bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
Luke 2
Luke 2
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 1
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 3 →
1
อยู่มาคราวนั้น มีคำสั่งจากกายะซาออฆูซะโตให้จดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งแผ่นดิน.
2
นี่เป็นครั้งแรกที่ได้จดทะเบียนสำมะโนครัว เมื่อกุเรเนียวเป็นเจ้าเมืองซุเรีย.
3
คนทั้งปวงต่างคนต่างได้ไปลงทะเบียนยังเมืองของตน.
4
ฝ่ายโยเซฟก็ขึ้นไปจากเมืองนาซาเร็ธมณฑลฆาลิลาย ถึงเมืองของดาวิดชื่อเบธเลเฮ็มมณฑลยูดายด้วย. เพราะว่าเขาเป็นเชื้อสายของดาวิด.
5
เขาได้ไปกับนางมาเรียที่เขาได้มั่นไว้แล้วเพื่อจะลงทะเบียน. และครรภ์ของนางก็แก่แล้ว.
6
เมื่อเขาทั้งสองยังกำลังอยู่ที่นั่น, ก็ถึงเวลาที่มาเรียจะประสูตบุตร,
7
นางจึงประสูตบุตรชายหัวปี, เอาผ้าอ้อมพันและวางไว้ในรางหญ้า, เพราะว่าไม่มีที่ว่างในโรงแรม,
8
ในเมืองนั้นมีคนเลี้ยงแกะอยู่ในทุ่งนา เฝ้าฝูงแกะของเขาในเวลากลางคืน.
9
มีทูตองค์หนึ่งของพระเจ้ามาปรากฏแก่เขา, และรัศมีของพระเจ้าส่องล้อมรอบเขา, และเขาตกใจกลัวยิ่งนัก.
10
ฝ่ายทูตองค์นั้นกล่าวแก่เขาว่า, “อย่ากลัวเลย, เพราะนี่แน่ะ, เรานำข่าวดีมาประกาศแก่ท่านทั้งหลาย ซึ่งจะให้เป็นที่ชื่นชมยินดีเป็นอันมากแก่คนทั้งปวง
11
คือว่าในวันนี้พระผู้ช่วยให้รอดของท่านทั้งหลาย คือพระคริสต์เจ้ามาบังเกิดที่เมืองดาวิด.
12
นี่จะเป็นสำคัญแก่ท่านทั้งหลาย, คือจะได้พบพระกุมารนั้นพันผ้าอ้อมนอนอยู่ในรางหญ้า.”
13
บัดเดี๋ยวนั้น มีหมู่ชาวสวรรค์พร้อมกับทูตองค์นั้นสรรเสริญพระเจ้าว่า,
14
“รัศมีภาพจงมีแก่พระเจ้าในที่สูงสุด, และบนแผ่นดินโลกจงมีความสุขสงบสำราญท่ามกลางมนุษย์ทั้งปวง ซึ่งพระองค์ทรงรักใคร่นั้น.”
15
เมื่อทูตสวรรค์เหล่านั้นไปจากเขาขึ้นสู่สวรรค์แล้ว, พวกเลี้ยงแกะได้พูดกันว่า, “ให้เราไปยังเมืองเบธเลเฮ็มดูเหตุการณ์ที่เกิดนั้น ซึ่งพระเจ้าได้ทรงแจ้งแก่เรา.”
16
เขาก็รีบไปแล้วพบนางมาเรียกับโยเซฟ และพบพระกุมารนั้นนอนอยู่ในรางหญ้า.
17
ครั้นเขาได้เห็นแล้ว เขาจึงเล่าเรื่องซึ่งเขาได้ยินถึงกุมารนั้น.
18
คนทั้งปวงที่ได้ยินก็ประหลาดใจด้วยเนื้อความซึ่งคนเลี้ยงแกะได้บอกแก่เขา.
19
ฝ่ายนางมาเรียก็จำบรรดาถ้อยคำเหล่านั้นไว้และรำพึงในใจ.
20
คนเลี้ยงแกะนั้นจึงกลับไปยกยอสรรเสริญพระเจ้า เพราะเหตุการณ์ทั้งปวงซึ่งเขาได้ยินและได้เห็น, เหมือนได้กล่าวไว้แก่เขาแล้ว
21
ครั้นล่วงไปแปดวันแล้ว ก็ถึงวันที่จะทำพิธีให้พระกุมารนั้นรับสุนัด, เขาจึงให้นามว่าเยซู, ตามซึ่งทูตสวรรค์ได้กล่าวไว้ก่อนเมื่อยังมิได้ทรงปฎสนธิ์ในครรภ์
22
เมื่อเขาทำพิธีชำระกายให้สะอาดตามบัญญัติของโมเซสำเร็จแล้ว, เขาจึงเอาพระกุมารไปยังกรุงยะรูซาเลมจะถวายแก่พระเจ้า,
23
เหมือนที่เขียนไว้แล้วในพระบัญญัติของพระเจ้าว่า, บุตรชายหัวปีทุกคนจะได้เรียกว่าเป็นบุตรถวายแก่พระเจ้า,
24
และถวายของบูชาตามที่ได้ตรัสสั่งไว้แล้วในพระบัญญัติของพระเจ้า คือ นกเขาคู่หนึ่ง หรือ ลูกนกพิลาปสองตัว.
25
และนี่แน่ะ, มีคนหนึ่งในกรุงยะรูซาเลมชื่อซิมโอน, เป็นคนชอบธรรมและเกรงกลัวพระเจ้า, และคอยท่าเวลาซึ่งพวกยิสราเอลจะได้รับความบรรเทาทุกข์นั้น, และพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตอยู่กับท่านนั้น.
26
พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงสำแดงแก่ท่านว่า ท่านจะไม่ตายกว่าจะได้เห็นพระคริสต์ของพระเจ้า.
27
ซิมโอนเข้าไปในโบสถ์โดยเดชพระวิญญาณ, และเมื่อบิดามารดาได้เอาพระกุมารเยซูเข้าไป เพื่อจะกระทำแก่พระกุมารตามธรรมเนียมพระบัญญัตินั้น,
28
ซิมโอนจึงอุ้มพระกุมารและสรรเสริญพระเจ้าว่า,
29
“โอพระเจ้าข้า, บัดนี้ขอให้ผู้ทาสของพระองค์ไปเป็นสุขตามคำของพระองค์เถิด,
30
เพราะว่าตาของข้าพเจ้าได้เห็นความรอดของพระองค์แล้ว,
31
ซึ่งพระองค์ได้ทรงจ้ดเตรียมไว้ต่อหน้าบรรดาคนทั้งปวง
32
เป็นสว่างส่องแสงแก่ชาวต่างประเทศ และเป็นสง่าราศีของพวกยิศราเอลพลเมืองของพระองค์.”
33
ฝ่ายบิดากับมารดาของพระกุมารก็ประหลาดใจเพราะถ้อยคำซึ่งท่านได้กล่าวถึงพระกุมารนั้น
34
ซิมโอนจึงอวยพรแก่โยเซฟกับนางมาเรีย, แล้วกล่าวแก่นางมาเรียมารดาพระกุมารนั้นว่า, “ดูก่อนท่าน, พระกุมารนี้ตั้งไว้ เป็นเหตุให้หลายคนในพวกยิศราเอลล้มลงหรือยกตั้งขึ้นใหม่ก็ได้ และจะเป็นหมายสำคัญให้คนติเตียนด้วย,
35
เพื่อความคิดในใจคนเป็นอันมากจะได้ปรากฏแจ้ง ถึงหัวใจของท่านเองก็ยังจะถูกดาพแทงทะลุ.”
36
ยังมีหญิงผู้ทำนายคนหนึ่งชื่ออันนา บุตรีฟานุเอลในตระกูลอาเซร นางเป็นคนชรามากแล้ว, ได้มีสามีตั้งแต่สาวๆ และอยู่ด้วยกันเจ็ดปี,
37
แล้วก็เป็นม่ายมาจนถึงอายุแปดสิบสี่ปี. นางมิได้ไปจากโบสถ์เลย, อยู่ปฏิบัติตามศีลอดอาหารและอธิษฐานทั้งกลางวันกลางคืน.
38
ในขณะนั้นผู้หญิงคนนี้ก็เข้ามาโมทนาพระเจ้า, และกล่าวถึงพระกุมารนั้นให้คนทั้งปวงที่คอยทำเวลาของกรุงยะรูซาเลมจะหลุดเป็นไทยฟัง
39
ครั้นโยเซฟกับนางมาเรียได้กระทำการทั้งปวงตามพระบัญญัติพระเจ้าเสร็จแล้ว, จึงกลับไปถึงนาซาเร็ธเมืองของตนในมณฑลฆาลิลาย.
40
พระกุมารนั้นก็เจริญรัยแข็งแรงขึ้นประกอบด้วยสติปัญญา, และพระคุณของพระเจ้าสถิตอยู่กับท่านด้วย
41
ฝ่ายบิดามารดาเคยขึ้นไปยังกรุงยะรูซาเลมในการเลี้ยงปัศคาทุกปีๆ.
42
เมื่อพระกุมารอายุได้สิบสองปีแล้ว, เขาทั้งหลายก็ขึ้นไปยังกรุงยะรูซาเลมตามธรรมเนียมการเลี้ยงนั้น.
43
เมื่อครบกำหนดวันเลี้ยงกันแล้ว, ขณะเขากำลังกลับไป, พระกุมารเยซูก็ยังค้างอยู่ในกรุงยะรูซาเลม ฝ่ายโยเซฟกับมารดาก็ไม่รู้
44
แต่เพราะเขาทั้งสองคิดว่า พระกุมารนั้นอยู่ในหมู่คนที่มาด้วยกัน, เขาจึงเดินทางไปได้วันหนึ่ง, พลางเที่ยวแสวงหาพระกุมารในหมู่ญาติพี่น้องและพวกคนที่รู้จักกัน.
45
เมื่อไม่พบจึงกลับไปเที่ยวหาที่กรุงยะรูซาเลม.
46
เมื่อหามาได้สามวันแล้ว จึงพบพระกุมารนั่งอยู่ในโบสถ์ท่ามกลางพวกอาจารย์, กำลังฟังและไต่ถามพวกอาจารย์เหล่านั้น.
47
คนทั้งปวงที่ได้ยินก็ประหลาดใจในสติปัญญาและคำตอบของพระกุมารนั้น.
48
ฝ่ายบิดามารดาเมื่อเห็นแล้วก็ประหลาดใจ, มารดาจึงว่า, “ลูกเอ๋ย, ทำไมจึงทำแก่เราเช่นนี้? นี่แน่ะ, พ่อกับแม่แสวงหาเป็นทุกข์นัก.”
49
พระเยซูจึงตอบว่า, “ท่านเทียวหาฉันทำไม? ท่านยังไม่ทราบหรือว่า ฉันคงต้องอยู่ในราชฐานแห่งพระบิดาของฉัน?”
50
ฝ่ายบิดามารดาก็ไม่เข้าใจคำซึ่งท่านกล่าวแก่เขา.
51
แล้วพระกุมารก็กลับไปกับเขายังเมืองนาซาเร็ธ, อยู่ใต้ความปกครองของเขา. มารดาก็จำเหตุการณ์ทั้งปวงนั้นไว้ในใจ
52
พระเยซูก็ได้จำเริญขึ้นในฝ่ายสติปัญญา, ในฝ่ายกาย, และเป็นที่ชอบจำเพาะพระเจ้าและต่อหน้าคนทั้งปวงด้วย
← Chapter 1
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 3 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24