bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
Luke 7
Luke 7
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 6
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 8 →
1
เมื่อพระองค์ตรัสคำเหล่านั้นให้คนทั้งหลายฟังเสร็จแล้ว, พระองค์จึงเสด็จเข้าไปในเมืองกัปเรนาอูม.
2
มีทาสของนายร้อยคนหนึ่งที่นายรักมากป่วยเกือบจะตายแล้ว.
3
เมื่อนายร้อยได้ยินถึงพระเยซู. จึงใช้ผู้เฒ่าของพวกยูดายให้ไปอ้อนวอน เชิญพระองค์เสด็จมารักษาทาสของตน.
4
เมื่อเขาเหล่านั้นมาถึงพระเยซูแล้ว, เขาก็อ้อนวอนพระองค์ด้วยใจร้อนรนว่า, “นายร้อยนั้นเป็นคนสมควรที่พระองค์จะกระทำการนั้นให้ท่าน
5
เพราะว่าท่านรักประเทศของเรา. และท่านเองได้สร้างธรรมศาลาให้เราด้วย.”
6
พระเยซูจึงเสด็จไปกับเขา. เมื่อไปเกือบจะถึงตึกแล้ว, นายร้อยจึงใช้เพื่อนฝูงไปหาพระองค์ทูลว่า, “พระองค์เจ้าข้า. อย่าลำบากเลย. เพราะว่าข้าพเจ้าไม่เป็นคนสมควรที่พระองค์จะเสด็จเข้ามาใต้หลังคาตึกของข้าพเจ้า
7
เพราะเหตุนั้นข้าพเจ้าจึงคิดเห็นว่า ไม่สมควรที่ข้าพเจ้าจะไปหาพระองค์ด้วย. แต่ขอพระองค์ทรงโปรดตรัสสักคำเดียว, และทาสของข้าพเจ้าจะหายโรค.
8
ด้วยว่าข้าพเจ้าเป็นคนอยู่ใต้บังคับเขา. แต่ยังมีทหารอยู่ใต้บังคับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าสั่งคนนี้ว่า ‘ไป’ เขาก็ไปสั่งอีกคนหนึ่งว่า ‘มา,’ เขาก็มาและสั่งทาสของข้าพเจ้าว่า, ‘จงทำสิ่งนี้.’ เขาก็ทำ.”
9
เมื่อพระเยซูได้ยินคำเหล่านั้นแล้ว. ก็ประหลาดพระทัยด้วยคนนั้น, จึงเหลียวหลังตรัสแก่ประชาชนที่ตามพระองค์มาว่า, “เราบอกท่านทั้งหลายว่า, ถึงแม้ในพวกยิศราเอลเรามิได้พบความเชื่อมากเช่นนี้.”
10
ฝ่ายคนที่รับใช้มานั้น, เมื่อกลับไปถึงตึกก็ได้เห็นทาสนั้นหายเป็นปกติแล้ว
11
อีกไม่กี่วันพระองค์ก็เสด็จเข้าไปในเมืองหนึ่งชื่อนาอินเหล่าสาวกของพระองค์กับคนเป็นอันมากก็ตามพระองค์ไป.
12
เมื่อมาใกล้ประตูเมืองนั้น. นี่แน่ะ. มีคนหามศพชายหนุ่มคนหนึ่งมา. มารดาเขาเป็นม่ายมีลูกคนเดียว และชาวเมืองเป็นอันมากมากับหญิงนั้น.
13
เมื่อพระองค์ได้ทรงเห็นมารดานั้น, พระองค์ทรงเมตตากรุณาเขาและตรัสว่า, “อย่าร้องไห้เลย.”
14
แล้วพระองค์เสด็จเข้าไปใกล้ถูกต้องโลงคนหามศพนั้นก็หยุดยืนอยู่. พระองค์จึงตรัสว่า, “ชายหนุ่มเอ๋ย. เราสั่งเจ้าให้ลุกขึ้นเถิด.”
15
คนที่ตายนั้นก็ลุกขึ้นนั่งพูด. พระองค์จึงทรงมอบชายหนุ่มให้แก่มารดาของเขา.
16
ฝ่ายคนทั้งปวงมีความกลัว, และสรรเสริญพระเจ้าว่า. “ท่านศาสดาพยากรณ์ใหญ่ได้เกิดขึ้นท่ามกลางเรา. และพระเจ้าได้เสด็จมาเยี่ยมเยียนพลเมืองของพระองค์แล้ว.”
17
และกิตติศัพท์ของพระองค์นี้ได้เลื่องลือไปตลอดทั่วมณฑลยูดาย, และทั่วแว่นแคว้นล้อมรอบ
18
ฝ่ายพวกศิษย์ของโยฮันก็ได้เท่าเหตุการณ์ทั้งปวงนั้นให้ท่านฟัง.
19
โยฮันจึงเรียกศิษย์ของท่านสองคนใช้เขาไปหาพระเยซู ทูลถามว่า. “ท่านเป็นผู้ที่จะมานั้นหรือๆ จะต้องคอยผู้อื่น?”
20
เมื่อคนทั้งสองนั้นมาถึงพระองค์แล้วเขาทูลว่า. “โยฮันบัพติศโตใช้ข้าพเจ้ามาหาท่านให้ถามว่า. ‘ท่านเป็นผู้ที่จะมานั้นหรือๆ จะต้องคอยผู้อื่น?’ ”
21
ในเวลานั้น พระองค์ได้ทรงรักษาคนเจ็บเป็นอันมากให้หายความเจ็บและโรคต่างๆ. และให้พ้นจากผีร้าย, และคนตาบอดหลายคนพระองค์ได้ทรงรักษาให้เห็นได้.
22
แล้วพระองค์ตรัสตอบศิษย์สองคนนั้นว่า, “จงกลับไปแจ้งแก่โยฮันซึ่งท่านได้เห็นและได้ยินคือว่าคนตาบอดก็เห็นได้, คนง่อยก็เดินได้, คนโรคเรื้อนก็หายสะอาด, คนหูหนวกก็ยินได้, คนตายแล้วก็เป็นขึ้นมา, และข่าวประเสริฐก็ประกาศแก่คนอนาถา.
23
บุคคลผู้ใดไม่สะดุดกะดากเพราะเราก็เป็นสุข.”
24
เมื่อทูตทั้งสองของโยฮันนั้นไม่แล้ว, พระองค์จึงตรัสแก่ประชาชนถึงโยฮันว่า, “ท่านทั้งหลายได้เข้าไปดูอะไรในป่า? ดูต้นอ้อไหวโดยถูกลมพัดหรือ
25
แต่ท่านทั้งหลายได้ไปดูอะไร? ดูคนนุ่งห่มถ้าอ่อนนิ่มหรือนี่แน่ะ, คนที่นุ่งห่มผ้างดงามและกินของอย่างดีวิเศษย่อมอยู่ในราชวัง.
26
แต่ท่านทั้งหลายออกไปดูอะไร? ดูศาสดาพยากรณ์หรือ แท้จริงเราบอกท่านทั้งหลายว่า, ประเสริฐยิ่งกว่าศาสดาพยากรณ์อีก.
27
คือโยฮันนี้แหละที่พระคัมภีร์กล่าวถึงว่า, นี่แน่ะ, เราใช้ทูตของเราไปข้างหน้าท่าน, ทูตนั้นจะจัดเตรียมหนทางไว้ข้างหน้าท่าน.
28
เราบอกท่านทั้งหลายว่า, ในบรรดาคนที่บังเกิดมานั้น, ไม่มีผู้ใดใหญ่กว่าโยฮัน แต่ว่าผู้ที่เล็กน้อยในแผ่นดินของพระเจ้าก็ใหญ่กว่าโยฮัน.
29
ฝ่ายคนทั้งปวงที่ได้ยิน, รวมทั้งพวกเก็บภาษีด้วย, ก็ได้รับว่าพระเจ้ายุตติธรรม โดยที่เขาได้รับบัพติศมาของโยฮัน.
30
แต่พวกฟาริซายและพวกบาเรียนได้ขัดขวางความมุ่งหมายของพระเจ้าสำหรับเขาโดยที่มิได้รับบัพติศมาจากโยฮัน
31
เหตุฉะนั้นเราจะเปรียบคนสมัยนี้ด้วยสิ่งใด, และเขาเหมือนอะไร?
32
เขาเปรียบเหมือนเด็กนั่งกลางตลาด ร้องโต้กันว่า. ‘เราได้เป่าปี่ให้เจ้า, และเจ้ามิได้เต้นรำ เราได้พิลาปร่ำไรให้เจ้า, และเจ้ามิได้ร้องไห้.’
33
เพราะว่าโยฮันบัพติศโตมาก็ไม่ได้กินขนมปังหรือดื่มน้ำองุ่น และท่านทั้งหลายว่า. ‘เขามีผีสิงอยู่.’
34
ฝ่ายบุตรมนุษย์มาทั้งกินและดื่มและท่านทั้งหลายว่า. ‘นี่แน่ะ เป็นคนกินเติบและดื่มนํ้าองุ่นมาก, เป็นมิตรสหายกับคนที่เก็บภาษีและคนบาป,’
35
ฝ่ายสติปัญญาก็ได้พ้นซึ่งกล่าวโทษเพราะลูกทั้งหลายของสติปัญญานั้น.”
36
“มีคนหนึ่งในพวกฟาริซายเชิญพระองค์ไปรับประทานอาหารกับเขา. พระองค์ก็เสด็จเข้าไปนั่งในบ้านของคนฟาริซายคนนั้น.
37
และนี่แน่ะ, มีผู้หญิงคนหนึ่งในเมืองนั้นเคยเป็นหญิงชั่ว, เมื่อรู้ว่าพระองค์ทรงนั่งรับประทานอาหารอยู่ในบ้านของคนฟาริซายนั้น, เขาจึงถือผะอบศิลามีน้ำมันหอม
38
มายืนอยู่ข้างหลังใกล้พระบาทของพระองค์, ร้องไห้น้ำตาไหลชำระพระบาท, เอาผมเช็ด, จุบพระบาทของพระองค์มาก, และเอาน้ำมันนั้นชะโลม.
39
ฝ่ายคนฟาริซายที่ได้เชิญพระองค์ เมื่อเห็นแล้วก็นึกในใจว่า, “ถ้าท่านนี้เป็นศาสดาพยากรณ์ก็คงจะรู้ว่า หญิงผู้นี้ที่ถูกต้องกายของท่านเป็นผู้ใดและเป็นคนอย่างไร, เพราะเขาเป็นคนชั่ว.”
40
ฝ่ายพระเยซูตรัสตอบเขาว่า, “ซีโมนเอ๋ย, เรามีอะไรจะพูดกับท่านบ้าง.” เขาทูลว่า, “อาจารย์เจ้าข้า, จงพูดไปเถิด.”
41
พระองค์จึงตรัสว่า, “เจ้าหนี้คนหนึ่งมีลูกหนี้สองคน คนหนึ่งเป็นหนี้เงินห้าร้อยบาท, อีกคนหนึ่งเป็นหนี้เงินห้าสิบบาท.
42
เมื่อเขาไม่มีอะไรจะใช้หนี้แล้ว, ท่านจึงโปรดยกหนี้ให้เขาทั้งสองคน, ในสองคนนั้น คนไหนจะรักนายมากกว่า?”
43
ซีโมนจึงทูลตอบว่า, “ข้าพเจ้าเห็นว่า, คนที่นายได้โปรดยกหนี้ให้มากก็เป็นคนที่รักนายมาก.” พระองค์จึงตรัสแก่เขาว่า, “ท่านพูดถูกแล้ว.”
44
พระองค์จึงเหลียวหลังดูผู้หญิงนั้นและตรัสแก่ซีโมนว่า, “ท่านเห็นผู้หญิงนี้หรือ เราได้เข้ามาในบ้านของท่านท่านมิได้ให้น้ำถ้างเท้าของเรา แต่ผู้หญิงนี้ได้เอาน้ำตาชำระเท้าของเรา, และได้เอาผมของตนเช็ด.
45
ท่านมิได้จุบเรา แต่ผู้หญิงนี้ตั้งแต่เข้ามามิได้หยุดจุบเท้าของเรามาก
46
ท่านมิได้เอานํ้ามันชะโลมศีรษะของเรา, แต่ผู้หญิงนี้ได้เอานํ้ามันหอมชะโลมเท้าของเรา.
47
เหตุฉะนั้นเราบอกท่านว่า, ความผิดบาปของผู้หญิงนี้ซึ่งมีมากได้โปรดยกเสียแล้ว เพราะเขารักมากแต่ผู้ที่ได้รับความยกโทษน้อย, ผู้นั้นก็รักน้อย.”
48
พระองค์จึงตรัสแก่ผู้หญิงนั้นว่า “ความผิดบาปของเจ้าโปรดยกเสียแล้ว.”
49
ฝ่ายคนทั้งหลายที่นั่งรับประทานด้วยกันคิดในใจว่า, “คนนี้เป็นใคร จนชั้นความผิดบาปก็ยกได้?”
50
พระองค์จึงตรัสแก่ผู้หญิงนั้นว่า, “ความเชื่อของเจ้าได้ทำให้เจ้ารอด. จงไปเป็นสุขเกิด.”
← Chapter 6
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 8 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24