี้ย,
4
เขาจึงวิ่งไปข้างหน้าขึ้นต้นซุกะโมรเพื่อจะได้เห็นพระองค์, เพราะว่าพระองค์จะเสด็จไปทางนั้น.
5
เมื่อพระเยซูเสด็จมาถึงที่นั่น, พระองค์ทรงแหงนพระพักตรดูซักคาย แล้วตรัสแก่เขาว่า, “ซักคายเอ๋ย, จงรีบลงมา, เพราะว่าเราจะต้องหยุดพักอาศัยในตึกของท่านวันนี้.”
6
แล้วเขาก็รีบลงมาต้อนรับพระองค์ด้วยความยินดี.
7
เมื่อคนทั้งหลายเห็นแล้วเขาพากันบ่นว่า, “พระองค์ไปพักอาศัยอยู่กับคนบาป.”
8
ฝ่ายซักคายยืนทูลพระองค์ว่า, “พระองค์เจ้าข้า, ทรัพย์สิ่งของๆ ข้าพเจ้าๆ ยอมให้คนอนาถากึ่งหนึ่ง และถ้าข้าพเจ้าได้ฉ้อโกงของๆ ผู้ใด, ข้าพเจ้ายอมคืนให้เขาสี่เท่า.”
9
พระเยซูตรัสแก่เขาว่า, “วันนี้ความรอดมาถึงบ้านนี้แล้ว, เพราะคนนี้เป็นลูกของอับราฮามด้วย,
10
เพราะว่าบุตรมนุษย์ได้มาเพื่อจะแสวงหาและช่วยผู้ที่หลงหายไปให้รอด.”
11
เมื่อเขาทั้งหลายได้ยินเหตุการณ์นั้นพระองค์ได้ตรัสคำเปรียบอีกข้อหนึ่งให้เขาฟัง. เพราะพระองค์เสด็จมาใกล้กรุงยะรูซาเลมแล้ว, และเขาทั้งหลายคิดว่าแผ่นดินของพระเจ้าจะปรากฏโดยพลัน.
12
เหตุฉะนั้นพระองค์จึงตรัสว่า, “มีเจ้าประเทศราชองค์หนึ่งไปยังเมืองไกลเพื่อจะรับอำนาจมาครองแผ่นดินของตน, แล้วจะกลับมา.
13
ท่านจึงเรียกบ่าวของท่านสิบคนมามอบเงินไว้แก่เขาสิบชั่ง สั่งว่า, จงเอาไปทำทุนค้าขายจนเราจะกลับมา.’
14
แต่ชาวเมืองชังท่านผู้นั้น. จึงใช้คนตาม. ไปบอกท่านว่า. ‘เราไม่ยอมให้ผู้นี้ครอบครองเรา.’
15
เมื่อท่านได้รับอำนาจครองแผ่นดินกลับมาแล้ว, ท่านจึงเรียกบ่าวทั้งหลายที่ท่านได้ให้เงินไว้นั้นมา, เพื่อจะได้รู้ว่าเขาทุกคนได้กำไรกี่มากน้อย.
16
ฝ่ายคนแรกมาบอกว่า. ‘ท่านเจ้าข้า. เงินชั่งหนึ่งของท่านได้กำไรสิบชั่ง.’
17
นายจึงพูดกับเขาว่า. ‘ดีแล้ว, เจ้าเป็นบ่าวดี เพราะเจ้าเป็นคนซื่อสัตย์ในของเล็กน้อย, เจ้าจงมีอำนาจครอบครองสิบเมืองเถิด.’
18
คนที่สองมาบอกว่า, “ท่านเจ้าข้า, เงินชั่งหนึ่งของท่านได้กำไรห้าชั่ง.’
19
นายจึงพูดกับเขาเหมือนกันว่า. ‘เจ้าจงมีอำนาจครอบครองห้าเมืองเถิด.’
20
อีกคนหนึ่งมาบอกว่า. ‘ท่านเจ้าข้า, นี่แน่ะ เงินชั่งหนึ่งของท่าน. ข้าพเจ้าได้เอาถ้าห่อเก็บไว้.
21
เพราะข้าพเจ้ากลัวท่าน, ด้วยว่าท่านเป็นคนเข้มงวด, ท่านเก็บผลซึ่งท่านมิได้ลงแรง, และเกี่ยวที่ท่านมิได้หว่าน.
22
นายจึงตอบเขาว่า. ‘อ้ายบ่าวชั่ว, เราจะปรับโทษเจ้าโดยคำของเจ้าเอง. เจ้ารู้แล้วว่าเราเป็นคนเข้มงวด, เก็บผลซึ่งเรามิได้ลงแรง. และเกี่ยวที่เรามิได้หว่าน,
23
ก็เหตุไฉนเจ้ามิได้ฝากเงินของเราไว้ที่ธนาคารเล่า? แล้วเมื่อเรามาเราจะได้รับเงินของเรากับดอกเบี้ยด้วย.’
24
แล้วนายส่งคนที่ยืนอยู่ที่นั่นว่า, ‘จงเอาเงินชั่งหนึ่งนั้นไปจากเขาให้แก่คนที่มีสิบชั่ง.’
25
คนเหล่านั้นบอกว่า. เขามีสิบชั่งแล้ว.
26
เราบอกเจ้าทั้งหลายว่า ทุกคนที่มีแล้วจะเพิ่มเติมให้เขาอีก แต่ทุกคนที่ไม่มี, แม้ว่าซึ่งเขามีอยู่นั้น จะต้องเอาไปจากเขา.
27
ฝ่ายพวกศัตรูของเราที่ไม่ยอมให้เราครอบครองเขานั้น, จงพาเขามาที่นี่ และฆ่าเสียต่อหน้าเรา.’ ”
28
เมื่อพระองค์ตรัสคำเหล่านั้นแล้ว. พระองค์ทรงดำเนินเลยเขาไป จะขึ้นไปยังทรงยะรูซาเลม
29
เมื่อพระองค์เสด็จมาใกล้หมู่บ้านเบธฟาเฆและหมู่บ้านเบธาเนีย ถึงภูเขาที่เรียกว่ามะกอกเทศ, พระองค์ทรงใช้สาวกสองคนของพระองค์ไป
30
สั่งว่า, “จงเข้าไปในหมู่บ้านที่อยู่ตรึงหน้าท่านเมื่อเข้าไปแล้วจะพบลูกลาตัวหนึ่งผูกอยู่, ที่ยังไม่มีใครขึ้นขี่เลยจงแก้มันจูงมาเถิด.
31
ถ้ามีผู้ใดถามว่า. ‘ท่านแก้มันทำไม?’ จงบอกเขาว่า. ‘พระองค์ต้องประสงค์ลูกลานี้.’
32
สาวกที่รับใช้นั้นได้ไปพบเหมือนที่พระองค์ตรัสแก่เขาแล้ว.
33
เมื่อเขากำลังแก้ลูกลานั้น, เจ้าของก็ถามเขาว่า, “ท่านแก้ลูกลาทำไม?”
34
ฝ่ายเขาตอบว่า, “พระองค์ต้องประสงค์ลูกลานี้.”
35
แล้วเขาก็จูงลูกลามาถึงพระเยซู และเอาเสื้อผ้าของตนปูลงบนหลังลา. และเชิญพระเยซูขึ้นทรงลานั้น.
36
เมื่อพระองค์เสด็จไป. เขาทั้งหลายก็เอาเสื้อผ้าของตนปูลงตามถนนหนทาง.
37
เมื่อพระองค์เสด็จมาใกล้ที่ๆ จะลงไปจากภูเขามะกอกเทศแล้ว, เหล่าสาวกทุกคนมีความยินดี เพราะบรรดาการอิทธิฤทธิ์ซึ่งเขาได้เห็นนั้น, จึงสรรเสริญพระเจ้าเสียงดัง
38
ว่า, “ขอให้พระมหากษตริย์ผู้เสด็จมาในนามของพระเจ้าทรงเจริญสุขสวัสดิ์ยิ่งๆ ขึ้นไป จงมีความสุขสำราญในสวรรค์, และรัศมีภาพในที่สูงสุด.”
39
ฝ่ายฟาริซายลางคนในหมู่ประชาชนนั้นทูลพระองค์ว่า, “อาจารย์เจ้าข้า, จงห้ามเหล่าสาวกของท่าน.”
40
พระองค์ตรัสตอบเขาว่า, “เราบอกท่านทั้งหลายว่า, ถึงคนเหล่านี้จะนิ่งเสีย, ศิลาทั้งหลายก็ยังจะร้องออกเสียง.”
41
ครั้นพระองค์เสด็จมาใกล้เห็นเมืองแล้วก็กันแสงสงสารเมืองนั้น
42
ว่า, “โอ ถ้าเจ้า, คือเจ้าเองได้รู้ในกาลวันนี้ว่า สิ่งอะไรจะให้ความสุข แต่เดี๋ยวนี้สิ่งนั้นบังซ่อนไว้จากตาของเจ้าแล้ว.
43
ด้วยว่าเวลาจะมาถึงเจ้า, เมื่อศัตรูของเจ้าจะตั้งค่ายรอบเจ้า, และล้อมขังเจ้าไว้ทุกด้าน,
44
แล้วจะทำลายเจ้าลงให้ราบเหมือนพื้นดิน, กับทั้งลูกทั้งหลายข้องเจ้าซึ่งอยู่ในเจ้า และเขาจะไม่ปล่อยให้ศิลาซ้อนกับกันไว้ภายในเจ้าเลย, เพราะเจ้าไม่ได้รู้เวลาที่พระองค์เสด็จมาหาเจ้า.”
45
ฝ่ายพระองค์เสด็จเข้าในโบสถ์ ขับไล่คนทั้งหลายที่ซื้อขายในโบสถ์นั้น,
46
และตรัสแก่เขาว่า. “มีคำเขียนไว้ว่า, โบสถ์ของเราจะเป็นที่สำหรับอธิษฐาน, แต่เจ้าทั้งหลายมากระทำให้เป็น ถ้ำของพวกโจร.”
47
พระองค์ทรงสั่งสอนในโบสถ์ทุกวัน, แต่พวกปุโรหิตใหญ่, พวกอาลักษณ์, และผู้เฒ่าของพลเมืองได้หาช่องที่จะประหารพระองค์เสีย
48
แต่เขาไม่พบช่องจะทำอะไรได้. เพราะว่าคนทั้งปวงชอบฟังพระองค์มาก
← Chapter 18
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 20 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24