bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
/
Acts 27
Acts 27
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
← Chapter 26
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 28 →
1
เมื่อมีมติให้เราลงเรือไปประเทศอิตาลี เปาโลและนักโทษคนอื่นๆ จึงถูกส่งตัวให้นายร้อยชื่อยูเลียสจากกองทหารของจักรวรรดิ
2
เราลงเรือจากเมืองอัดรามิททิยุมซึ่งกำลังจะแล่นไปยังท่าเรือต่างๆ ตามชายฝั่งของแคว้นเอเชีย แล้วเรือก็ออกทะเล อาริสทารคัสชาวมาซิโดเนียจากเมืองเธสะโลนิกาอยู่กับเราด้วย
3
วันรุ่งขึ้นเราถึงเมืองไซดอน ยูเลียสเมตตาเปาโล อนุญาตเปาโลไปหาเพื่อนฝูงเพื่อจะได้จัดหาสิ่งจำเป็นให้เขา
4
จากที่นั่นเราออกทะเลอีกครั้ง โดยแล่นไปด้านปลอดลมของเกาะไซปรัส เพราะลมกำลังพัดต้านเรา
5
เมื่อแล่นข้ามทะเลนอกชายฝั่งแคว้นซิลีเซียกับปัมฟีเลีย เราก็มาถึงเมืองมิราในแคว้นลีเซีย
6
ที่นั่นนายร้อยพบเรือจากอเล็กซานเดรียกำลังจะไปอิตาลี จึงให้พวกเราลงเรือลำนี้
7
เราแล่นเรืออย่างเชื่องช้าอยู่หลายวัน และมาถึงเมืองคนีดัสด้วยความลำบาก เมื่อลมแรงจนเราแล่นต่อไม่ไหว เราจึงเปลี่ยนมาด้านปลอดลมของเกาะครีตตรงข้ามเมืองสัลโมเน
8
เราแล่นเรือเลียบฝั่งอย่างยากเย็น และมาถึงที่หนึ่งชื่อว่าท่างามใกล้เมืองลาเซีย
9
เมื่อเสียเวลาไปมากและการเดินเรือก็อันตราย เพราะเป็นช่วงหลังวันลบบาป เปาโลจึงเตือนว่า
10
“ท่านทั้งหลาย ข้าพเจ้าเห็นว่าการเดินทางนี้จะประสบหายนะ และนำความเสียหายใหญ่หลวงมาให้กับทั้งเรือและสินค้า รวมถึงชีวิตของพวกเราด้วย”
11
แต่แทนที่นายร้อยจะฟังเปาโล กลับไปเชื่อคำแนะนำของกัปตันและเจ้าของเรือ
12
เนื่องจากท่างามนี้ไม่เหมาะจะจอดเรือในฤดูหนาว คนส่วนใหญ่จึงตกลงว่าควรแล่นเรือต่อ โดยหวังว่าจะไปถึงเมืองฟีนิกซ์และจอดพักช่วงฤดูหนาวที่นั่น นี่คือท่าเรือในเกาะครีตหันหน้าไปทางตะวันตกเฉียงใต้และตะวันตกเฉียงเหนือ
13
เมื่อลมใต้พัดมาเบาๆ พวกเขาเห็นว่านี่เป็นโอกาส จึงถอนสมอแล้วแล่นเรือไปตามชายฝั่งเกาะครีต
14
ไม่นานก็มีลมพายุหมุนที่เรียกว่า “ลมตะวันออกเฉียงเหนือ” พัดกวาดลงมาจากเกาะ
15
เรือติดอยู่ในพายุและต้านลมไม่ไหว เราจึงปล่อยเรือไปตามลม
16
ขณะกำลังผ่านด้านปลอดลมของเกาะเล็กๆ ชื่อคาวดา เราก็แทบจะเสียเรือชูชีพไป
17
พวกเขาก็ยกมันขึ้นเรือ แล้วเอาเชือกลอดใต้ท้องเรือใหญ่เพื่อยึดไว้ด้วยกัน เพราะกลัวว่าเรือจะเกยตื้นบนสันดอนเสอร์ทิส พวกเขาจึงหย่อนสมอ แล้วปล่อยเรือไปตามลม
18
พายุซัดกระหน่ำเรืออย่างหนัก วันรุ่งขึ้นพวกเขาต้องเริ่มโยนสินค้าทิ้งลงทะเล
19
ในวันที่สามก็ทิ้งอุปกรณ์ประจำเรือต่างๆ ด้วยมือตนเอง
20
เมื่อไม่เห็นแสงเดือนแสงตะวันมาหลายวันและพายุยังพัดกระหน่ำ ในที่สุดเราก็หมดหวังที่จะรอดชีวิต
21
หลังจากที่ไม่ได้กินอะไรมาหลายวัน เปาโลก็ยืนขึ้นพูดต่อหน้าพวกเขาว่า “พวกท่านควรฟังคำแนะนำของข้าพเจ้าว่า อย่าแล่นเรือออกจากเกาะครีต จะได้ไม่ต้องเจออันตรายและการสูญเสียอย่างนี้
22
แต่ตอนนี้ขอให้ท่านเข้มแข็งไว้ เพราะจะไม่มีใครตาย มีแต่เรือเท่านั้นที่จะอับปาง
23
เมื่อคืนนี้ ทูตสวรรค์ที่มาจากพระเจ้า ผู้เป็นเจ้าของชีวิตที่ข้าพเจ้ารับใช้ มายืนอยู่ข้างๆ
24
และบอกว่า ‘เปาโลอย่ากลัวเลย เจ้าต้องไปยืนให้การต่อหน้าซีซาร์ และพระเจ้าเมตตาให้คนที่อยู่ในเรือกับเจ้ารอดชีวิต’
25
ดังนั้นขอให้ท่านเข้มแข็งไว้ เพราะข้าพเจ้าเชื่อในพระเจ้าว่า สิ่งนี้จะเป็นไปตามที่พระองค์บอก
26
อย่างไรก็ตามเราจะต้องเกยตื้นที่เกาะสักแห่ง”
27
คืนที่สิบสี่ เรือของเรายังลอยในทะเลอาเดรียติก ราวๆ เที่ยงคืนพวกลูกเรือรู้สึกได้ว่าใกล้ฝั่งแล้ว
28
พวกเขาจึงหยั่งระดับน้ำดู พบว่าน้ำลึกประมาณ 37 เมตร จากนั้นไม่นาน เขาก็หยั่งระดับน้ำดูอีกและพบว่าลึกประมาณ 27 เมตร
29
เรากลัวว่าเรือจะกระแทกกับโขดหินจึงทิ้งสมอสี่ตัวลงจากท้ายเรือ และอธิษฐานให้ถึงรุ่งเช้าเร็วๆ
30
พวกลูกเรือพยายามที่จะหลบหนี จึงปล่อยเรือชูชีพลงทะเล ทำทีว่าจะทอดสมอลงจากหัวเรือ
31
เปาโลบอกนายร้อยและพวกทหารว่า “ถ้าคนพวกนี้ไม่อยู่ในเรือ พวกท่านก็จะไม่รอด”
32
พวกทหารจึงตัดเชือกที่ยึดเรือชูชีพแล้วปล่อยให้ลอยไป
33
จวนรุ่งสางเปาโลชักชวนให้ทุกคนกินอาหาร เขาพูดว่า “ในช่วงสิบสี่วันที่ผ่านมา พวกท่านกระวนกระวายใจ และกินอะไรไม่ลง
34
ดังนั้น ขอให้ท่านกินอาหารบ้าง ประทังชีวิตไว้ จะไม่มีใครต้องเสียแม้ผมสักเส้นเดียว”
35
หลังจากพูดเสร็จ เปาโลก็หยิบขนมปังและขอบคุณพระเจ้าต่อหน้าพวกเขาทั้งหมด แล้วหักขนมปังกิน
36
พวกเขาทุกคนได้รับกำลังใจและเริ่มกินอาหาร
37
เรามีกันทั้งหมด 276 คนบนเรือ
38
เมื่อพวกเขาอิ่มแล้วก็โยนข้าวสาลีทิ้งลงทะเลให้เรือเบาขึ้น
39
พอรุ่งเช้า พวกเขาจำแผ่นดินไม่ได้ว่าเป็นที่ไหน แต่เห็นอ่าวที่มีหาด จึงตัดสินใจจะแล่นเรือเกยหาดถ้าทำได้
40
พวกเขาตัดสมอเรือทิ้งลงทะเล และขณะเดียวกันก็แก้เชือกที่มัดหางเสือออก แล้วชักใบเรือขึ้นให้รับลม แล่นตรงเข้าหาฝั่ง
41
แต่เรือชนสันดอนและเกยตื้น หัวเรือติดแน่นขยับไม่ได้ และท้ายเรือก็แตกเป็นเสี่ยงๆ เพราะแรงคลื่นซัด
42
พวกทหารวางแผนจะฆ่านักโทษเพื่อป้องกันไม่ให้มีใครว่ายน้ำหนี
43
แต่นายร้อยต้องการที่จะไว้ชีวิตเปาโล จึงห้ามไม่ให้พวกนั้นทำตามแผน และสั่งคนที่ว่ายน้ำเป็นให้กระโดดลงน้ำขึ้นฝั่งก่อน
44
ส่วนคนที่เหลือก็เกาะไม้กระดานหรือชิ้นส่วนเรือลอยไป โดยวิธีนี้ทุกคนจึงขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย
← Chapter 26
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 28 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28